ข้าคือหงส์พันปี - บทที่516 หากมิต้องการให้ข้าทำ เช่นนั้นท่านก็เบาๆหน่อยนะ
ซูเจ๋อโอบกอดช่วงเอวของเธออย่างลึกซึ้ง ทุกครั้งที่หลอมละลายเข้า
ไปล้วนอิ่มเอิบเป็นอย่างมาก คิ้วสองข้างขมวดรวมเข้าด้วยกันเล็กน้อย
กลิ่นอายลมหายใจรุกรานอย่างหนัก กัดเม้มที่ใบหูของเธอ แล้วกล่าวขึ้น
ว่า “อาเสียน ที่จริงท่านสามารถผ่อนคลายได้ตามความเหมาะสมนะ”
เฉินเสียนสะลึมสะลือและมึนงง กล่าวขึ้นว่า “ข้าทำให้ท่านเจ็บใช่
หรือไม่?”
ซูเจ๋อยิ้มอย่างจนปัญญา แล้วกล่าวขึ้นว่า “ท่านจะทำให้ข้าเจ็บได้
อย่างไร ท่านเพียงแค่ทำให้ข้ายากที่จะควบคุมตัวเองได้”พูดจบ เขาได้ยก
เอวเธอขึ้น ใช้แท่งอุ่นร้อนผ่าวที่มีพละกำลังสอดแทรกเข้าไป
เฉินเสียนไม่ทันได้ตั้งตัว จิตวิญญาณของเธอถูกเขาทำให้เตลิด
กระเจิดกระเจิง ตามด้วยความสุขที่เปี่ยมล้นอย่างมหาศาล สมองของเธอ
ขาวโพลนในช่วงเวลาสั้นๆ
ซูเจ๋อสำรวจปล้นชิงอยู่ในร่างกายของเธอ ราวกับนั่นเป็นกลอุบายการ
ทำสงครามปราบปราม แล้วนำมาใช้ปราบปรามหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างผู้นี้
ประมาณว่าบนโลกใบนี้ เป็นสิ่งของอย่างหนึ่งย่อมพิชิตของสิ่งหนึ่งได้
หากเป็นสิ่งที่เขาต้องการ แม่นํ้าภูเขาอำนาจบนพื้นพิภพล้วนไม่ต้องเสีย
แรงมากมายก็สามารถเอามันมาได้
แต่ซูเจ๋อรู้สึกว่า บนพื้นพิภพไม่สวยอย่างเธอ ไม่มีความยั่วยวนดึงดูด
แบบที่เธอมี
331
คล้ายดั่งเฉินเสียนถูกกระแสคลื่นชะล้างจวนจะเป็นลมไปอยู่รอมร่อ แต่
ก็ยังมีจิตสำนึกรู้ตัว
เธอพ่ายแพ้ย่อยยับป่นปี้ ได้แต่ใช้กำลังสุดความสามารถเกี่ยวกระหวัด
เขา ลมหายใจอ่อนระทวย กล่าวขึ้นว่า “ซูเจ๋อ…….ท่านเคยบอกว่าจะ
เบาๆ……”
ซูเจ๋อหายใจหอบกระเส่า กล่าวว่า “อืม แต่ท่านรัดแน่นมาก ทำให้ข้า
เปลี่ยนความคิด”
เฉินเสียนผ่อนคลายมือที่โอบกอดแผ่นหลังของเขา กล่าวพูด
สะเปะสะปะว่า “เช่นนั้น…..ข้า ข้าไม่รัดท่านก็จบแล้ว ”
ซูเจ๋อชะงักงัน หางตามีคลื่นซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรงยากที่จะตีห่าง
แทบอยากจะนำเฉินเสียนกลืนกินเข้าไป เขากระตุกริมฝีปากขึ้น ยกคิ้วแล้ว
กล่าวอย่างเศร้ารันทดสุดหัวใจว่า “ไม่ใช่ด้านบนที่รัดข้าแน่น แต่เป็น
ด้านล่างต่างหาก”
พูดจบ การเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วงได้ถอยออกมา ไม่รอเฉินเสียน
ตอบสนองกลับมา ถัดมาในช่วงเวลาสั้นๆเขาได้จับเอวเธออีกครั้ง แล้วส่ง
แท่งอุ่นร้อนที่มีพละกำลังเข้าไปด้วย
ปฏิกิริยาสัญชาตญาณของเฉินเสียนรัดตัวเบียดเสียดอยู่ที่เขาอย่าง
สุดกำลัง ไม่หยุดที่จะสั่นเทา
“รัดข้าแน่นแบบนี้”ลมหายใจของซูเจ๋อว้าวุ่นอย่างหนัก
เธอสามารถรู้สึกได้ถึงร่างกายภายในราวกับเสียวซ่านไหลวนและ
กระตุกเกร็งเบาๆ เฉินเสียนอยากร้องเสียงดัง แต่ทว่าถูกซูเจ๋อปิดริมฝีปาก
ไว้ มีเพียงเสียงครางอ่อนปวกเปียกที่ออกมาจากข้างริมฝากปากเธอ
332
ซูเจ๋อที่เสน่ห์หายังหลงเหลืออยู่ ได้บุกรุกก่อตัวขึ้นอีกครั้ง………………
เฉินเสียนไม่ได้ไปคิดว่าอย่างไรนับเป็นการรัด ราวกับว่าเพียงแค่ซูเจ๋อ
ไม่หยุด เธอยิ่งตัดใจไม่ลงที่จะปล่อยเขา ก่อนที่เธอจะอิดโรยลง เธอคิด
เพียงว่าอยากจะพยายามใช้แรงที่เหลืออยู่โอบกอดเขาไว้
จนกระทั่งตอนสุดท้าย ในมือของเฉินเสียนขยุ้มผ้าปูที่นอน กล่าวเสียง
ครวญครางสั่นระริกว่า “นี่ ท่านไม่ใช่พูดว่าพรุ่งนี้ยังต้องคิดหาวิธีการออก
จากเมืองหรือ……..”
“ยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลย ท่านก็รับไม่ไหวแล้วหรือ?”
“……..”อยู่บนเตียงของเขา เฉินเสียนยิ่งมีความรู้สึกไวมาก ยังไม่ถึงสอง
ชั่วโมง แต่ทว่าเธอใจลอยเคว้ง อ่อนกำลังลงอยู่หลายครั้งมาก
นับว่าซูเจ๋อยังมีความพอดี ไม่ได้ทำแล้วทำเล่าจนถึงฟ้าสาง เฉินเสียน
นอนเหนื่อย และยังมีพักผ่อนประมานสี่ถึงหกชั่วโมง
เธอเหนื่อยจนนิ้วหัวแม่มือยังขี้เกียจที่จะขยับ ซูเจ๋อคว้าที่ตัวของเธอ
เพื่อให้เธอนอนอยู่อย่างสงบในอ้อมกอดของเขา
อบอุ่นเป็นอย่างมาก เฉินเสียนโอบรอบต้นคอของเขา หาท่าทางที่ทำ
ให้หลับสบาย เธอเอียงศีรษะลงข้างคอของเขาแล้วผล็อยหลับไป
รอวันต่อมาหลังจากที่ฟ้าสาง ซูเจ๋อต้มนํ้าร้อนให้เฉินเสียนชำระล้าง
ร่างกาย
เขาวางผ้าขนหนูสีขาวลงไปในนํ้า นิ้วเรียวยาวขาวสะอาดของเขาบิดที่
ผ้าขนหนู อีกด้านก็กล่าวด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบาว่า “เมื่อคืนนี้ดึกมากแล้ว
333
เห็นว่าท่านเหนื่อยและก็ไม่ได้อาบนํ้าชำระร่างกายด้วย ในเรือนไม่มีถังนํ้า
เพราะฉะนั้นเลยต้องใช้สิ่งนี้ชำระล้างไปก่อนชั่วคราวนะ”
ในเรือนของซูเจ๋อไม่มีผู้หญิง พวกเขาที่เป็นชายเวลาอาบนํ้าเลยไม่ได้
ยุ่งยาก ล้วนไปที่ห้องนํ้าอาบและล้างชำระ เพราะฉะนั้นเลยไม่มีถังนํ้าที่แช่
ชำระร่างกายแบบนั้น
ผ้าเช็ดขนหนูที่บิดเรียบร้อยแล้วแผ่กระจายไอความร้อนอยู่บนมือของ
เขา เขากำลังเอื้อมมือเข้าไปภายในผ้าห่ม ก็ได้ถูกเฉินเสียนสกัดรั้งไว้
เฉินเสียนเงียบไม่ปริปาก สักพักหนึ่งได้กล่าวขึ้นว่าว่า “ข้าทำเอง”
ซูเจ๋อชำเลืองมองที่กกหูของเธอ หรี่เปลือกตาให้แคบลง ยิ้มแล้วกล่าว
ว่า “ได้ ท่านทำเอง”
เฉินเสียนแย่งชิงผ้าขนหนูมา และเช็ดตัวเองลวกๆ
ซูเจ๋อนั่งอยู่ข้างเตียง กล่าวด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบาว่า “ท่านนุ่มนวลหน่อย
เถิด”
“……….”เฉินเสียนจ้องเขม็งใส่เขาอย่างแรง กล่าวว่า “ไม่ได้ทำหยาบคาย
กับท่านเลย ท่านเจ็บปวดใจทำไมกันเล่า”
“ถึงอย่างไรก็เป็นข้าที่ทำให้กลายเป็นเช่นนี้ ท่านกำลังนำความผิดของ
ข้ามาลงโทษตัวท่านเอง มิใช่ไม่คุ้มค่าหรืออย่างไร เอาอย่างนี้ไหม ให้ข้า
เป็นคนทำ?”
“ไม่ต้อง!”
ซูเจ๋อกล่าวอย่างสุภาพว่า “หากมิต้องการให้ข้าทำ เช่นนั้นท่านก็เบาๆ
หน่อยนะ”
334
เฉินเสียนงอขาทั้งสองข้าง ใบหน้าร้อนผ่าว การกระทำก็เบาลงแล้วไม่
น้อยเลย ใจกลางความสาวของเธอยังมีความเหนียวข้นอยู่บ้าง พอสัมผัส
โดนก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บแสบ ร่างกายยังคงอ่อนเพลีย เจ็บแปลบไปทั้ง
เนื้อทั้งตัว แต่อาจจะเป็นเพราะประสบมาถึงสองครั้ง เลยสามารถปรับตัว
ให้แข็งแกร่งได้ และก็ไม่ได้เหนื่อยมากมายอย่างเมื่อก่อนแล้ว
“เอาผ้าขนหนูมาให้ข้า”ซูเจ๋อกล่าว
เฉินเสียนยื่นผ้าขนหนูออกมาจากผ้าห่มให้กับเขาเงียบๆ จากนั้นมอง
เขาที่นำมันวางลงในนํ้าร้อน ซักมันอย่างไม่รีบร้อน และได้ส่งมาบนมือเธอ
ทั้งที่มีความอุ่นอยู่
เช่นนั้นเธอเลยเช็ดซํ้าไปซํ้ามาสองครั้ง ความรู้สึกที่เหนียวเหนอะหนะก็
ได้หายไป เฉินเสียนอยากจะสวมใส่เสื้อผ้าแล้วลงจากเตียง แต่พอมองไป
บริเวณโดยรอบพบว่า ชุดของเธอล่ะ เหมือนกับว่าไม่เจอมันแล้ว
ซูเจ๋อยืนอยู่ที่ตู้เสื้อผ้า หยิบชุดของเขาที่ใส่ตั้งแต่ไหนแต่ไรออกมา และ
กล่าวว่า “ชุดของท่านต้องรอแห้งก่อน ถึงจะสวมใส่มันได้ ท่านสวมใส่ของ
ข้าก่อนได้หรือไม่”
ซูเจ๋อนำชุดวางไว้บนเตียง เฉินเสียนไม่พูดไม่จาหยิบมาสวมใส่ลวกๆ
ชุดนี้อยู่บนตัวของเธอแล้วมันหลวมอยู่บ้าง และมีกลิ่นอายของเขาด้วย
ในใจของเธอกระโดดโครมครามพักหนึ่ง เธอรู้สึกหงุดหงิดใจ
เห็นสีหน้าของเธอผิดแปลกไป ซูเจ๋อเลยกล่าวว่า “หากไม่ชอบ ท่านก็
นอนอยู่บนเตียงนะ รอข้าอบผึ่งแห้งเรียบร้อยแล้ว จะนำมาส่งให้กับท่าน”
เฉินเสียนก้มศีรษะลง จัดการกับเสื้อผ้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ชอบหรอก”
335
“แล้วท่านเป็นอันใดเล่า คล้ายดั่งว่าท่านไม่มีความสุขขึ้นมาโดย
ฉับพลัน”
เฉินเสียนไม่ได้เอื้อนเอ่ย ลงมาจากเตียงแล้วสวมใส่รองเท้า เพิ่งจะยืน
ได้เสถียรมั่นคง ซูเจ๋อก็ยืนขวางอยู่ตรงหน้าเธอ ราวกับว่าเธอไม่พูด
เหตุผลนี้ เขาก็ไม่มีทางถอย
เฉินเสียนผลักเขา ก็ไม่ไหวติง ทันใดนั้นเขาเข้ามาใกล้ชิด เฉินเสียนรู้สึก
ลุกลี้ลุกลนขึ้นมาบ้าง
เฉินเสียนดึงถลกชายเสื้อของเขา และก็ยังมีลากอยู่บนพื้นด้วย ชุด
ของซูเจ๋อดูเหมือนว่าเธอสวมใส่แล้วน่ารักอย่างมาก
เธอกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ไม่มีความสุข ก็คือข้ามีความรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง
อย่างกะทันหัน”
“เหตุใดถึงหงุดหงิด”
เฉินเสียนหลุบตามองกะละมังและผ้าขนหนูที่อยู่บริเวณด้านข้าง กล่าว
อย่างเย็นชาออกมาว่า “เหมือนว่าข้ามักจะสับสนจิตใจไม่สงบอยู่เสมอ
ตอนที่ท่านอยู่ข้างกายข้า ภายในใจมักรู้สึกใจสั่น ว้าวุ่นจิตใจไม่อยู่กับเนื้อ
กับตัว ไร้ความคุ้นชิน”
เธอมองซูเจ๋ออย่างรวดเร็ว ดวงตาลํ้าลึกของเขามองเธอเช่นกัน และก็
ยังคงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่ได้เฉยชาเยี่ยงท่าน ความรู้สึกเช่นนี้ เหมือนจะ
เป็นข้าผู้เดียวที่รู้สึกจิตใจว้าวุ่นราวกับเสียวซ่าน แต่ท่านยังนิ่งชัดเจน
เหมือนเดิม ไม่ลุกลี้ลุกลนแม้แต่น้อย ไม่ว่าเรื่องอันใดก็น้อมรับราวกับ
สายนํ้าที่ไหลลงมา เรื่อยเปื่อยตามใจปรารถนา ข้าไม่ได้ไม่มีความสุขเลย
ข้าเพียงอยากจะคุ้นชินอย่างรวดเร็ว ทำให้ตัวเองสงบ…….”
336
เฉินเสียนรู้สึกจิตใจหดหู่อย่างแปลกประหลาด คล้ายดั่งพยายามสงบใจ
ไม่ใช่หนทางที่ดีเลย
หากว่าเธอเผชิญหน้ากับซูเจ๋อ ตั้งแต่นี้ต่อไปไม่สับสนวุ่นวายใจอีก
ตอนที่หัวใจเต้นระรัว ลองคิดดูแล้วเหมือนว่ามันเป็นทุกข์อย่างมาก
337