ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1035 เขาไม่แกล้งอีกต่อไป
บทที่ 1035 เขาไม่แกล้งอีกต่อไป
จ้าวอู่เจียงถูกล้อมรอบอย่างแน่นหนา
คิ้วของเขาสงบนิ่งราวกับสายลมอ่อนและเมฆบาง
หลายสิ่งไม่อาจเร่งรีบได้ ยิ่งรีบก็ยิ่งพบเคราะห์
อีกอย่าง เขาได้เข้าใจแก่นแท้ของตัวตนแล้ว เขารอคอยใครบางคนมาโดยตลอด รอให้ผู้นั้นมาถึง แล้วเขาจะเปิดฉากการสังหารครั้งใหญ่
“จ้าวอู่เจียง เจ้ายังไม่ยอมจำนนอีกหรือ!”
“พวกเจ้าสังหารสหายร่วมทางของพวกข้ามากมาย เจ้าสมควรตายหมื่นครั้ง!”
“ต่อต้านอย่างดื้อดึง เจ้าคิดว่าวันนี้เจ้าจะหนีรอดไปได้หรือ?”
“พวกข้าเกือบทั้งหมดล้วนเป็นจักรพรรดิ เจ้าคิดว่าเจ้ามีอะไรที่จะต่อกรกับพวกข้าได้”
“ส่งมอบเมล็ดบัวเต๋ามา! ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า! มิเช่นนั้นข้าจะบดกระดูกเจ้าให้เป็นผุยผง!”
“…” ผู้ฝึกฝนมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่วมมือกันโจมตีจ้าวอู่เจียงพร้อมทั้งโจมตีด้วยวาจาอย่างไม่หยุดหย่อน
จ้าวอู่เจียงได้ต่อสู้จนทำให้พวกเขาตกใจไม่น้อยแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับการล้อมโจมตี เขาแทบจะรับมือได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
กลับกัน มีหลายคนในหมู่พวกเขาที่ถูกจ้าวอู่เจียงสังหารอย่างต่อเนื่อง
พวกเขาจำเป็นต้องร่วมมือกันโจมตีอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้จ้าวอู่เจียงมีโอกาสหายใจแม้แต่น้อย!
“ไปจับตัวกู้เหนียนหยวนและพวกนางกลับมา!”
เมื่อมีคนกล่าวขึ้น ก็มีผู้อื่นเห็นด้วย
พวกเขามองออกว่า เพียงแค่มีกู้เหนียนหยวนและคนอื่น ๆ อยู่ก็สามารถยับยั้งจ้าวอู่เจียงได้
มิเช่นนั้น หากจ้าวอู่เจียงถูกต้อนจนหมดหนทาง เขาอาจจะคลุ้มคลั่งและสู้จนตายได้ เมื่อถึงตอนนั้น ก็จะมีผู้ฝึกตนร่วมทางอีกไม่น้อยที่ต้องสิ้นชีวิต
ตู้ม!
ปราณกระบี่ฟันเปิดเส้นทาง กู้เหนียนหยวนที่ถูกคุ้มครองให้หนีไปกลับใช้ปราณกระบี่สังหารกลับมา
ดวงตาของนางแดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา หากจ้าวอู่เจียงไม่หลุดพ้นจากอันตราย นางจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น
นางสามารถช่วยเหลือได้ นางไม่ใช่กู้เหนียนหยวนที่อ่อนแอเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
ปราณกระบี่ฟันซ้ายขวา สีหน้านางซีดขาว แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวมั่นคง
“ผู้หญิงโง่” จ้าวอู่เจียงส่ายหน้าพลางถอนหายใจ ความจริงแล้วเขาจะไม่เป็นอันตรายเลย แต่กู้เหนียนหยวนชัดเจนว่าไม่เชื่อ ในใจยังคงกังวล ด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง นางจึงพยายามกลับมาช่วยเขาอย่างไม่หยุดยั้ง
หลู่เสี่ยวจินถูกหลู่เฟิงลากวิ่งไปแล้ว ไม่ว่าหลู่เสี่ยวจินจะร้องขอกลับไปอย่างไร ไม่ว่านางจะทุบตีน้องชายอย่างไร น้องชายอย่างหลู่เฟิงก็ยังคงดื้อดึง พี่เขยสั่งให้เขาพาพี่สาวไป เขาก็จะพาพี่สาวไป
แม้ว่าจะกลับไปช่วยพี่เขยได้ แต่จะช่วยได้มากแค่ไหนกัน?
หากคนหนึ่งติดอยู่ที่นั่น จะต้องให้สองคนติดอยู่ที่นั่นด้วยหรือ?
หากติดคนเดียว เขาก็เสียพี่เขยไป หากติดสองคน เขาอาจจะเสียพี่เขนและพี่สาวไปด้วย แม้ว่าพี่สาวจะมีของวิเศษช่วยชีวิต แต่มันเพียงแค่ช่วยรักษาชีวิตไว้ได้ ไม่สามารถช่วยชีวิตได้จริง ๆ แล้วพี่เขยจะทำอย่างไร? ให้พี่สาวมองดูพี่เขยตายต่อหน้าหรือ?
เขา ลู่เฟิง จึงไม่อาจลังเล เมื่อหนีออกมาแล้วก็จะไม่หันหลังกลับไปอีก
จ้าวอู่เจียงสูดหายใจลึก เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มการสังหารครั้งใหญ่
ไม่รอช้าอีกต่อไป
หากรอไม่ได้ เขาก็จะออกตามหาเอง
ตอนนี้พิภพลับแห่งเต๋าเหลียนยังไม่เปิด คนผู้นั้นจึงหนีไปไหนไม่พ้น เขาจับมือกับกู้เหนียนหยวน ต่อสู้พลางถอยร่นไปด้วย เขายกมือขึ้นและใช้ท่าไม้ตายหนึ่ง กระแสลมไร้รูปร่างไหลผ่านมือของเขา ชั่วพริบตา ดอกบัวใสจำนวนมากปรากฏขึ้นรอบกายเขา เปลี่ยนจากใสไปเป็นสีน้ำเงินเข้ม แล้วกลายเป็นสีเขียวมรกต
ปราณกระบี่ชิงเหลียนอยู่ในมือแล้ว
เขาใช้มือขวากำปราณกระบี่ไว้หลวม ๆ แล้วแทงไปทางด้านขวา ข้อมือของเขาเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาเป็นลวดลายของกระบี่ ปราณกระบี่กลายเป็นวงกลม แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับระลอกคลื่น
นับตั้งแต่ที่เขามีร่างกายบัวเต๋าเป็นของตัวเอง ความเร็วและความแข็งแกร่งในการใช้ท่าไม้ตายของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ฟึ่บ!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ…
ปราณกระบี่แทงทะลุเนื้อหนังไม่หยุดหย่อน กวาดผ่านร่างกาย
ผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรถูกฟันขาดเป็นแถว ๆ ร่างกายถูกตัดเป็นสองท่อน เลือดสาดกระเซ็น
ยังมีผู้ฝึกตนบางคนถูกปราณกระบี่บดขยี้โดยตรง กลายเป็นละอองเลือดฟุ้งกระจายไปทั่วฟ้า
ชั่วพริบตา ในรัศมีสิบจั้งรอบจ้าวอู่เจียงและกู้เหนียนหยวนไม่มีผู้ใดรอดชีวิต แขนขาที่ถูกตัดขาดกองเต็มพื้น เลือดไหลนอง หยดลงสู่น้ำที่ปลูกดอกบัวเชื่อมฟ้าทีละหยด เพียงหนึ่งกระบี่สังหารคนนับร้อย ปราณกระบี่ราวกับบทเพลงไว้อาลัย
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
จ้าวอู่เจียงยกกระบี่ขึ้นอีกครั้ง เหล่าผู้ฝึกตนที่รอดพ้นจากภัยอยู่ห่างออกไปแทบจะตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ บ้างก็ร้องครวญครางราวกับผี บ้างก็หอนเหมือนหมาป่า หรือไม่ก็ตะโกนด่าว่าเขาโหดร้ายเหลือเกิน
ยังมีผู้ฝึกตนบางคนที่คอยดูอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ ต่างก็ตกตะลึงจนจิตใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง สีหน้าซีดเผือด
แววตาของจ้าวอู่เจียงเรียบเฉย เเดิมเขาเพียงต้องการใช้วรยุทธ์ธรรมดา ๆ กับทุกคน น่าเสียดายที่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงการถูกล้อมสังหาร ด้วยความจนใจ เขาจึงเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
เขาไม่ปิดบังอีกต่อไป
เขาไร้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน
กระทั่งมีความมั่นใจที่จะก้าวข้ามระดับไปสังหารจักรพรรดิระดับหกถึงเจ็ด