ข้าคือหงส์พันปี - บทที่491 อบอุ่นเหลือเกิน
เฉินเสียนควานหาเสื้อผ้าของตัวเองไปทั่วเตียง ซูเจ๋อจึงถามอย่างหวัง
ดีว่า “ต้องการให้ข้าช่วยไหม”
เมื่อเงยหน้ามอง เฉินเสียนจึงพบว่าเขาแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ดูอิ่มเอิบ
และผ่องแผ้ว ไม่เหมือนหมาป่าที่ขยํ้าเธอบนเตียงอย่างเอาแต่ใจเมื่อครู่นี้
เลยจนนิดเดียว
เฉินเสียนหน้าแดงกํ่า ตอบไปว่า “ไม่ต้อง” เธอซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มและ
สวมชุดเงียบๆ แม้ว่าชุดนั้นจะยุ่งเหยิงมากก็ตามที
ซูเจ๋อไม่ได้ช่วยแก้อะไรให้เธอ เขาเพียงแต่ยิ้มจางๆ และหยิบเสื้อคลุม
หนาๆ มาคลุมตัวเธอไว้อย่างมิดชิด จากนั้นจึงย่อตัวลงที่ข้างเตียง
เฉินเสียนถาม “ทำอะไรหรือ”
“ขึ้นมา ข้าจะแบกท่านไป”
เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอเดินไปท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นข้างนอก
นั่น เฉินเสียนไม่จำเป็นต้องสวมรองเท้าด้วยซํ้า
เธอขึ้นไปบนหลังของซูเจ๋อ ซูเจ๋อแบกเธอไว้ ดับตะเกียงและออกไป
จากห้อง เดินไปเพียงลำพังท่ามกลางความมืดมิดในยามคํ่า เฉินเสียน
เข้าใจว่าที่ซูเจ๋อแบกเธอไว้บนหลังเช่นนี้ก็เพื่อปิดกั้นลมหนาวที่แสนจะ
หนาวเหน็บให้เธอ เพื่อให้เธอไม่ต้องรับรู้ว่ามันหนาวขนาดไหน
187
ซูเจ๋อใช้พลังที่เท้าเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็วขณะที่ลงมาจากภูเขา
เฉินเสียนคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ คอของเขา จากนั้นจึงพ่นลมหายใจอุ่นๆ เข้า
ไปในปกคอเสื้อตรงหน้า
เป็นผลให้ซูเจ๋อลื่นไถลจนทั้งสองคนเกือบจะกลิ้งลงมาจากภูเขาพร้อม
กัน
ซูเจ๋อทรงตัวได้ทันท่วงที เมื่อความน่าหวาดเสียวจบลง เขาจึงบอกไปว่า
“อย่าสร้างปัญหา”
เฉินเสียนบอกว่า “ข้ากลัวว่าท่านจะหนาว จึงทำให้ท่านอบอุ่น”
“ตอนนี้ข้าร้อนพอที่จะทำให้ท่านละลายได้เลย ท่านเชื่อหรือไม่”
เฉินเสียนซุกหน้าลงบนไหล่ของเขา เม้มริมฝีปากและหัวเราะเบาๆ
จากนั้นจึงเอ่ยด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า “ข้าเคยเตือนท่านแล้วว่าให้ท่านใส่
เสื้อผ้าเพิ่มเสียหน่อยเวลาอากาศหนาวเช่นนี้ ทำไมท่านไม่ฟังข้าบ้าง”
ซูเจ๋อเอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้าคิดว่าถ้าสวมมากเกินไป เวลาถอดออกจะ
ลำบาก”
เฉินเสียน “…คนขี้โกง! ท่านเตรียมการไว้ตั้งแต่แรก!”
เฉินเสียนทั้งเคืองทั้งอาย เธอตื่นเต้นหวั่นไหวจนลืมไปว่าตนเองยังอยู่
บนหลังของซูเจ๋อ
แขนของซูเจ๋อคอยประคองเธอไว้ที่ด้านหลัง เขากล่าวว่า “อาเสียน
อย่าขยับมาก”
เฉินเสียนไม่ยอมเสียเชิงให้เขา เธอจึงขยับตัวอีกและกล่าวว่า “ทำไม
ท่านจะโยนข้าลงหรืออย่างไร”
188
บ่อนํ้าร้อนที่ซูเจ๋อพูดถึงอยู่ข้างหน้านี้แล้ว ในวันที่อากาศหนาวเช่นนี้
ไอร้อนที่พัดเข้ามาจึงทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายทั้งกายและใจ
ซูเจ๋อปล่อยเฉินเสียนลงบนพื้น ทันทีที่เท้าของเธอสัมผัสกับพื้น ขาของ
เธอก็อ่อนแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน แค่จะยืนให้มั่นคงยังทำไม่ได้
ซูเจ๋อโน้มตัวไปประคองเธอขึ้นมา เขาโอบเธอไว้แน่นในอ้อมแขน
เอ่ยที่ข้างหูของเธอว่า “บอกแล้วว่าอย่าขยับ คิดว่าข้ากลัวท่านหรือ? ข้า
แข็งแล้วละ”
ทันทีที่ยืนตัวตรง เฉินเสียนก็สัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ไหลเข้าสู่
ท้องน้อยไปก่อนหน้านี้ ซึ่งค่อยๆ ไหลออกมาจากหว่างขาของเธอ คำพูด
ของซูเจ๋อมีพลังมากพอที่จะรบกวนร่างกายและจิตใจของเธอและทำให้
เธอหมดแรงต่อต้าน
เฉินเสียนจ้องมองเขาและเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า “ข้าไม่มีแรงแล้ว”
ในที่สุดซูเจ๋อก็เป็นฝ่ายถอดเสื้อผ้าให้เธอและอุ้มเธอลงไปในนํ้า
เพียงแต่ว่าเฉินเสียนยังรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินนัก จึงใช้สองมือป้องปกไว้ที่
ด้านหน้าของตนเอง จากนั้นจึงหันหลังให้เพื่อชำระล้างร่างกาย
ทว่าเธอสนใจแต่มือจนลืมเท้าด้านล่าง เท้าทั้งสองข้างของเธอเหยียบ
ไม่ถึงพื้น ไม่ทันไรร่างกายของเธอก็จมลงไปเล็กน้อย
ซูเจ๋อที่อยู่ด้านหลังดึงเธอขึ้นมาได้ทันเวลาและพูดว่า “ท่านหันหลังให้
ข้าเช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะอันตรายรึ”
เฉินเสียนเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งที่แฝงอยู่ในคำพูดของเขาทันที
เธอรีบหันกลับมาอย่างรวดเร็วและขยับถอยไปจนแผ่นหลังชิดติดกับขอบ
189
ของบ่อนํ้าพุร้อน ทว่าสองขาของเธอก็ยังไร้เรี่ยวแรง ดังนั้นเธอจึงยังจมลง
ไปเล็กน้อย
ซูเจ๋อจึงต้องขยับเข้าไปใกล้และดึงเธอขึ้นมาอิงแอบไว้แนบกาย ใช้
แขนทั้งสองข้างรองรับนํ้าหนักตัวของเธอไว้ ลมหายใจของเขาอบอุ่น “ถ้า
กลัวจมก็กอดข้าไว้เถิด”
เฉินเสียนได้ยินเขาหัวเราะ “ไม่ใช่ว่าแทบจะรอให้ข้าฉีกทึ้งท่านไม่ไหว
หรอกหรือ เหตุใดจึงต้องระวังตัวเช่นนี้ เอาเถิด ข้ารู้ว่าท่านถึงขีดจำกัด
แล้ว ดังนั้นข้าจะไม่ทำอะไรอีก”
“ใครบอกว่าข้าระวังตัวจากท่าน ข้าแค่ขอพักสักครู่…”
เธอชอบอุณหภูมิร่างกายของซูเจ๋อ ชอบให้เขาอยู่ใกล้ๆ ชอบอิงแอบ
เขา ในท้ายที่สุดเฉินเสียนจึงค่อยๆ ผ่อนคลายและทิ้งตัวเกาะเขาไว้
เฉินเสียนพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของทั้งเขาและตัวเองโดยกล่าว
ว่า “ท่านคุ้นเคยกับสถานที่แถบวัดฮู่กั๋วดีหรือ เหตุใดจึงรู้ว่ามีบ่อนํ้าพุร้อน
อยู่ที่นี่”
ซูเจ๋อตอบว่า “ก่อนหน้านี้ข้าเคยมาสอบถามไว้แล้ว”
“ดูเหมือนจะวางแผนล่วงหน้าไว้แล้วจริงๆ สินะ” เธอถาม “ถ้าเช่นนั้น
การที่ท่านทำให้ข้าได้มาอยู่ที่วัดฮู่กั๋วอย่างยากลำบาก ท่านมีแผนจะทำ
อย่างไรต่อ”
เฉินเสียนคิดว่าเขาคงจะวางแผนไว้หมดแล้ว
190
ซูเจ๋อหลุบตาลงมองเธอและกล่าวว่า “ข้าบอกไปแล้วว่าข้าจะคว้า
โอกาสดีๆ เอาไว้เพื่ออธิบายให้ท่านฟัง ตอนนี้เป้าหมายของข้าบรรลุผล
แล้ว”
เฉินเสียน “…แค่เพื่อสิ่งนี้น่ะหรือ”
“และเพื่อนอนกับท่านด้วย ไม่รู้ว่านี่จะนับเป็นเป้าหมายได้หรือไม่”
จิตใจของเธอรู้สึกว้าวุ่นอยู่ครู่หนึ่ง
เฉินเสียนรู้สึกได้อย่างชัดเจน แม้จะอยู่ในนํ้านานแล้วเขาก็ยังไม่ยอม
อ่อนลงเลย
ต่อมาเฉินเสียนก็เหนี่ยวคอของเขาไว้และถามด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น “ผ่าน
ไปนานแล้วนะ แต่ท่านยัง… อย่างนั้น จะไม่เป็นไรหรือ”
“ยังไหวอยู่”
ดูเหมือนการเบี่ยงเบนความสนใจจะล้มเหลว เฉินเสียนเงียบไปครู่หนึ่ง
ในที่สุดก็เธอก็ยกขาขึ้นมาแนบชิดเข้ากับเขาโดยไม่เหลือช่องว่างเอาไว้
ซูเจ๋อพูดไม่ออก เขาใช้มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าของเฉินเสียนไว้ ครู่ใหญ่ๆ
จึงเอ่ยออกมาว่า “อาเสียน ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
เฉินเสียนเงยหน้ามองเขา หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นและจูบลงไปที่
ลูกกระเดือก อ้อยอิ่งอยู่ที่คางของเขาและเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า “ข้ารู้ว่าแต่
ไหนแต่ไรท่านทนได้เสมอ แต่ตอนนี้ ชัดเจนแล้วว่าข้าอยู่ต่อหน้าท่าน เหตุ
ใดท่านจึงต้องอดกลั้นอยู่อีก ถ้าท่านต้องการข้าท่านไม่จำเป็นต้องฝืน ข้า
รู้จักร่างกายของตัวเองดีกว่าท่าน ข้ารับได้”
191
เธอรู้สึกได้ว่ามือของซูเจ๋อที่จับอยู่ที่ข้อเท้าของเธอกำแน่นขึ้นเล็กน้อย
เธอกระซิบอยู่ที่ข้างคอของเขาว่า “ข้าเพียงแค่ยังเขินอายนิดหน่อย”
“คงจะเป็นเช่นนั้น”
ซูเจ๋อยกขาของเธอขึ้นมาและหาจุดกึ่งกลางหว่างขาจนพบ เขาปล่อยให้
เธอจมลงไปช้าๆ ในขณะที่ยืดกายของตนเองขึ้นมาเล็กน้อย ปล่อยตัวไป
ตามกระแสของนํ้า จากนั้นจึงค่อยๆ รุกเข้าไปในร่างกายของเธออีกครั้ง
อย่างอ่อนโยน
ความรู้สึกอิ่มเอมและความรวดร้าวที่เกิดขึ้นทำให้เฉินเสียนสั่นสะท้าน
ขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ขาของเธอไม่มีที่ให้ตกลงไป เธอจึงทำได้เพียงโอบ
รอบเอวของเขาไว้ ทุกครั้งที่มีการขยับเข้าออกอย่างเต็มที่ ทุก
เส้นประสาทของเฉินเสียนจะอ่อนไหวจนเธอแทบบ้า
แม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะให้ความร่วมมือกับ
เขา ลอยขึ้นและจมลงไปด้วยกัน
เฉินเสียนฟุบหน้าอยู่บนบ่าของเขาและอดไม่ได้ที่จะยํ้าเตือน เธอทำ
อย่างที่ซูเจ๋อเคยทำ เผยอปากและขบไปที่ใบหูของเขา
ซูเจ๋อชะงักไปนิดหนึ่ง เขาหายใจหนักๆ หนึ่งทีและเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่
เปลี่ยนไปว่า “เฉินเสียน ท่าน… กำลังรนหาที่ตายรึ”
เฉินเสียนเปลี่ยนไปเป็นระบายความโกรธ เธอตอบกลับด้วยเสียงที่
แหบพร่า “ท่านมันปีศาจ มีแค่ท่านที่ยั่วข้าได้ แต่ข้ายั่วท่านไม่ได้หรือ
อย่างไร” พูดจบเธอก็โลมเลียมและแทะเล็มที่ลำคอของเขาอย่างอ้อยอิ่ง
192
“ปีศาจ…” ซูเจ๋อสูดลมหายใจและรั้งเอวของเฉินเสียนซึ่งอยู่ใต้นํ้าเข้าหา
ตัว “ใครเป็นปีศาจกันแน่? ท่านอาจจะยังไม่รู้ ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้ายังมี
สิ่งที่สงวนและเก็บงำเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก”
เขายังคงหัวเราะอย่างแผ่วเบา “ท่านไม่รู้จริงๆ ก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ข้าจะ
ทำให้ท่านได้รู้เอง”
ซูเจ๋อพาเธอขึ้นฝั่ง เสียงนํ้าใสดังกังวาน และเขาก็ดุร้ายยิ่งกว่าตอนที่อยู่
ในห้อง
ตอนที่อยู่ในอาราม ซูเจ๋อพยายามยับยั้งอย่างเต็มที่เพราะเกรงว่าจะทำ
เสียงดังไปจนถึงนอกลานซึ่งอวี้เยี่ยนกำลังหลับสนิท แต่ตอนนี้ ที่บ่อนํ้าพุ
แห่งนี้ บนผืนนํ้าที่กว้างใหญ่ มีเพียงแค่เขาและเธอเท่านั้น
นํ้าพุร้อนดูเหมือนจะไหล่ย้อนเข้าไปในร่างกายของเฉินเสียน ชะล้างไป
ทั่วสรรพางค์กายและทุกเส้นประสาทของเธอ เหลือไว้เพียงแค่ลมหายใจ
ของซูเจ๋อและรอยประทับอันเร่าร้อนที่เขาฝากเอาไว้
เมื่อพายุหิมะสงบลง เฉินเสียนจึงเงยหน้าขึ้นมองดูท้องฟ้าที่อ้างว้างใน
ยามราตรี และเหมือนจะเห็นดวงดาวพราวแสงระยิบระยับอยู่ไม่กี่ดวง
งดงามเหลือเกิน
เธอโอบศีรษะของเขาไว้ ผมที่สยายราวกับสาหร่ายเกี่ยวพันอยู่ตาม
ซอกนิ้วของเธอ เธอเอ่ยอย่างเต็มตื้นในอารมณ์ว่า “ซูเจ๋อ ท่านคิดว่าการ
รักใครสักคนมันรู้สึกอย่างไรหรือ”
“รู้แค่ว่ากลัวว่าจะทำร้ายเธอ และอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนวิธีทรมานเธอ”
“ส่วนข้ารู้สึกว่า… ไม่ว่าจะทรมานด้วยวิธีไหน ข้าก็ยังตื่นเต้นและรักที่จะ
ทำอยู่ดี…”
193