ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1041 ฝึกฝนวิชากระบี่
บทที่ 1041 ฝึกฝนวิชากระบี่
จ้าวอู่เจียงได้ยินคำนางก็หัวเราะออกมา ไม่ได้ห้ามกู้เหนียนหยวนที่กำลังถอดเสื้อผ้าตน เพียงแต่กล่าวว่า
“ตอนนี้เจ้าช่างบังอาจเหลือเกิน อย่าได้มาขอร้องทีหลังเชียว”
กู้เหนียนหยวนหัวเราะคิกคัก ส่งสายตาเย้ายวนพลางกล่าว
“ในใจข้า ท่านจ้าวของข้าคือยอดฝีมือด้านวิชากระบี่และเก่งกาจที่สุดในใต้หล้า แต่เมื่อกันที่กระบี่จะใช้ปากพูด?”
ขณะที่เสื้อผ้าของจ้าวอู่เจียงถูกถอดออกไปครึ่งหนึ่งแล้ว เขาก็โน้มตัวลงอย่างฉับพลัน โอบเอวหญิงงามตรงหน้า แล้วอุ้มนางขึ้น กู้เหนียนหยวนตัวลอย เท้าไม่มีที่วาง จึงต้องยกขาเกี่ยวกระหวัดรอบเอวชายหนุ่ม
จ้าวอู่เจียงเลิกคิ้วพลางกล่าว “ยังกล้าดื้ออีกหรือ?”
เขาอุ้มกู้เหนียนหยวนเดินไปที่เตียง แล้วโน้มตัววางร่างนางลง
กู้เหนียนหยวนมองดูจ้าวอู่เจียงที่อยู่ตรงหน้า นางกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจอีกจึงรีบเริ่มถอดเสื้อผ้าของเขาออก
คราวนี้จ้าวอู่เจียงไม่ได้ต่อต้าน กู้เหนียนหยวนกล่าวอย่างเขินอายและหยอกล้อ
“ข้านึกว่าท่านจ้าวจะสามารถนั่งอยู่ในอ้อมกอดสตรีโดยไม่หวั่นไหวได้จริง ๆ เสียอีก”
จ้าวอู่เจียงถาม “เจ้ากำลังเยาะเย้ยข้าหรือ?”
กู้เหนียนหยวนทำปากยื่นพลางกล่าวอย่างเชื่อฟังแต่ก็ดื้อรั้นว่า
“ข้าจะกล้าเยาะเย้ยท่านได้อย่างไร ไม่ว่าใครก็บอกว่าข้าโตแล้ว”
จ้าวอู่เจียงสำรวจยืนยันคำนาง กู้เหนียนหยวนอ่อนระทวยราวกับไร้กระดูก ใบหน้าแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
จ้าวอู่เจียงมองประหลาดใจ แล้วเอ่ยเย้าแหย่
“เหนียนหยวน เจ้ามีธาตุน้ำเป็นหลักหรือ?”
กู้เหนียนหยวนรู้ดีว่าเขากำลังพูดถึงสิ่งใด ทำให้นางขุ่นเคืองขึ้นมาเล็กน้อย
นางเกลียดที่ร่างกายไม่เป็นใจนัก นางกัดริมฝีปาก แล้วตอบโต้กลับไปว่า “เจ้าเป็นธาตุไม้หรือไร ยืนแข็งทื่ออยู่นั่นแล้ว”
จ้าวอู่เจียงยกยิ้มพลางนวดเอวของนางเบา ๆ
หญิงสาวสะดุ้ง บิดตัวพลางส่งเสียงครางหวาน
จ้าวอู่เจียงก้มกัดริมฝีปากของกู้เหนียนหยวน มอบจุมพิตหนักหน่วงร้อนแรง
กู้เหนียนหยวนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอ แทบจะขาดใจ ชายหนุ่มหญฺงสาวแลกจูบหวานแล้วผละออก สายใยบาง ๆ ยืดยาวเชื่อมริมฝีปาก
หัวใจกู้เหนียนหยวนเต้นระรัว ใบหน้างามแดงระเรื่อลามไล้ไปถึงใบหู ร้อนผ่าวไปทั่วร่าง นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งเสียงครางหวาน
จ้าวอู่เจียงเคลื่อนตัวเป็นจังหวะ
กู้เหนียนหยวนลูบศีรษะเขา ความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่าง ทำให้พลอยนางยกสะโพกรับ ร่างกายสั่นระริก เอวขยับไหว
จ้าวอู่เจียงกล่าวเบา ๆ “เหนียนหยวน ข้าเรียนกระบวนท่ากระบี่ใหม่มาหลายท่า เจ้าอยากลองหรือไม่?”
ยามนี้กู้เหนียนหยวนถูกคลื่นซัดจนมึนงง ได้แต่ครางหวาน พอได้ยินเสียงถามแผ่วเบาของจ้าวอู่เจียง ก็ตอบออกไปโดยไม่รู้ตัว “ดี”
“…”
เสียงตอบรับยังไม่ทันจางหาย กู้เหนียนหยวนก็ส่งเสียงครางหวานล้ำดังขึ้นกว่าเดิม
……
“ฝ่าบาท พวกข้าพบตำแหน่งที่แน่ชัดแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดทหารลับของราชวงศ์จ้าโจวก็นำข่าวมา
“พูดมา” จีปอฉางร้อนรน เขาอยากจะฆ่าจ้าวอู๋หยางและจ้าวอู๋เลี่ยงให้ได้โดยเร็ว
และที่เขารีบร้อนเช่นนี้ก็เพราะเขามีลางสังหรณ์ว่า หากเขาไม่สังหาร โดยเฉพาะจ้าวอู่หยาง จะเป็นเขาเองที่ไม่มีที่ให้ฝังศพ
ลางสังหรณ์ไม่มีที่มา แต่น่าหวาดกลัวยิ่ง ผู้ฝึกฝนไม่กลัวสิ่งที่รู้ แม้แต่สิ่งที่ไม่รู้ก็ไม่กลัว แต่เกรงกลัวสัญชาตญาณ
เมื่อสัญชาตญาณปรากฏ หากเป็นเรื่องดีก็ไม่เป็นไร
แต่หากเป็นเรื่องร้าย ความรู้สึกหวาดกลัวจะติดตามดั่งเงาตามตัว
ตอนนี้จีปอฉางจึงไม่ใช่แค่กระวนกระวาย
“ฝ่าบาท จ้าวอู่หยางกับจ้าวอู่เจียงน่าจะเป็นคนเดียวกัน!” ทหารผู้จงรักภักดีก้มหน้ารายงาน
“มีผู้พบเห็นว่ากู้เหนียนหยวนกับจ้าวอู่เจียงสนิทสนม ส่วนหลู่เฟิงกับหลู่เสี่ยวจินก็เช่นกัน ตรงกับข้อมูลของจ้าวอู่หยางทุกประการ และข้าน้อยยังได้ตามหาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตามข่าวที่เชื่อถือได้ จ้าวอู่เจียงเคยใช้วิชากระบี่อย่างหนึ่ง วิชากระบี่นี้ก็คือวิชาเดียวกับที่จ้าวอู่หยางใช้ตอนถูกหลี่ชางเซิงไล่ล่า”
“ช่างเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง ได้มาโดยไม่ต้องลงแรง!” สีหน้ากระวนกระวายของจีปอฉางในที่สุดก็มีรอยยิ้มปรากฏบ้างแล้ว
จ้าวอู่เจียงกับจ้าวอู่หยางเป็นคนเดียวกัน เช่นนั้นเรื่องก็ง่าย เพียงฆ่าจ้าวอู่หยางเสีย เขาก็จะได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งจะได้รับเมล็ดบัวเต๋ามากมายและยังอาจได้วิชาของจ้าวอู่หยางด้วย
ปราณกระบี่อันทรงพลังทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวไม่หยุด