ข้าคือหงส์พันปี - บทที่717 เขากล้าลงมือกับผู้หญิงและลูกของกระหม่อม
เหล่าขุนนางส่วนใหญ่ในราชสำนักเป่ยเซี่ยถูกศัตรูข้างนอกดึงดูดความสนใจ
มาเกินครึ่ง และถูกความสัมพันธ์ระหว่างเย่เหลียง ต้าฉู่และเป่ยเซี่ยทำให้ปวดหัว
ตลอดทั้งวัน อีกทั้งมีกองกำลังอื่นต้องการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อแทรกเข้า
ไป
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้รับรู้ถึงความสงบบนพื้นผิว แต่ในความเป็นจริงมีบางคน
ที่อยู่ข้างในได้เริ่มต่อสู้แล้ว
ในเวลานี้แตกกัน ไม่ใช่เวลาที่ดีนัก แม้แต่ในเมืองหลวงเกิดขึ้นสองกรณี ล้วน
เกี่ยวข้องกับองค์ชายทั้งหมด
ในเวลานี้จวนท่านอ๋องรุ่ยยังคงสงบมาก และจักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็เห็นซูเจ๋อ
ปรากฏตัวน้อยครั้ง ยิ่งไม่เห็นเขาจะสนใจเรื่องเล็กใหญ่ของราชสำนัก
แต่จักรพรรดิเป่ยเซี่ยมีลางสังหรณ์ในใจ ยิ่งเขาสงบลงเท่าใด สิ่งเหล่านี้ยิ่งมี
ความเกี่ยวข้องกับเขาไม่ผิด
คืนนี้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยออกจากวังเพื่อมาถึงจวนอ๋องรุ่ย ราวกับว่าการมาถึง
ของเขาเป็นอย่างที่คาดการไว้ ซูเจ๋อถึงไม่แปลกใจเลย
ที่จวนท่านอ๋องรุ่ยกำลังจัดเตรียมอาหารเย็น ดังนั้นเขาจึงได้อยู่รับประทาน
อาหารเย็นกับซูเจ๋อ
เดิมทีสองคนพ่อลูกก็พูดคุยกันน้อยอยู่แล้ว ตอนนี้นั่งทานข้าวด้วยกัน โดย
ทุกขั้นตอนนั้นไม่ได้พูดอะไรกันเลย ดูเหมือนว่าความเงียบเช่นนี้คือเป็นไปอย่าง
ไม่ต้องสงสัย
722
หลังทานอาหาร จักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็กล่าวขึ้นก่อน “เจ้าไม่คิดว่าเจ้าจะต้องพูด
อะไรหน่อยหรือ?”
ที่ข้างมือของซูเจ๋อมีชาวางอยู่ เขาใช่นิ้วปิดฝาชาสักพักก็กล่าวว่า “ได้ยินว่า
จักรพรรดินีต้องการเรียกให้กระหม่อมไป พระองค์ตกลงหรือยังพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าเป็นห่วงเรื่องนี้?” จักรพรรดิกล่าวอย่างโมโห “เจ้าคงปรารถนาที่จะให้
นางเรียกตัวเจ้าไปจริงๆ สินะ ไม่สนใจที่จะต้องเป็นอ๋องที่ไปเกี่ยวดอง
ความสัมพันธ์ ไร้ยางอายสิ้นดี!”
ซูเจ๋อกล่าว “ไม่ใช่แค่กระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ ทั้งเป่ยเซี่ย นอกจากพระองค์แล้ว
ทุกคนล้วนต้องการให้นางรีบเรียกตัวกระหม่อมไปอย่างรวดเร็ว”
“รู้มั้ยว่าคนข้างนอกพูดถึงเจ้าอย่างไร บอกว่าเจ้าเที่ยวเป็นพ่อพวงมาลัย!”
ซูเจ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ในเรื่องนั้น เป็นกระหม่อมที่ไปล่วงเกินนาง
จริงๆ คนอื่นพูดเช่นนั้นก็ไม่ผิดอะไร ส่วนมากชาวเป่ยเซี่ยยังคิดว่า นี้เป็นเรื่องที่
กระหม่อมก่อขึ้นมา ก็สมควรแล้วที่ต้องไปเกี่ยวดองที่ต้าฉู่เพื่อแก้ไขปัญหา ไม่
เพียงแต่สามารถถอยจากภัยที่รุกรานนอกอาณาจักร ยังสามารถทำให้ทั้งสอง
อาณาจักรปรองดองและพัฒนาอย่างเนิ่นนาน เป็นเวลานานเพื่อภายหลังจะได้ไม่
ต้องให้เป่ยเซี่ยเป็นกังวล ด้วยวิธีนี้จะเป็นประโยชน์ต่ออาณาจักรและราษฎรโดย
แท้จริง”
ซูเจ๋อมองไปยังจักรพรรดิเป่ยเซี่ยอย่างแผ่วเบาและกล่าวว่า “พระองค์ไม่ทำ
ตามเสียงของปราชาชน? หรือต้องการให้เกิดการร้องเรียนจากปราชาชนใน
ภายหลังถึงจะดี”
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยรู้สึกหงุดหงิดอยู่พักหนึ่ง ทิ้งเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะเขามาที่นี่
เพื่อถามเรื่องอื่นเป็นหลัก แล้วกล่าวว่า “ช่วงนี้ ทั้งสองคดีในเมืองหลวงเกิดอะไร
ขึ้น?”
723
ทั้งสองคดีนี้เกี่ยวข้องกับหลายสิบชีวิต และพวกเขาทั้งหมดมุ่งตรงไปที่องค์
ชายรององค์ปัจจุบัน
องค์ชายรองเป็นทายาทขององค์พระราชินี และทรงแข่งขันกับองค์ชายคน
ใหญ่มากที่สุด นอกจากนี้เขายังดีกว่าเจ้าชายคนโตในแง่ของพรสวรรค์ ถ้าไม่มีซู
เจ๋อ ต่อไปเขาควรเป็นคนที่มีแนวโน้มที่จะขึ้นครองบัลลังก์เป่ยเซี่ยมากที่สุด
ดวงตาสีเข้มของซูเจ๋อบ่งบอกถึงความเย็นชา “เรื่องนี้เพิ่งจัดมาไว้แรกๆ” ”
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้ฟังสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที “ซูเจ๋อ เจ้าต้องการจะทำอะไร
กันแน่น!”
ซูเจ๋อกล่าวว่า “องค์ชายรองอดไม่ได้ที่จะรีบร้อน กระหม่อมยังไม่ได้ทำอะไร
เลย เขาได้ยินเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็รอไม่ได้แล้ว และอาจจะกลัวเรื่องราวเปิดเผย
ดังนั้นเขาถึงลงมือก่อน ทั้งที่ในขณะนี้ง่ายต่อการพบข้อบกพร่อง และทำให้คนยึด
จุดอ่อนตรงนี้ได้”
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยมองอย่างเย็นชาและฟังซูเจ๋ออีกครั้ง “มือของเขาไม่สะอาด
ส่วนเรื่องสกปรกแค่ไหน พระองค์อาจจะไม่รู้”
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยยิ้มเยาะเย้ย “มือของเจ้าสะอาดงั้นหรือ?!”
“กระหม่อมไม่เคยปฏิเสธพ่ะย่ะค่ะ”
จากนั้นซูเจ๋อก็ลุกขึ้นไปที่ชั้นตำราและหยิบกล่องออกมาแล้วเปิดออกต่อหน้า
จักรพรรดิเป่ยเซี่ย ข้างในไม่เพียงมีแต่จดหมายที่ไม่อาจจะเปิดเผยได้ ยังมี
จดหมายที่เขียนด้วยเลือด คำสารภาพ ฯลฯ ซูเจ๋อพลิกจดหมายในกล่องสองสาม
ครั้ง จากนั้นหยิบจดหมายที่เขียนด้วยเลือดออกมาหนึ่งแผ่นเพื่อให้จักรพรรดิเป่ย
เซี่ยดู
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยมองดูเนื้อหาข้างต้นด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว
724
ซูเจ๋อกล่าวว่า “การจัดตั้งกลุ่ม รวมตัวกันเพื่อทำจุดประสงค์ส่วนตัวนั้น เรื่อง
เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องพูดถึง แต่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา ยักยอกเงินของราชสำนัก
เป็นจำนวนมหาศาล ระดมทหารส่วนตัว และพยายามแสวงหาอำนาจเพื่อแย่งชิง
บัลลังก์ ซึ่งไม่ควรที่จะหลับหูหลับตาให้กับเรื่องนี้ แล้วก็ไม่รู้ว่าสิ่งของพวกนี้ที่อยู่
ในมือของกระหม่อม จะสามารถทำให้องค์ชายรองไม่มีโอกาสที่จะลุกขึ้นมาได้
ตลอดไปหรือไม่”
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยบีบจดหมายที่เขียนด้วยเลือดในมือจนแน่น และหลับตาสูด
หายใจเข้าลึกๆ
เมื่อเร็วๆ นี้จวนของท่านอ๋องรุ่ยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จักรพรรดิเป่ยเซี่ยถูก
ภายนอกก่อกวนจนยับเยินจากเรื่องเหล่านั้น จึงละเลยซูเจ๋อไปชั่วขณะหนึ่ง ยิ่ง
เขาไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น
สักพักหนึ่ง จักรพรรดิเป่ยเซี่ยถามว่า “หลักฐานเหล่านี้ เป็นความจริงหรือ?”
ซูเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น สงบอย่างไร้ความปรานี และกล่าวว่า “จริงหรือเท็จ พระองค์
คิดว่าอย่างไร?”
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยกล่าวด้วยเสียงตํ่า “ข้ามีองค์ชายไม่มาก แต่ทั้งหมดเป็นพี่
น้องของเจ้า! และตอนนี้เจ้าอยากจะกำจัดพวกเขาไปทีละคนหรือ?”
แม้ว่าหลักฐานเหล่านี้จะเป็นเท็จทั้งหมด ซูเจ๋อก็สามารถทำให้มันเป็นจริงได้
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยรู้ว่าตอนนี้เขาสามารถแสดงสิ่งเหล่านี้ต่อหน้าเขา และก็ไม่กลัว
ว่าหลักฐานเหล่านี้จะถูกตัวเองจะทำลายทั้งหมด เขาจะต้องมีวิธีการเตรียมการไว้
ด้านหลังเป็นได้
ตามคำพูดของซูเจ๋อ เรื่องนี้ถึงได้จัดไว้เป็นอันดับแรก
725
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่เชื่อว่าองค์ชายรองจะเลี้ยงทหารส่วนตัวและตั้งใจจะ
กบฏ! ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน ถ้าเจ้าชายรองทำชั่ว เพียงมีแต่จะนำหายนะ
มาสู่ตัวเขาเอง และเขาคงจะไม่โง่เขลาเช่นนี้
องค์ชายรองเป็นทายาทโดยตรง มีทั้งวิธีการและความคิดเห็น นอกจากซูเจ๋อ
เขาเป็นที่ชื่นชอบของจักรพรรดิเป่ยเซี่ยมากที่สุดในหมู่ลูกชายของเขา ไม่เพียงแต่
ว่ายังไม่ได้แต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท จักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็ไม่ได้แสดงออกออกมา
อย่างชัดเจน
ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน จักรพรรดิเป่ยเซี่ยอาจไม่ปล่อยให้ซูเจ๋อเป็นรัช
ทายาทแห่งเป่ยเซี่ยในอนาคตแน่นอน ดังนั้นในใจของจักรพรรดิเป่ยเซี่ยองค์ชาย
รองคือตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ซูเจ๋อเข้าใจความคิดของเขาอย่างถี่ถ้วน ทำลายองค์ชายรอง ในอนาคตใครก็
ตามที่สืบทอดอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของเป่ยเซี่ย จะส่งผลต่อรากฐานและความมั่ง
คั่งของอาณาจักร
ซูเจ๋อกล่าวว่า “กระหม่อมไม่มีความรู้สึกใดๆ เกี่ยวกับพี่น้องเหล่านี้ของ
กระหม่อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หยุดไปสักครู่ และยังคงนิ่งสงบ แต่มีลมหายใจที่
โหดเหี้ยมเต็มไปทั่วร่างกายของเขา และกล่าวว่าอีกครั้งว่า “กระหม่อมมี
ความรู้สึกมากที่สุดที่ว่า เขายังกล้าที่จะลงมือกับผู้หญิงและลูกของกระหม่อม”
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยตกใจมาก “เจ้าพูดอะไร?” ทันทีที่เขาถาม เขาก็อดไม่ได้ที่
จะนึกถึงซูเจ๋อที่หายตัวไปสองสามวันเมื่อเขาอยู่ในพระราชวังชิงไห่
ซูเจ๋อเอนหลังพิงเก้าอี้ กล่าวถึงเหตุการณ์ในดวงตามีความมืดมิดและเย็นชา
กล่าวว่า “เขาส่งคนไปเจาะเรืออย่างลับๆ และหลังจากที่รอให้เรือแล่นออกจาก
ทะเลก่อนจะถึงต้าฉู่ เรือก็จมลงทะเลแล้ว
726
เขาคิดว่าเมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างทางในทะเล ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อะไรกับเป่ยเซี่ย ยังเป็นการยิงธนูนัดเดียวได้นกสามตัว นอกจากจะกำจัด
จักรพรรดินี ยังได้กำจัดองค์ชายหกแก่เย่เหลียง เมื่อถึงตอนนั้นก็จะไม่มีผู้นำใน
กลุ่มต้าฉู่ ท่าทีที่ยโสโอหังของเย่เหลียงก็จะไม่มี จึงไม่เป็นภัยคุกคามต่อเป่ยเซี่ย
อีกต่อไป”
ซูเจ๋อเหลือบมองจักรพรรดิเป่ยเซี่ยที่มีสีหน้าดูซับซ้อนและกล่าวว่า “ไม่รู้ว่า
เขาต้องการช่วยเป่ยเซี่ยบรรเทาปัญหาภัยรุกรานจากนอกอาณาจักร หรือผลักเป่ย
เซี่ยลงไปยังที่ที่มีนํ้าร้อน ต้าฉู่ตอนนี้ไม่ใช่เมื่อก่อน ทั้งยังมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน
คงจะไม่มีทางหนีทีไล่เอาไว้”
วิธีที่องค์ชายรองทำนั้นช่างเลอะเทอะจริง ต้าฉู่สูญเสียจักรพรรดินีหนึ่งท่าน
และองค์ชายหนึ่งท่าน จะกลํ้ากลืนความเจ็บชํ้านํ้าใจนี้ได้อย่างไร แม้ว่ามันจะเกิด
จากเรืออับปางจริงๆ ก็มีเจตนาที่แน่วแน่จะระบายความโกรธกับเป่ยเซี่ย
ซูเจ๋อหยิบจดหมายที่เขียนด้วยเลือดจากมือของจักรพรรดิเป่ยเซี่ยกลับมา
แล้วใส่ลงในกล่องอย่างสบายๆ แล้วพูดด้วยนํ้าเสียงที่ทุ้มตํ่ามาก “เขาไม่ควรทำ
เป็นอย่างมาก ที่ไปลงที่ผู้หญิงและลูกของกระหม่อม กระหม่อมจะทำให้เขารู้ว่า
กระหม่อมจะทำให้เขาตายเช่นไร”
727