ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1036 การรักษาบาดแผล
บทที่ 1036 การรักษาบาดแผล
ดินแดนลับเต๋อเหลียน ใจกลางดอกบัว
กลิ่นคาวเลือดริมฝั่งน้ำยังคงคลุ้ง ท่ามกลางแขนขาที่ถูกตัดขาด ยังคงมีผู้คนร่ำร้องครวญครางดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
พวกเขาเสียใจแล้ว พวกเขาไม่อยากสู้แล้ว พวกเขาอยากให้จ้าวอู่เจียงไว้ชีวิตพวกเขา
พวกเขาคลานไปในแอ่งเลือด ลมหายใจอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
สระดอกบัวไม่ใสสะอาดอีกต่อไป ถูกย้อมด้วยเลือด กลายเป็นสีแดง มองจากระยะไกลดูเป็นสีแดงคล้ำชวนขนลุก บนกระดานจัดอันดับยอดฝีมือ หมวดหนึ่งเป็นอันดับการสังหารศัตรู ชื่อของจ้าวอู่เจียงพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งอย่างมั่นคง ตามหลังด้วยตัวเลขที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
จ้าวอู่เจียงโอบอุ้มกู้เหนียนหยวนที่หน้าซีดขาว แตะปลายเท้าเบา ๆ แล้วหายวับไปจากใจกลางดอกบัว
ผู้คนที่มุงดูและผู้ฝึกตนที่รอดชีวิตต่างมองหน้ากันไปมา การรอดพ้นจากภัยพิบัติทำให้พวกเขาหายใจหนักขึ้นหลายส่วน และยังคงหวาดผวาอยู่ในใจ
พวกเขารู้สึกว่า หากจ้าวอู่เจียงโหดเหี้ยมและฆ่าล้างมากกว่านี้อีกนิด ทุกคนที่อยู่ที่นี่คงไม่มีทางหนีรอด!
บางคนรู้สึกโล่งอกอย่างยิ่ง ดีแล้วที่ไม่ได้ถูกความโลภครอบงำจนร่วมวงล้อมสังหารจ้าวอู่เจียง มีบางคนโชคดี ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณพระเจ้า ยังดีที่พวกเขาไม่ทันได้ลงมือ กลับกลายเป็นรอดพ้นจากหายนะมาได้
……
ชั้นที่สามสิบเอ็ดของดินแดนลับเต๋อเหลียน
จ้าวอู่เจียงพากู้เหนียนหยวนกลับมายังเทือกเขาซยง
พลังปราณกู้เหนียนหยวนอ่อนแรง เพื่อช่วยเหลือเขา นางบังคับใช้ปราณกระบี่ไปไม่น้อย ทำให้แก่นแท้ได้รับบาดเจ็บ
ภายในห้อง
บนเตียง
กู้เหนียนหยวนยังคงมีสีหน้าซีดเซียวอยู่บ้าง แต่มีสีสันมากขึ้นแล้ว
ร่างอ้อนแอ้นไม่สั่นเทาอีกต่อไป
นางขยับแขน ใช้แขนเช็ดหางตาของตัวเอง จากนั้นพยายามยันตัวขึ้นครึ่งท่อน ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำตามองไปที่จ้าวอู่เจียง เสียงของนางราวกับละเมอ
“ข้าช่างไร้ประโยชน์เหลือเกิน…”
จ้าวอู่เจียงมองดูท่าทางของนาง ลูบเส้นผมสีดำของนางเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า
“ผู้หญิงโง่เขลา คราวหน้าจงเชื่อฟังข้า”
เขาดึงกู้เหนียนหยวนเข้ามากอด ส่วนกู้เหนียนหยวนสะอื้นเบา ๆ ไม่ได้ดิ้นรนต่อต้าน เพียงแต่ซุกตัวเข้าไปในอ้อมอกของเขา
“กู้เหนียนหยวน เจ้าเก่งมากแล้ว หากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าคงไม่มีโอกาสได้ใช้ปราณกระบี่จนจบ พวกมันคงขัดจังหวะข้าเสียก่อน” จ้าวอู่เจียงวางคางลงบนศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน พลางกล่าวเสียงแผ่วเบา” แต่คราวหน้าต้องเชื่อฟังเข้าใจหรือไม่?”
“อื้อ” กู้เหนียนหยวนพยักหน้าอย่างอ่อนแรง ดวงตาเต็มไปด้วยหมอกน้ำ ขนตายาวเปียกชุ่มด้วยหยดน้ำตาใสระยับ นางเกือบคิดว่าจะต้องเผชิญความเป็นความตายกับจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง และต้องพรากจากกันในที่สุด
นางพูดเสียงอู้อี้ว่า
“ข้าผิดเอง”
“เจ้าไม่ได้ผิด” จ้าวอู่เจียงกอดกู้เหนียนหยวนแน่นขึ้นอีก
“อืม ข้า…ขออภัย”
“อย่าพูดว่าขออภัยเลย” จ้าวอู่เจียงยิ้มพลางตบก้นกลมแน่นของนางเบา ๆ ก้นกลมสั่นไหวเล็กน้อย นางครางออกมาเสียงหนึ่ง ขดตัวราวกับกระรอกน้อย
จ้าวอู่เจียงใช้มือทั้งสองจับไหล่ของนางไว้ มองสบดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของนาง แล้วปัดผมที่ปีกลงมาบนหน้าผากของนาง จากนั้นก็พลิกร่างของนางให้หันหลัง จับนางร่างบอบบางนอนคว่ำขวางบนเข่าของตน
กู้เหนียนหยวนรู้สึกถึงท่าทางที่คุ้นเคยในความทรงจำ ทำท่าน่าสงสารอย่างยิ่ง “อู่เจียง หลังของข้าไม่ได้บาดเจ็บ…”
จ้าวอู่เจียงลูบเสื้อผ้าของนาง ค่อย ๆ เลิกขึ้น เผยให้เห็นเอวและหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลที่กำลังหาย “นี่คืออะไร?”
กู้เหนียนหยวนก้มหน้าซุกไว้
จ้าวอู่เจียงมีแสงสีขาวนุ่มนวลปกคลุมฝ่ามือ ลูบไล้เบา ๆ บนเอวและหลังของนาง เพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
กู้เหนียนหยวนรู้สึกถึงความเย็นเล็กน้อยที่แผ่มาจากด้านหลัง บาดแผลมากมายค่อย ๆหายตามการนวดเบา ๆ ของเขา ความเจ็บปวดแสบร้อนค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความสบายนุ่มนวล
ความรู้สึกเช่นนี้นางไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว นางหลับตา ขนตาสั่นไหว รู้สึกสบายจนเกือบจะครางออกมา รอยบวมแดงและรอยช้ำค่อย ๆ จางหายท บริเวณสะโพกทั้งสองข้างใต้เอวและหลังกลมมนและขาวเนียน ขึ้นสีแดงอ่อนราวกับผลไม้ที่กำลังจะสุกแต่ยังไม่สุกเต็มที่ ผิวเนื้อนุ่มละเอียดส่งกลิ่นหอมหวานอบอวล
กู้เหนียนหยวนรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นที่ไหลผ่านร่างกาย นางผ่อนคลาย นอนคว่ำอยู่บนตักของจ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงช่วยนางลดอาการบวมและรอยช้ำ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ จากนั้นหยิบผ้าขนหนูนุ่มสีขาวสะอาดมาเช็ดรอยเลือดเล็ก ๆ น้อย ๆ บนร่างกายของนาง
ก่อนจะค่อย ๆ ดึงเสื้อผ้าของนางออก กู้เหนียนหยวนก็ให้ความร่วมมือ ยกขาและแขนขึ้น ค่อย ๆ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนมากขึ้นเรื่อย ๆ บนผิวนั้นมีรอยช้ำจาง ๆ กระจายอยู่ประปราย