ข้าคือหงส์พันปี - บทที่446 ขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน
เฉินเสียนกระตุกคิ้ว แล้วกล่าวขึ้นว่า “อวี้เยี่ยนกับแม่นมซุยมาใหม่ ยังไม่ค่อย
คุ้นเคยกับที่นี่ เจ้าอยู่ช่วยเหลือที่นี่ชั่วคราวเถิด”
เสี่ยวเฮอดีใจ ผงกโขกศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วกล่าวว่า “บ่าวขอบพระทัยองค์
หญิงมากเพคะ”
เฉินเสียนคิดว่า เก็บเสี่ยวเฮอผู้นี้ไว้ข้างกายก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย องค์จักรพรรดิ
อยากจะเฝั้าติดตามเธออย่างใกล้ชิด เบื้องบนและเบื้องล่างพระตำหนักไท่เหอล้วน
สามารถเป็นผู้สอดแนมขององค์จักรพรรดิได้ และเสี่ยวเฮอก็เป็นได้ด้วย
เก็บนางไว้ กลับกันจะสามารถรู้เข้าใจสถานการณ์พระตำหนักไท่เหอกับในวัง
หลัง เลี่ยงการที่ไม่รู้สิ่งใดเลย แล้วกลับจะทำให้วุ่นวาย
อีกทั้งช่วงนี้ที่เจ้าน่องน้อยอยู่ในพระราชวังเป็นนางที่ดูแล นางดูแลได้ไม่เลว
จริงๆ
ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้มีช่องว่างที่เจ้าน่องน้อยอยู่ข้างกายเฉินเสียน เสี่ยวเฮอพา
แม่นมซุยและอวี้เยี่ยนเดินข้างหน้าและข้างหลังพระตำหนักไท่เหอหนึ่งรอบ
เพื่อที่จะให้คุ้นชินกับสถานที่นี้ ทันใดหลังจากนี้ยังได้เรียกให้นางสองคนกับนาง
กำนัลในพระราชวังมาพบกันหน้าด้วย เหล่านางกำนัลพวกนั้นดูแลเรื่องไหน ล้วน
จัดสรรอย่างชัดเจน
พระตำหนักไท่เหอไม่ใหญ่ ดังนั้นนางกำนัลก็ไม่ได้ใช้มากมาย บวกแล้วทั้งหมด
มีเพียงแค่ขันทีสามคนนางกำนัลสามคน
286
เสี่ยวเฮอกำชับอย่างมาก ไม่มีเรื่องใดจักต้องไม่ไปเข้าใกล้ริมทะเลสาบ
หลีกเลี่ยงการเกิดอันตราย
ตอนต้นอวี้เยี่ยนไม่เชื่อ รอหลังจากนางเข้าใกล้ริมทะเลสาบเห็นกับตาว่ามี
จระเข้แหวกว่ายในน้ำ นางตกใจจนหน้าซีดเผือด
นางบ่นกับแม่นมซุยว่า “เหตุใดองค์หญิงต้องเก็บนางไว้ข้างกาย ถ้าหากนางไป
รายงานความเคลื่อนไหวกับองค์จักรพรรดิจะทำอย่างไร?”
แม่นมซุยกล่าวขึ้นว่า“นางไม่ไป ก็มีผู้อื่นไป เจ้าว่านางไม่ใช่ว่าคุ้นเคยรู้ทุกซอก
ทุกมุมในพระราชวังนี้หรือ องค์หญิงเก็บนางไว้ต้องมีเหตุผลแหละ อยากจะรู้สิ่งใด
เหมือนกันก็สามารถสืบหาจากปากนางได้ ก็ดีที่เมื่อครู่นางเตือนเจ้าว่าไม่ให้เข้าใกล้
ริมทะเลสาบ เจ้าไม่เชื่อ ถูกทำให้ตกใจจริงๆแล้ว”
อวี้เยี่ยนเศร้าสลดใจ
แม่นมซุยกล่าวอีกว่า “ข้าว่าเจ้าน่องน้อยสามารถใกล้ชิดนางได้ ชัดเจนว่านิสัย
นางก็ไม่ได้เลวร้าย ดูแลเจ้าน่องน้อยก็พยายามอย่างเต็มที่ เด็กน้อยจิตใจสะอาดไร้
เดียงสาที่สุด สายตาดี ดูคนได้แม่นยำ”
หลังเข้ามาในพระราชวังสองวัน เฉินเสียนมิได้ออกไปจากพระตำหนักไท่
เหอครึ่งก้าวเลย ได้ยินว่าองค์จักรพรรดิมีพระราชโองการ บนพระราชองค์การ
ประกาศให้โลกรู้ว่า องค์หญิงจิ้งเสียนกับราชบุตรเขยนิสัยเข้ากันยาก ทั้งสองได้
หย่าร้างกัน
หน้าขององค์จักรพรรดิหรือฉินหรูเหลียงนั้นเฉินเสียนล้วนไม่ได้พบเจอ
หลังจากที่ฉินหรูเหลียงได้รับพระราชโองการนี้แล้ว ได้มีนางกำนัลมาแจ้งให้เธอ
ทราบ
287
พระราชโองการคือหนังสือการหย่าร้าง ไม่มีสิ่งใดเป็นทางการเท่าอันนั้นแล้ว
พระราชโองการว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอกับฉินหรูเหลียงได้ขาดจากการ
เป็นสามีภรรยากันแล้ว ต่างฝั่ายต่างล้วนมีอิสระ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โลกภายนอกก็ไม่ได้รู้สึกว่าการที่เฉินเสียนกับฉินหรูเหลียง
แยกกันอยู่สองที่มีอะไรแล้ว ถึงอย่างไรเรื่องที่เมื่อก่อนพวกเขาทะเลาะเบาะแว้งถึง
ขั้นลงไม้ลงมือข้างถนนก็เคยบอกต่อกันอย่างอึกทึกคึกโครม ในใจท่านราชบุตรเขย
มีหญิงที่รักอีกคนทั้งเมืองหลวงล้วนรู้เรื่องนี้
ยากที่จะเข้ากันเช่นนี้ จนถึงตอนสุดท้ายก็พูดแยกย้ายกันดีๆ และก็ไม่เสียหลาย
ที่เป็นผลสุดท้ายที่ดี
หลังจากหย่าร้างกันแล้ว เฉินเสียนเป็นองค์หญิง ก็สามารถเข้ามาอยู่ใน
พระราชวังกับเจ้าน่องน้อยได้เลย
ครั้งนี้องค์จักรพรรดิไม่ได้สั่งคนไปที่จวนฉินอ่านพระราชโองการให้ปราชาชน
ที่มาชุมนุมได้ยิน แต่กลับประกาศให้ฉินหรูเหลียงเข้ามาในพระราชวัง
เวลานั้นเขาคุกเข่าบนพื้น รอหลังจากอ่านพระราชโองการเสร็จ จำใจต้องเอา
มือทั้งสองข้างรองรับพระราชโองการ ขนาดหน้าของเฉินเสียนเขายังไม่ได้พบเจอ
สุดท้ายเขาโขกศีรษะแสดงความขอบคุณแล้วกล่าวขึ้นว่า “กระหม่อมรับพระ
ราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”
มีลางสังหรณ์ใจนานแล้ว ในที่สุดก็มาและมาไวกว่าที่จิตนาการไว้
288
ฉินหรูเหลียงคิด หากไม่ช้าก็เร็วเขากับเฉินเสียนนั้นบุพเพสันนิวาสสิ้นสุดลงละก็
องค์จักรพรรดิมอบพระราชโองการการหย่าร้าง มันดีกว่าเฉินเสียนเขียนหนังสือ
การหย่าร้างด้วยตัวเองมาก
องค์จักรพรรดิเดินลงมาจากบัลลังก์มังกร มาตรงหน้าของฉินหรูเหลียง ยืน
ตระหง่านชั่วประเดี๋ยวเดียว แล้วกล่าวขึ้นว่า “ฉินหรูเหลียง มิใช่ว่าข้าไร้ความ
ปราณี กลับเป็นเจ้าที่รังสรรค์เช่นนี้”
“กระหม่อมเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ ตัวกระหม่อมต่ำต้อย มิได้คู่ควรกับองค์หญิง”
องค์จักรพรรดิหัวเราะอย่างเยือกเย็นแล้วกล่าวขึ้นว่า “เรื่องถึงวันนี้ เจ้ายังคิด
เพียงแต่ว่าคู่หรือไม่คู่ควรกับนาง โง่เขลาน่าตลกสิ้นดี เหตุใดเจ้าไม่คิด ว่าเหตุใด
เจ้าถึงได้มีจุดจบอย่างวันนี้เล่า ”
“เพราะว่ากระหม่อมเป็นผู้พิการพ่ะย่ะค่ะ”
องค์จักรพรรดิกล่าวว่า “เพราะว่าเจ้าไม่เพียงแต่เป็นผู้พิการ เจ้ายังเป็นผู้พิการ
ที่นอกใจด้วย เจ้าว่าข้าจะเก็บเจ้าไว้ทำสิ่งใด?”
องค์จักรพรรดิหายใจเข้าลึกๆ สะบัดชุดแล้วหมุนตัว กล่าวขึ้นว่า “หวนคิดปี
นั้น เจ้าควบม้าที่สนามรบเพื่อข้า บุกยึดพื้นที่ พวกเราสังหารตั้งแต่ชายแดนใต้ถึง
เมืองหลวง ยึดชิงอำนาจต้าฉู่ เจ้าเป็นบุคคลที่สร้างคุณูปการให้แก่บ้านเมืองของข้า
เป็นผู้ช่วยข้า ไม่ว่าเวลาใด ข้าล้วนเชื่อใจเจ้าเป็นอย่างมาก”
“แต่ทว่าเจ้าละทิ้งข้า เจ้าต้องการให้ข้าเก็บชีวิตจิ้งเสียนไว้ ข้าเก็บนางไว้แล้ว
เพราะฉะนั้นเมื่อสมัยนั้นถึงได้ให้นางแต่งงานกับเจ้า เพราะว่าเจ้าเกลียดชังนาง
มากเพียงพอ เจ้าสามารถช่วยข้าดูนาง แต่ตอนนี้ เจ้าทำเพื่อนางละทิ้งมิตรภาพกับ
ข้า ”
289
“ข้าหวนคิดขึ้นมา เมื่อสมัยนั้นสถานการณ์ตอนเจ้ากับจิ้งเสียนแกล้งรักกันมาก
ต่อหน้าข้า ข้ารู้สึกถูกตาต้องใจเป็นที่สุด ตอนนี้รักกันมากจริงๆขึ้นมา ข้ากลับรู้สึก
ไม่เข้าตาเป็นอย่างมาก”
องค์จักรพรรดิหันกลับมา มองฉินหรูเหลียงด้วยสายตาเหยียดหยาม กล่าวอีก
ว่า “ในเมื่อเจ้าทรยศหักหลังข้าก่อน ข้าจะให้เจ้าสมใจปรารถนาได้อย่างไรเล่า ยิ่ง
เจ้ารักจิ้งเสียน ข้ายิ่งไม่มีทางให้เจ้ากับนางอยู่ด้วยกัน”
“ข้าไม่เพียงแต่ให้พวกเจ้าหย่าร้างกัน อนาคตอาจจะต้องการทำให้เจ้ามองนาง
แต่งงานกับผู้อื่นอีกครั้ง ให้นางแต่งครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ แต่งงานกับใคร
ล้วนได้หมด จะทำให้เจ้าเสียใจเสียดายหลังชั่วชีวิต”
“ข้าสามารถนำเจ้ายกเจ้าขึ้นมาด้วยสองมือ ก็สามารถโยนเจ้าลงไปได้ ข้า
สามารถทำให้เจ้าไม่มีสิ่งใดเลย เสียใจภายหลังน้ำตาเช็ดหัวเข่า นี่เป็นจุดจบของผู้
ที่ทรยศข้า”
ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเดิมควรเป็นขุนนางของพระองค์ สามารถใช้เขาได้ทุกอย่าง น่า
เสียดายที่ขุนนางผู้นี้ดื้อรั้นไม่มั่นคง
วิธีทรมานคนทรยศถึงที่สุดไม่ใช่การที่ทำให้เขาตายทันที แต่กลับเป็นการที่ทำ
ให้เขารับรู้ความเจ็บปวดที่สูญเสียเหมือนกัน สุดท้ายตายก็ตาไม่หลับ
ฉินหรูเหลียงฟังองค์จักรพรรดิพูดคำพูดเหล่านี้ หากเป็นแต่ก่อนยังมีการไม่ยอม
บ้าง ตอนนี้ครึ่งหนึ่งก็ล้วนไม่มีแล้ว
เขาสงบอย่างมาก ชัดเจนความจิตใจคับแคบขององค์จักรพรรดิน่าขบขันอย่าง
นี้ อยู่ต่อหน้าเขาก็เหมือนกับคนบ้า
290
เขารักเฉินเสียนมาก ไม่อยากให้เธอได้รับอันตราย แต่ก่อนกลับมาเมืองหลวง
เขาไม่ได้ทำเรื่องที่ผิดกับต้าฉู่ไม่ได้ทำผิดต่อองค์จักรพรรดิเลย
เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้กระทำผิดต่อผู้อื่น
เป็นองค์จักรพรรดิที่นำเขาใช้เป็นประโยชน์ ไม่มีประโยชน์ก็ละทิ้ง ต้องการบีบ
บังคับเขาเป็นคนไร้ความรู้สึกวางแผนลอบสังหารภรรยาตัวเอง มิตรภาพที่สนาม
รบสงครามอะไรกัน จนถึงตอนสุดท้ายก็เป็นเพียงผลักดันผลประโยชน์
ฉินหรูเหลียงไม่เอื้อนเอ่ย หมอบอยู่ที่พื้นด้วยท่าทีระมัดระวัง
องค์จักรพรรดิพูดมากมายเช่นนี้ ก็ไม่เห็นเขามีปฏิกิริยาตอบสนองอะไร
พระองค์ก็ไม่สามารถที่จะมีปฏิกิริยาอะไร ยิ่งรู้สึกไร้เรื่องสนุกอย่างมาก กล่าวขึ้นว่า
“เจ้าออกไปเถิด”
เรื่องการหย่าร้างองค์จักรพรรดิเพียงแค่สั่งขันทีมาบอกที่พระตำหนักไท่เหอ
ก่อนเหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้มีการถามเฉินเสียนเลย และทั้งสองคนยิ่งไม่มีโอกาสได้พบ
หน้ากัน
หลังจากที่ขันทีบอกเรียบร้อยแล้ว กล่าวเสียงแหลมว่า “ตั้งแต่วันนี้องค์หญิงจิ้ง
เสียนไม่มีท่านราชบุตรเขยอีกแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปองค์หญิงก็พักในพระ
ตำหนักไท่เหอนี่เถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เฉินเสียนคิด อย่างนี้ก็ดี
เฉินเสียนเดินจูงเจ้าน่องน้อยเดินเล่นที่ใต้ระเบียงทางเดินด้วยสีหน้าเรียบเฉย
การเดินของเจ้าน่องน้อยยิ่งชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ
อวี้เยี่ยนกับแม่นมซุยเฝั้าดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อวี้เยี่ยนเสียใจกับเรื่องนี้ ข้างกาย
ของเฉินเสียนขาดคนที่ดีกับเธอจริงๆไปแล้วหนึ่งคน
291