ข้าคือหงส์พันปี - บทที่ 708 ท่านรักข้าขนาดไหนกันแน่
ซูเจ๋อยังคงข่มอารมณ์ใคร่กล่าว “งั้นท่านก็อย่ารัดข้าแน่นเกินไปสิ”
เขาไล่จูบตั้งแต่บริเวณคอ ใบหู กระดูกไหปลาร้าของเธอ มือบนเอวเธอ
ย้อนกลับขึ้นมาพลันขยํ้าเนินเขาของเธออย่างไม่เกรงใจ
เวลานี้เธอขดตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยความว้าวุ่น
เธอเปรียบดั่งบุปผาให้ซูเจ๋อเชยชมช่วงที่ผลิดอกบานสะพรั่งอย่างงดงาม
ซูเจ๋อค่อยๆกดทับเอวของเธอ ค่อยๆเคลื่อนลงไปด้านล่างจวบจนเธอกลืนกิน
เขาทั้งหมด
ซูเจ๋อไม่ได้ขยับแรง ค่อยๆรอเธอได้อารมณ์จนเปียกแฉะ เธอสัมผัสได้ว่าความ
แข็งที่คล้ายศิลาและคล้ายเหล็กร้อนกำลังกวัดแกว่งเข้าออกอยู่ในร่างกายเธอ
หลอมเธอกลายเป็นธารนํ้ายามวสันตฤดูเสียแล้ว
ทว่าเธอก็ยังไม่อาจดับเปลิวไฟแห่งโหยหาได้ หากแต่ยิ่งลุกโชนมากขึ้น
“ยังเจ็บอยู่ไหม?” ซูเจ๋อกัดหูเธอ พลางถามขึ้นมา
การขานตอบคือเสียงครวญครางที่เสนาะหูของเธอ
ซูเจ๋อจึงจับร่างกายเธอแล้วเริ่มเข้าสำรวจในส่วนที่ลึกบ้าง ตื้นบ้างอย่างเป็น
จังหวะ
ความรู้สึกดังกล่าวประหนึ่งการดึงดูดและสำรวจซึ่งกันและกัน ต่อมาก็
กระแทกกันอย่างเต็มใจ ช่างทำให้ร่างกายและจิตใจสุขสำราญยิ่งนัก
เฉินเสียนก้มหน้าเกยอยู่บนบ่าซูเจ๋อ ร่างกายเคลื่อนไหวตามท่าทางของเขา
ถึงแม้บัดนี้จะถูกเขาครอบครอง เธอก็ยังรู้สึกระทึกใจยิ่ง
668
“ซูเจ๋อ……” เฉินเสียนขานชื่อเขาด้วยเสียงอู้อี้ที่ขี้คร้านและเย้ายวน หางตา
ยังคงมีคราบนํ้าตาอยู่
“หืม?”
เฉินเสียนเรียกชื่อเขาต่อ “ซูเจ๋อ……”
เหมือนเธอจะชอบเรียกชื่อของเขามาก เรียกซํ้าๆซากๆอย่างไม่เบื่อหน่าย
ซูเจ๋อจูบริมฝีปากเธอ จูบคางของเธอแล้วต่อเนื่องมาถึงไหล่ กล่าวเสียงหอบ
เบาๆว่า “ระดูมาเมื่อใด?”
เฉินเสียนคล้องคอเขาพลันยิ้มเบาๆอย่างมีเสน่ห์
เขายังคงเป็นเขาคนนั้น เวลานี้ยังไม่ลืมถามระดูของเธออีก
เฉินเสียนแนบติดเขาอย่างน่◌ุมนิ่ง เงยหน้าจูบคอเขา ดวงตาคู่สับสนตรึก
ตรอง กล่าวว่า “อีกประมาณสามถึงห้าวัน……”
ไม่ใช่ช่วงระยะตั้งครรภ์ง่าย เช่นนั้นเขาก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้ว
ซูเจ๋อเคลื่อนลูกกระเดือกลงมาอยู่ที่เอวบางของเธอกะทันหัน พลางใช้แรงเข้า
ส่วนที่ล่◌ุมลึกของเธอแรงๆ เวลาเดียวกันก็อ้าปากดูดดื่มเนิ่นอกเธอ
ชั่วพริบตา เฉินเสียนรู้สึกสมองขาวโพลน
การปลุกเร้าที่เสียวซ่านกะทันหันนี้ทำให้เธอรับมือไม่ไหว ทว่าซูเจ๋อกลับไม่คิด
จะเลิกรา รุกลํ้าเข้าร่างกายเธอด้วยความดุเดือดและลึกลํ้าครั้งแล้วครั้งเล่า
สองขาของเธอรัดอยู่ที่เอวของซูเจ๋ออย่างไร้เรี่ยวแรง สมองของเธอราวกับมี
ดอกไม้ไฟจุดประกายแสงอย่างละลานตา เธอกัดที่บ่าของซูเจ๋อ พลางส่งเสียงคราง
ไม่หยุด
669
ความเคลิบเคลิ้มตรงอุโมงค์ลึกแผ่กระจายไปทั่ว ประหนึ่งใยไหมที่พันตัวเธอ
เหมือนตัวไหม ทำให้เธอจมปรักอยู่ในนั้นยากจะถอนตัว
เธอคล้ายกับได้กลิ่นไม้กฤษณาบนอาภรณ์ซูเจ๋อ
เหนือศีรษะคือมุ้งเตียงที่สั่นคลอน เธอถูกซูเจ๋ออ้◌ุมมาวางบนเตียง ซูเจ๋อทิ้ง
ตัวลงมาทาบร่างพลันกอดคอแล้วทำศึกอย่างเต็มที่
แสงเทียนบนโต๊ะพริ้วไหวเบาๆ ทำให้บังเกิดภาพงดงามเต็มห้อง
เฉินเสียนลืมตา มองม้◌ุงราวกับสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สองมือเธอจับแผ่น
หลังบุรุษที่บุกรุกเข้าคูเมืองอย่างแนบแน่น
แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลในอดีต เมื่อเฉินเสียนลูบไล้ทั่วทุกที่
หยาดนํ้าก็เอ่อขึ้นมาคลอดวงตาโดยไม่รู้ตัว
เธอยกเอวต้อนรับเขา ไม่ว่าเขาจะทำการยึดครองเธออย่างรุนแรงเพียงใด
เฉินเสียนจับศีรษะของเขา พลางจูบเขาอย่างเผ็ดร้อน พร้อมกันนั้นยังไม่วายส่ง
เสียงสะอื้น “ซูเจ๋อ ซูเจ๋อ ข้าไม่ยอมให้ท่านจากข้าอีกต่อไป……อาเซี่ยนก็เติบใหญ่
แล้ว หากมีครั้งต่อไป ท่านโปรดพาข้าไปด้วย……ถึงจะไปที่ปรโลกข้าก็จะตามท่าน
ไป……”
ซูเจ๋อมองเธออย่างล่◌ุมลึก ใช้เสียงตํ่าที่แหบพร่าอันเต็มไปด้วยอารมณ์ใคร่
“ท่านรู้ไหมว่าตอนนี้ข้าแทบอยากจะฉีกท่านให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เหตุใดท่านจึงทำ
ให้ข้าหลงใหลปานนี้……”
เฉินเสียนสะลึมสะลือ ดื่มดํ่าความสุขที่เขามอบให้เธอ คล้ายกับได้ยินเขา
กล่าวเลือนรางว่า “ท่านรักข้าขนาดไหนกันเชียว กระทั่งปรโลกก็จะตามข้าไป แต่
ข้าไม่อยากพาท่านไปที่ที่มืดมนหนาวเย็นหรอก ข้าจะพาท่านไปชมนกชมไม้ ชม
วิวใต้หล้าให้หมดเลย”
670
เขายังคงเป็นเขาคนก่อน ไม่ว่าความทรงจำจะกลับคืนมาหรือไม่ ทว่าเขาก็ไม่
เคยลืมเลือนความตั้งใจของตน เฉินเสียนเข้าใจว่า ขอเพียงเขายังอยู่ อย่างอื่นก็
ไม่สำคัญ
เฉินเสียนจับเอวซูเจ๋อแน่นหนึบ พลางยั่วยวนเขาอย่างไม่ชำนาญ แต่กลับทำ
ให้เขาเคลิบเคลิ้มอย่างง่ายดาย เธอรองรับร่างกายเขาปลดปล่อยออกมา กล่าว
เสียงกระซิบว่า “ดีจัง”
เสียงแมลงชวนให้รับรู้ถึงความเงียบงันในคํ่าคืนคิมหันตฤดู
แสงร่◌ุงอรุณส่องผ่านหมู่เมฆ ท้องฟ้าเริ่มส่องแสงสว่างมายังสรรพสิ่งบนโลก
นํ้าค้างที่เกาะตัวในยามราตรี เมื่อแสงแรกของวันใหม่มากระทบก็เกิด
ประกายระยิบระยับ น้อมรับวันใหม่ที่สดใสเงียบๆ
เมื่อดวงจันทราลาจาก สุริยนก็มาทักทาย
ลานบ้านที่เงียบกริบก็ทอดแสงทองขึ้นมาหนึ่งชั้น ด้านนอกหน้าต่างค่อยๆ
สว่างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เฉินเสียนขยับเปลือกตาตื่นขึ้นมาช้าๆ ไม่รู้ตอนนี้กี่โมงกี่ยามแล้ว ทว่าด้านใน
ห้องยังคงสว่างไสวมาก
เธอลืมตา ชั่วอึดใจแรกคือเห็นใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในดวงตาเธอด้วยระยะ
กราชั้นชิด
เฉินเสียนมองเขาอย่างเลื่อนลอย จากนั้นก็หลับตาด้วยความใจเย็น
ไม่ได้ ต้องสงบจิตเข้าไว้
แต่หลังหลับตาลง ไฉนจะสงบจิตใจได้
สมองของเธอราวกับเป็นหม้อที่ระเบิดแล้ว เกิดเสียงวง! วง !ไม่หยุด
671
นี่ไม่ใช่ห้องนอนเธอ หากแต่เป็นห้องนอนของซูเจ๋อ ยามนี้เธอนอนบนเตียงซู
เจ๋อ กำลังซบอยู่ในอ้อมกอดเขา ชนิดกายแนบกายเลยทีเดียว
ทุกฉากทุกตอนของเมื่อคืนผุดขึ้นในสมองเธออีกครั้ง เมื่อคืนเธอกับซูเจ๋อคุย
กันเข้าใจแล้ว ซูเจ๋อไม่มีพราชายา เธอเองก็ไม่มีสนมชาย ช่างยินดีปรีดาเหลือเกิน
ทว่าต่อมาเฉินเสียนไม่อาจต้านทาน เจอเหตุการณ์อย่างสับสนมึนงงเช่นนี้
หัวใจที่เงียบสงบหลังนอนหลับ บัดนี้เริ่มเต้นแรงตุ๊บๆต่อมๆอีกครั้ง มีหมอก
โชยมาแตะใบหน้าของเธอ แลดูกระอักกระอ่วนและหวานฉํ่าเล็กน้อย
เฉินเสียนช้อนตามองซูเจ๋อ เขาหลับตาพริ้มเงียบๆ แสงอาทิตย์ส่องบนใบหน้า
ด้านข้างของเขา พลางเผยความงามอย่างไร้ที่ติ
เธอระงับการเต้นหัวใจตัวเอง เกรงว่าจะทำให้เขาตื่น เอามือของเขาที่โอบเอว
ของเธอไว้ออกด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะล่าถอยจากอ้อมกอดเขาราวกับโจร
ผู้ร้าย
เฉินเสียนกังวลว่าประเดี๋ยวซูเจ๋อตื่นขึ้นมาจะจัดการยาก เพราะสวมใส่เสื้อผ้า
แล้วจะคุยกันสะดวกกว่า และจะมีความกล้าเพิ่มขึ้นมาหน่อย
ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นนั่งเงียบๆ เก็บอาภรณ์แต่ละชิ้นที่กระจายอยู่ข้างเตียงมา
แล้วใส่ด้วยความลนลาน
ในขณะที่เธอกำลังผูกสายคาดเอวด้วยความตื่นตกใจ ไม่รู้ทำไมถึงผูกไม่ได้
เสียที ทันใดนั้นก็มีเสียงงัวเงียที่เจือความเกียจคร้าน “ใส่ผิดด้านแล้วจะผูกได้
อย่างไร?”
รูปกายงามของเฉินเสียนสั่นสะท้าน ถอดเสื้อด้วยความเงียบ จากนั้นก็พลิก
ด้านใส่ใหม่
ซูเจ๋อมองเธอใส่เสื้อผ้าด้วยความเร่งร้อน ทว่าไม่ได้ขัดขวาง ได้แต่ยิ้มอย่าง
อารมณ์ดี แล้วช่วยเธอจัดแจงอาภรณ์ด้านหลัง นำเส้นผมออกจากเสื้อผม แล้ว
ปล่อยลงมาถึงระหว่างเอว
672