ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1012 สายฟ้าฟาดห้าครั้ง
บทที่ 1012 สายฟ้าฟาดห้าครั้ง
จ้าวอู่เจียงและราชาเสือลมดำเหาะวูบออกไปยังลานกว้างในป่าเขาด้านนอก
ผู้คนที่เหลือในห้องโถงมองหน้ากันไปมา เหตุการณ์วันนี้ช่างน่าตกใจและเหลวไหลเหลือเกิน
แกะบ้าตกตะลึงและสงสัย ทำไมพวกมันถึงรู้สึกว่าพี่ชายของราชาหมาป่าเหมาะสมกับคำว่า ‘บ้า’ มากกว่ามันเสียอีก
ตอนนี้จะสู้กันต่อหรือไม่?
พวกมันทั้งสิบคนจะประลองฝีมือกันต่อหรือไม่?
แม่ทัพเสือดวงตาเดียวของมันวาววับ มันมองเห็นพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของจ้าวอู่หยาง พลันก็หวั่นไหว มันกระโดดออกจากห้องโถงไปก่อนใคร
การประลองกับกองทัพเสือแห่งเขาชิวหลัวไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว
ไม่ว่าวันนี้ผลงานการต่อสู้ของพวกมันทั้งสิบตนจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีทางเทียบได้กับการประลองระหว่างจ้าวอู่หยางกับราชาเสือลมดำ
เสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วด้วยความกังวล ร่างของมันวูบหายไปปรากฏตัวที่ลานกว้างในป่าเขา มันต้องคอยระวังไม่ให้หลัวเฟิงลงมือหนักเกินไป
ผลลัพธ์ของการประลองครั้งนี้ไม่มีความลุ้นระทึกแม้แต่น้อย พี่ใหญ่จ้าวอู่หยางต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน เพียงแต่จะยืนหยัดได้นานเพียงไหนเท่านั้น
“เด็กสมัยนี้” ราชาหมีเฒ่าส่ายหัว เอามือไพล่หลัง ค่อย ๆ เดินออกไปนอกห้องโถง
เหล่าเสือร้ายก็พุ่งออกจากห้องโถงเช่นกัน
พวกมันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของราชาเสือ หลัวเฟิง ผ่านประสบการณ์เป็นความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยพบเจอมนุษย์เช่นนี้มาก่อน
พลังเบาหวิวดั่งขนนก แต่สติปัญญา บารมี และความกล้าหาญ หนักยิ่งกว่าขุนเขา
จ้าวอู่เจียงสูดหายใจลึก มือซ้ายค่อย ๆ วาดอักขระในอากาศ ยันต์สายฟ้าปรากฏขึ้นและหลอมเข้าสู่มือของเขา
วิชาของสำนักเต๋า?
ราชาเสือปลดผ้าคลุมของตนออก สะบัดไปด้านหลัง กล้ามเนื้อที่เป็นมัด ๆ พองขึ้น บนอุ้งเท้าเสือมีพลังคมกริบรวมตัวอยู่
มือซ้ายจ้าวอู่เจียงมีสายฟ้าสีเงินขาวเป็นเกราะแขน มือขวามีของเหลวสีดำราวกับน้ำหมึกกำลังไหลเอื่อย ๆ
ปากขอพึมพำ รอบกายเป็นสายลมและสายฟ้ ประกายสายฟ้าสีฟ้าและสีแดงปรากฏขึ้นระหว่างมือทั้งสองของเขา
ดวงตาเสือเคร่งเครียด มันกำลังประลองกับจ้าวอู่หยาง แน่นอนว่าจะไม่ลงมือก่อน มันกำลังรอให้จ้าวอู่หยางโจมตีก่อนหนึ่งครั้ง
ในมือของจ้าวอู่เจียงมีสายฟ้าทั้งห้ารวมตัวกัน สายฟ้าอัดเป็นก้อนกลมหลากสี ส่งเสียงเผาไหม้ และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือวิชาสายฟ้าของลัทธิเต๋าที่เรียกว่า เบญจอัสนีตัดฟ้า นับเป็นวิชาเต๋าขั้นสูง
ก่อนหน้านี้เขาติดขัดด้วยวรยุทธ์ทำให้ไม่สามารถใช้ได้ แต่ตอนนี้ขอบเขตของเขาเลื่อนขึ้นอีกครั้ง เลยใช้ออกมาได้
“เบญจอัสนีตัดฟ้า!”
จ้าวอู่เจียงขว้างก้อนสายฟ้าออกไปอย่างรุนแรง ชั่วพริบตาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าราชาเสือ หลัวเฟิง
ตู้ม!
สายฟ้าหลากสีระเบิดออก ทั่วทั้งสี่ทิศสั่นสะเทือน
ราชาเสือเบิกตากว้าง อุ้งเท้าเสือมีควันสีดำพวยพุ่ง ด้วยมันใช้อุ้งเท้าเสือตบสายฟ้าที่ระเบิดออก
พลังบ้าคลั่งถาคลั่งโถม แสงสีขาวเจิดจ้าแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศ ส่องสว่างใบหน้าราชาเสือที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง สายฟ้าคำราม พัดให้อาภรณ์ของสะบัดพลิ้ว เส้นขนและเส้นผมทั้งหมดปลิวไปด้านหลัง
อุ้งเท้าเสือที่กดอยู่บนสายฟ้าสั่นเทา ควันสีเขียวอ่อนลอยขึ้น
ผ่านไปหนึ่งลมหายใจ พลังของสายฟ้าก็ดับลง โลกตรงหน้ากลับมาชัดเจนอีกครั้ง อุ้งเท้าเสือกลายเป็นสีดำไหม้ เนื้อและเลือดส่วนใหญ่ถูกเผา
“ดี!” มันเอ่ยเสียงทุ้ม ยอมรับการโจมตีของจ้าวอู่หยาง
มันไม่หลบหลีกหรือหลีกเลี่ยง รับการโจมตีโดยตรง และได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แทบไม่ถือว่าเป็นบาดแผลด้วยซ้ำ มันสามารถรักษาบาดแผลให้หายได้ในพริบตา
หากการโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของราชาหมาป่าเลือดแดง มันคงจะหัวเราะอย่างดีใจและภาคภูมิใจ
แต่การโจมตีอันทรงพลังนี้ การโจมตีที่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้นี้ กลับเป็นฝีมือของผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบของผู้เคารพ
มันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึงและทึ่งในใจ หากเป็นผู้ฝึกตนระดับเดียวกับจ้าวอู่หยางคงถูกทำลายทั้งร่างกายและจิตวิญญาณไปแล้ว
ไม่เพียงแต่มันที่ตกตะลึง เหล่ายอดฝีมือปีศาจที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็ถูกลูกกลมสายฟ้าหลากสีนี้ทำให้ขนหัวลุกชัน
โดยธรรมชาติแล้ว ผู้ฝึกตนชาวปีศาจล้วนหวาดกลัวสายฟ้าสวรรค์ แล้วสายฟ้าที่จ้าวอู่หยางแสดงออกมาช่างเหมือนกับสายฟ้าอันเกรียงไกรจากสวรรค์จริง ๆ
แม้แต่ราชาเสือดำที่มีพลังมหาศาลก็ยังต้องรับเอาไว้จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ลองคิดว่าหากเป็นพวกมันขึ้นไปต่อสู้ คงพ่ายแพ้ไปนานแล้ว
แม้จ้าวอู่หยางจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชาเสือดำ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกมันทึ่งได้แล้ว
“คนรุ่นหลังช่างน่าเกรงขามเสียจริง” ราชาหมีเฒ่าเอ่ยด้วยความรู้สึกทึ่ง
ความวิตกกังวลที่ปรากฏบนใบหน้าเสี่ยวไป๋จางหายไป และมันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก