ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1007 ลมเปลี่ยน
บทที่ 1007 ลมเปลี่ยน
แม่ทัพเสือเสือ อาหู่ นั่งนิ่งอยู่บนพื้นห่างจากสระปีศาจสวรรค์สิบจั้ง
มันคิดว่าครึ่งถ้วยชาคือขีดจำกัดของจ้าวอู่หยาง คิดว่าแม้จะผ่านไปครึ่งถ้วยชา ก็คงจะทนได้อีกไม่นาน ไม่มีทางที่จะทนได้ถึงหนึ่งถ้วยชาแน่
แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปสองถ้วยชาแล้ว จ้าวอู่หยางกลับไม่มีทีท่าว่าจะทนไม่ไหวแม้แต่น้อย ทำให้มันต้องเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ
หรือพี่ชายของราชาหมาป่าจะไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นปีศาจที่มีร่างกายแข็งแกร่งมาก?
ไม่เช่นนั้นจะสามารถทนต่อการซัดกระหน่ำของพลังปีศาจและพลังความเย็นยะเยือกมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?
สองถ้วยชา อาหู่ที่ตอนนี้มีวรยุทธ์ระดับจักรพรรดิขั้นสอง และยังเป็นเผ่าเสือมังกรที่มีร่างกายแข็งแกร่งก็ยังทนได้เพียงแค่หนึ่งถ้วยชา
แต่เจ้าจ้าวอู่เหยียงกลับทนได้ถึงสองถ้วยชา
อาหู่ทำเบ้ปาก สมกับคำว่าอย่าตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก ผู้ที่ราชาหมาป่าเรียกว่าพี่ใหญ่ได้ย่อมไม่ใช่อัจฉริยะธรรมดา
บริเวณสระน้ำปีศาจ เสียงน้ำดังอยู่ตลอด จ้าวอู่เจียงเร่งความเร็วในการฝึกฝร ในที่สุดการเพิ่มพลังวิญญาณก็ใกล้จะถึงขีดสูงสุดที่วิญญาณของเขารับไหว
เขาเสียดายอย่างยิ่ง แต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ ชีวิตคนเราจะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่างได้อย่างไร
มือของเขาทำท่าผนึก หยุดการดูดซับพลังจากสระน้ำปีศาจสวรรค์ ภายในร่างกายมีพลังร้อนระอุปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน พุ่งทะยานเข้าสู่ร่างวิญญาณในพริบตา
หมอกสีม่วงค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ห่อหุ้มร่างกายราวกับเปลวเพลิงสีม่วงที่ลุกโชน
เขากำลังพยายามจุดไฟวิญญาณ ให้ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกโชนตลอดกาล เพื่อก้าวขึ้นสู่ขั้นจักรพรรดิ!
“จ้าวอู่หยางกำลังก้าวข้ามขั้นการก้าสู่จักรพรรดิ เขากำลังเลื่อนขั้น!” แม่ทัพหมีพลันลุกขึ้น ร่างพุ่งทะยาน ลอยขึ้นไปในอากาศเหนือจ้าวอู่หยาง ไม่ว่าที่นี่จะเป็นใจกลางของเขาซยง หรือจะมีคนผ่านไปมารบกวนหรือไม่ ตอนนี้มันต้องปกป้องการฝึกฝนของจ้าวอู่หยาง
อาหู่ก็ตกใจ ผุดลุก ยื่นอุ้งเท้าเสือไปด้านหลัง จับด้ามขวานใหญ่ พร้อมที่จะโจมตีทุกเมื่อ
การข้ามผ่านจากขั้นก้าสู่จักรพรรดิสู่ขั้นจักรพรรดิไม่ยาก สิ่งที่ยากคือการควบคุมเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณที่เข้าสู่ขั้นจักรพรรดิ
หากมีความผันผวนทางจิตใจครั้งใหญ่หรือการรบกวนจากภายนอก เปลวไฟแห่งจิตวิญญาณที่กำลังลุกไหม้อยู่ก็อาจดับลงได้อย่างง่ายดาย
และผลลัพธ์ของการดับลงมีเพียงอย่างเดียว…ตาย
ไฟดับ คนตาย
เปลวไฟของวิญญาณที่ลุกโชนก็คือเปลวไฟของตะเกียงน้ำมัน
และการฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหมดหลังจากขั้นจักรพรรดิล้วนเป็นการปกป้องเปลวไฟบนตะเกียงวิญญาณของตนเองให้ลุกโชนตลอดกาล
…….
“เหมาเหม่า”
ราชาหมาป่าเลือดแดงเห็นราชาเสือชี้ไปที่สมาชิกองครักษ์เสือห้าคนอย่างไม่ใส่ใจ สมาชิกเหล่านี้ล้วนเป็นปีศาจขั้นจักรพรรดิมันเอ่ยปากสั่งการ น้ำเสียงทุ้มต่ำไปยังลิงหินเหมาเหม่า ให้ไปดูสถานการณ์ของแม่ทัพเสือกับแม่ทัพหมีที่สระปีศาจสวรรค์
หากทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่น และพี่ใหญ่ของมัน จ้าวอู่หยาง บำเพ็ญเพียรเสร็จสิ้น ก็ให้แม่ทัพเสือกับแม่ทัพหมีมาร่วมประลองฝีมือ
แม้เป็นเพียงการประลองพอเป็นพิธี แต่ถ้าสามารถเอาชนะได้ ก็ต้องเอาชนะ
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรี
ลิงหินค้อมกายคำนับ แล้วพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังเขาด้านหลัง มันเคลื่อนผ่านทุ่งหญ้าและป่าไม้กว้าง ไม่นานก็มาถึงเชิงเขา
พอมาถึงเชิงเขา ยังไม่ทันเข้าใกล้สระปีศาจสวรรค์ ก็เห็นร่างของแม่ทัพหมียืนตระหง่านอยู่เหนือสระ
เหมาเหม่าประหลาดใจ
ยามนี้แม่ทัพหมีไม่มีท่าทางซื่อบื้อเหมือนก่อน ร่างอ้วนแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทั่วร่างเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามและดุร้าย ราวกับกำลังบอกให้คนอื่นอย่าเข้าใกล้
แต่เหมาเหม่ามีภารกิจ มันกำลังจะร้องเรียก ทันใดร่างของแม่ทัพเสือก็ปรากฏวาบตรงหน้า แม่ทัพเสือจ้องมองด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ใครอนุญาตให้เจ้าบุกรุกเข้ามา?”
เหมาเหม่าน้อยใจเล็กน้อย มันก้มหน้าลงพลางตอบ
“เป็นคำสั่งจากราชา ราชาให้ข้ามาดูว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่บำเพ็ญเพียรเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ และท่านกับแม่ทัพหมีว่างแล้วหรือไม่”
“มีธุระใด?” เสียงของแม่ทัพเสือเย็นชา จ้าวอู่หยางกำลังอยู่ในช่วงก้าวผ่าน ทั่วร่างห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีม่วง เปลวไฟสีม่วงลุกโชนรุนแรง ลิงหินเหมาเหม่าอธิบายสถานการณ์ให้แม่ทัพเสือฟัง
แม่ทัพเสือมองไปที่จ้าวอู่หยางในสระปีศาจสวรรค์ สีหน้าเคร่งขรึม
“รอ”
เหมาเหม่าพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้าลง แล้วแอบมองไปที่พี่ใหญ่ขององค์ราชาในสระปีศาจสวรรค์
มันตกใจจนแทบจะกระโดด เมื่อเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
ตู้ม!
น้ำสีดำในสระปีศาจสวรรค์แตกกระจาย บดบังร่างของพี่ใหญ่ราชาหมาป่า เปลวไฟสีม่วงไม่ได้ดับลง กลับลุกโชนรุนแรง พุ่งสูงขึ้นไป ชั่วพริบตาก็สูงกว่าสิบจั้ง เปลวไฟราวกับมือยักษ์สีม่วงที่ยื่นออกไปสู่ท้องฟ้า