ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1013 ยังมีอีกหนึ่งกระบวนท่า?
บทที่ 1013 ยังมีอีกหนึ่งกระบวนท่า?
จ้าวอู่เจียงประสานมือคำนับ แล้วกล่าวอย่างจริงจัง
“หากเป็นการเผชิญหน้ากับศัตรูจริง ๆ ไม่ใช่แค่การประลองฝีมือ กระบวนท่านี้ของข้าคงไม่ทันได้ใช้ก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน”
หลัวเฟิงส่ายหน้า หากเป็นการประลองกับผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบของขั้นจักรพรรดิ อย่างไรมันก็จะไม่ลงมือก่อน มันไม่อาจทำลายหน้าตาตัวเองเช่นนั้น
สิ่งที่จ้าวอู่หยางกล่าวเป็นความจริง แต่กระบวนท่านี้ก็แข็งแกร่งอย่างปฏิเสธไม่ได้ เหนือกว่าวรยุทธ์ของจ้าวอู่หยางมากนัก การที่เขาสามารถใช้มันได้ก็เป็นเรื่องน่าตกตะลึง
มันจะไม่หยิ่งผยองถึงขั้นปฏิเสธสิ่งที่แม้แต่ตัวมันเองก็ยากจะทำได้ อีกทั้งความถ่อมตัวของจ้าวอู่หยางยังทำให้มันรู้สึกชอบใจ
มันแอบคิดในใจ หากเป็นราชาหมาป่าคงจะยิ้มกว้างจนมุมปากแทบจะถึงหลังหู
“ข้ายังมีอีกหนึ่งกระบวนท่า” สีหน้าของจ้าวอู่เจียงเปลี่ยนไป ดวงตาพลันเต็มไปด้วยประกายสีม่วง
“ยังมีอีกหนึ่งกระบวนท่า?” ราชาเสือดำตกตะลึง กระบวนท่าเมื่อครู่ไม่ใช่พลังทั้งหมดของเขาหรือ?
ผู้คนรอบข้างที่กำลังมองดูอยู่ต่างหันไปมองจ้าวอู่เจียงด้วยความไม่อยากเชื่อ สงสัยว่าตนเองได้ยินผิดไปหรือไม่? การโจมตีด้วยสายฟ้ายังไม่พอ ยังมีอีกหนึ่งกระบวนท่าอีกหรือ?
นี่คือผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบขั้นสูงสุดหรือ? แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียว?
จ้าวอู่เจียงไม่สนใจสายตาประหลาดใจของผู้คนรอบข้าง เขาสูดหายใจลึก แล้วเอ่ยเบา ๆ
“ปีศาจสวรรค์! เทพประทานพร!”
พลังปีศาจมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วร่างจ้าวอู่เจียง หว่างคิ้วของเขาปรากฏลวดลายสีม่วงแดงในแนวตั้ง ราวกับดวงตาที่ปิดสนิท ด้านหลังของเขาปรากฏร่างมายาพร่าเลือนขึ้นอย่างฉับพลัน ร่างมายาสูงราวสามจั้ง พุ่งโจมตีราชาเสือลมดำอย่างรุนแรง
“ควบคุมฟ้าดิน?!” ราชาเสือลมดำตกใจ เหตุใดจ้าวอู่หยางจึงสามารถใช้วิชาควบคุมฟ้าดินของผู้แข็งแกร่งสูงสุดได้
แต่ไม่นานมันก็พบว่า นี่เป็นเพียงเคล็ดวิชาหนึ่ง
เพียงแต่ช่างคล้ายคลึงกับวิชาควบคุมฟ้าดินเหลือเกิน
มันสูดลมหายใจลึก ก่อนจะต่อยหมัดใส่ฝ่ามือร่างมายาที่ฟาดลงมา
ตู้ม!
แผ่นดินฟ้าสั่นสะเทือน คลื่นลมระลอกแล้วระลอกเล่าแผ่ขยายออกจากจุดปะทะระหว่างร่างมายาและราชาเสือ
พลังอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านไปทั่วทุกทิศ
ลมพายุพัดกระหน่ำ
แม่ทัพเสือตกตะลึง ร่างใหญ่ถึงกับยืนไม่มั่นคง มันไม่อยากเชื่อว่านี่คือพลังของจ้าวอู่หยาง แม้แต่มันที่มองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็ยังถูกพลังที่กระจายออกมาผลัก
พลังของจ้าวอู่หยางที่เหมือนกับการควบคุมฟ้าดินคืออะไรกันแน่?
ทำไมมันถึงรู้สึกถึงกลิ่นอายเทพและปีศาจ ราวกับรูปปั้นเทพอสูรที่มันเคยกราบไหว้มาก่อน
แม่ทัพหมีและคนอื่น ๆ ต่างขมวดคิ้วมองไปที่จ้าวอู่หยาง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและตกตะลึง
ราชาหมีเฒ่าเบิกตากว้าง ร่างของมันสั่นเทาเล็กน้อย เมื่อครู่มันรู้สึกถึงกลิ่นอายที่ใกล้เคียงกับเทพอสูร มันไม่เคยพบเห็นเทพอสูรมาก่อน แต่ตอนเด็กเคยกราบไหว้รูปปั้นเทพอสูร กลิ่นอายของพลังอสูรที่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าและรัศมีแห่งความศักดิ์สิทธิ์ฝังลึกอยู่ในความทรงจำมาโดยตลอด
จ้าวอู่หยางใช้วิชาอะไรกันแน่ ถึงได้มีกลิ่นอายคล้ายคลึงกับเทพอสูรเช่นนี้?
ราชาหมาป่าเลือดแดงเสี่ยวไป๋แค่นเสียง มันเหลือบมองทุกคนด้วยสายตาดูแคลน พี่ใหญ่จ้าวอู่เจียงของมันจะเก่งกาจสักหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ นี่คือชายผู้เคยต่อสู้กับการล่มสลายของโลกมาแล้ว
“ฮ่า ๆๆ…” ราชาเสือลมดำหัวเราะขึ้น มันเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูก การโจมตีครั้งนี้ทำให้รู้สึกถึงพลังที่แทบจะเทียบเท่ากับพลังอขงมันแล้ว
มันคิดไม่ถึงเลยว่าจ้าวอู่หยางจะใช้วิชาเดียวแสดงพลังออกมาจนสามารถลบล้างช่องว่างของพลังที่ต่างกันได้ถึงเพียงนี้ และเมื่อครู่มันก็ออกหมัดโจมตีหวังทำลายการโจมตีที่คล้ายกับพลังควบคุมฟ้าดิน
แม้จะทำลายได้บ้าง แต่ไม่อาจทำลายได้หมดสิ้น พลังที่เหลืออยู่ยังคงทำให้มันบาดเจ็บ
สิ่งนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบขั้นจักรพรรดิสามารถทำได้
จ้าวอู่เจียงสูดหายใจลึก เหตุผลที่ร่างอวตารเทพปีศาจแข็งแกร่งเช่นนี้ก็เพราะว่า เขาได้ก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิแล้ว และเดิมร่างอวตารเทพปีศาจ ผู้มีพลังต่ำกว่าขั้นจักรพรรดิไม่อาจสร้างได้
มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขั้นจักรพรรดิแห่งสำนักเทพอสูรโดยเฉพาะ ยิ่งมีพลังมากเท่าไหร่ ร่างอวตารก็ยิ่งมีพลังมากเท่านั้น ยิ่งขั้นจักรพรรดิมีรากฐานลึกซึ้ง พลังก็ยิ่งแข็งแกร่งมาก
กระทั่งเมื่อผู้ใช้ขึ้นถึงระดับสูงสุด และใช้ร่างอวตารฟ้าดิน ร่างอวตารเทพปีศาจก็จะสามารถซ้อนทับกับร่างอวตารฟ้าดินได้!
ร่างอวตารปีศาจเป็นร่างระดับสูงสุด มิเช่นนั้นก็คงไม่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจากพญากิเลนได้
และตั้งแต่จ้าวอู่เจียงเริ่มฝึกฝน เขารู้สึกว่าเข้ากันได้กับร่างอวตารเทพปีศาจอย่างไร้ที่ติ