ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1070 เข้าสู่สถานการณ์ด้วยตนเอง ตัดแขนทั้งสองข้างของเจ้า
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 1070 เข้าสู่สถานการณ์ด้วยตนเอง ตัดแขนทั้งสองข้างของเจ้า
บทที่ 1070 เข้าสู่สถานการณ์ด้วยตนเอง ตัดแขนทั้งสองข้างของเจ้า
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่จะเป็นเจ้า!
เจ้าตายไปแล้ว!
เจ้าเป็นคนตาย!
เจ้าพังทลายไปพร้อมกับโลกนั้นแล้ว!
เยว่ปู้ฝานรู้สึกว่าจิตใจของตนเองไม่มั่นคง เขาพยายามบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจ้าวอู่เจียงตายไปแล้ว ชายคนนี้ที่มีชื่อว่าจ้าวอู่เจียง เป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น
“จ้าวอู่เจียงจะติดอยู่ในดินแดนลับเต๋อเหลียนตลอดกาล…”
ในความเลือนราง เขาได้ยินใครบางคนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา เขาหันขวับไปมอง และเห็นเซี่ยวไป๋กำลังเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
รอบ ๆ มีเสียงอึกทึกอยู่บ้าง ผู้คนต่างจมอยู่ในความประหลาดใจ ฟังคนรุ่นหลังของตระกูลเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจ้าวอู่เจียง
น้ำเสียงของคนรุ่นหลังเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสะท้อนใจ แค้นเคือง เกลียดชัง และหวาดกลัว แต่ไม่มีใครปฏิเสธความสามารถของจ้าวอู่เจียงแม้แต่คนเดียว ถึงขนาดเมื่อพูดถึงการที่จ้าวอู่เจียงรักษาตัวรอดด้วยการเลือกที่จะอยู่ในดินแดนลับเต๋อเหลียน คนรุ่นหลังหลายคนยังรู้สึกเสียดายและผ่อนคลายในน้ำเสียง
“พี่ชายเยว่วางใจได้ เขาไม่มีทางออกจากดินแดนลับเต๋อเหลียนได้หรอก นอกเสียจากว่า เขาจะก้าวเข้าสู่ขั้นจอมจักรพรรดิสูงสุดเท่านั้น” จูกัดเซี่ยวไป๋สะบัดหมวกสีเขียวอ่อนนุ่ม ๆ ในมือ เดินเข้าไปใกล้เยว่ปู้ฝานในระยะสามฉื่อ แล้วยื่นหมวกให้เยว่ปู้ฝานอย่างเป็นธรรมชาติ
“พี่เยว่ไม่ต้องกังวลใจ หมวกใบนี้สามารถสวมบนศีรษะเพื่อป้องกันการตรวจสอบด้วยจิตสัมผัสได้ ถือเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้ท่าน”
เยว่ปู้ฝานจ้องมองจูกัดเซี่ยวไป๋ที่กำลังยิ้มอย่างเคร่งขรึม แล้วรับหมวกมาโดยไม่รู้ตัว
จูกัดเซี่ยวไป๋ยังคงยิ้มเหมือนเดิม แต่ดวงตากลับดุดันอย่างที่สุด เขาโน้าตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูของเยว่ปู้ฝานราวกับสหายสนิทแล้วกระซิบกระซาบ
“ไอ้ลูกเต่าลูกสุนัข มันก็แค่หดตัวอยู่ในกระดองเขียว ๆ แบบนี้แหละ!”
“เยว่ปู้ฝาน สวมหมวกของเจ้าให้ดี แต่งตัวเป็นสุภาพบุรุษ วันนี้เจ้าเข้ากับสีนี้ได้อย่างลงตัว”
ตู้ม!
เยว่ปู้ฝานโกรธจัด ฝ่ามือตบลงบนหน้าอกของจูกัดเซี่ยวไป๋
“จูกัดเซี่ยวไป๋ เจ้าอยากตายหรือ!”
แสงงดงามวาบขึ้นที่หน้าอกของจูกัดเซี่ยวไป๋ ป้องกันการโจมตีส่วนใหญ่ไว้ได้
เลือดพุ่งออกจากปากและจมูกของเขา ร่างลอยกระเด็นครูดไปตามริมฝั่งน้ำทิ้งรอยเลือดไว้ เขาลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แล้วตะโกนด้วยความโกรธ “เยว่ปู้ฝาน ข้าตั้งใจดีมาขอโทษเจ้าสำหรับความไม่สุภาพเมื่อครู่ แต่เจ้ากลับลงมือสังหารข้า!
“จ้าวอู่เจียงกับหวังซีกำลังสวีทหวานกันอยู่ หากเจ้าจะระบายอารมณ์ก็ไปลงกับจ้าวอู่เจียง เหตุใดจึงมาระบายอารมณ์กับข้า?”
“เจ้ายังเรียกตัวเองว่าเป็นสุภาพบุรุษได้อย่างไร!”
เสียงตะโกนด้วยความโกรธและร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดของเขาทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้างหยุดลง ทุกคนต่างหันมามองด้วยความประหลาดใจ
พวกเขาต่างตกตะลึงกับคำพูดที่อ่ยออกมาของจูกัดเซี่ยวไป๋ ไหนจะก่อนหน้านี้จูกัดเซี่ยวไป๋กล่าวว่าคู่หมั้นของเยว่ปู้ฝาน นางหวังซี มีสัมพันธ์ลับกับบุรุษผู้ฝึกวิชาที่ไม่รู้จัก พวกเขาไม่ค่อยเชื่อนัก ส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องขบขันและอยากดูความวุ่นวาย
หวังซีจะทิ้งอัจฉริยะอย่างเยว่ปู้ฝานไปมีสัมพันธ์กับบุรุษผู้ฝึกวิชาที่ไม่มีชื่อเสียงได้อย่างไร?
แต่เมื่อจูกัดเซี่ยวไป๋เอ่ยว่าบุรุษผู้นั้นคือจ้าวอู่เจียงพวกเขาก็เชื่อแล้ว
เพราะพวกเขาได้เห็นอันดับอัจฉริยะและได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับจ้าวอู่เจียง
เรื่องนี้น่าตกใจพอสมควร และยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจ้าวอู่เจียงเป็นอัจฉริยะที่ไม่ด้อยไปกว่าเยว่ปู้ฝานเลย อีกทั้งในด้านศักยภาพและด้านอื่น ๆ ยังเหนือกว่าไม่น้อย ดังนั้นการที่หวังซีมีความสัมพันธ์กับเขาจึงดูเหมือนไม่ยากที่จะเชื่อ
ทุกคนมองไปที่หวังซี เยว่ปู้ฝานก็มองไปที่นางเช่นกัน มือทั้งสองที่อยู่ด้านหลังของเขากำลังสั่น ต้องการให้หวังซีอธิบาย
ผมสีเงินของหวังซีเปล่งประกาย นางไม่ชอบเยว่ปู้ฝาน กระทั่งรังเกียจเขาเล็กน้อย แต่ในเรื่องนี้นางต้องการจะอธิบายสักหน่อย เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของเยว่ปู้ฝานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับชื่อเสียงของตระกูลหวังด้วย
“เยว่ปู้ฝาน ข้าบอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่แน่นอน อาจเป็นไปได้ว่าจ้าวอู่เจียงกับหวังซีเพียงแค่สนทนาเรื่องอื่นกันเป็นการส่วนตัวเท่านั้น เจ้าเป็นชายชาตรีอย่าใช้สายตาไปบีบบังคับแม่นางหวังซี อย่าใช้ให้สตรีมายืนขวางหน้าเจ้า!”
เซี่ยวไป๋กุมหน้าอกพลางตะโกนด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและเจ็บปวดรวดร้าว
มุมปากของเขามีรอยยิ้มแฝงอยู่อย่างลึกลับ เขาต้องการพูดประโยคเดียวเพื่อปิดกั้นการแก้ตัว เขาพูดก่อน หวังซีแก้ตัวทีหลัง แม้นางจะพูดความจริง ทุกคนก็จะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาคาดเดาเองมากกว่าแล้ว
นี่เรียกว่าคำพูดของคนน่ากลัว นี่เรียกว่าข่าวลือชักจูงการคาดเดา ความจริงถูกกำหนด!
“เซี่ยวไป๋ หากเจ้ายังพูดจาเหลวไหลอีกวันนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้า!” เยว่ปู้ฝานกระแทกฝ่ามือใส่เซี่ยวไป๋
เซี่ยวไป๋แสร้งทำสีหน้าตกใจ พยายามหลบหลีกแต่หลบไม่ทัน โดนโจมตีจนล้มลงกับพื้นอีกครั้ง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงปกปิดใบหน้าอันหล่อเหลา ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ผู้คนคิดว่าเป็นเพราะความโกรธเกรี้ยว
แต่จริง ๆ เขากำลังหัวเราะ กำลังกลั้นหัวเราะ
เขาต้องการทำลายแขนทั้งสองข้างของเยว่ปู้ฝานในคราวเดียว และเขากำลังทำสำเร็จ
เขาเงยหน้าขึ้น สีหน้าแสดงออกว่ากำลังโกรธ โกรธอย่างที่ไม่อาจระงับได้
“เยว่ปู้ฝาน ข้าเคารพเจ้ามาตลอด มอบตำแหน่งสูงส่งให้เจ้า แต่เจ้ากลับทำร้ายข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า! ข้าขอประกาศอย่างเป็นทางการ ในฐานะทายาทคนหนึ่งของตระกูลจูกัด นับจากวันนี้เป็นต้นไป หอสมบัติหมื่นวัตถุจะตัดขาดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับสำนักเมตตาธรรมเพราะเจ้า!”