ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1101 สวี่เฟยเยี่ยนผู้โด่งดังในชั่วข้ามคืน
บทที่ 1101 สวี่เฟยเยี่ยนผู้โด่งดังในชั่วข้ามคืน
ยามราตรี
ตามคำร้องขอของพบรรดาชายาทั้งหกคนรวมถึงเหตุผลทางการเมืองบางประการ
อีกทั้งจ้าวอู่เจียงในตอนนี้มีสถานะเป็นจีปอฉางจึงไม่อาจให้ผู้อื่นพบเห็นความผิดปกติได้
เขาจำต้องประนีประนอมเลือกที่จะโปรดชายาคนหนึ่ง
สวี่เฟยเยี่ยนบุตรสาวคนเล็กของเสนาบดีกรมกลาโหมสวี่หู่แห่งราชวงศ์เซียนต้าโจว แต่งงานเข้าจวนอิ้นอ๋องตอนอายุสิบหกปี บัดนี้มีอายุยี่สิบเอ็ดปีแล้ว
อาจเป็นเพราะจีปอฉางชอบผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว สตรีที่มีความสัมพันธ์กับเขาส่วนใหญ่จึงเป็นหญิงที่มีวัยวุฒิ มีเสน่ห์ และมีรูปร่างอวบอิ่ม
ส่วนชายาที่แต่งเข้าจวนอิ้นอ๋องนั้น แทบทั้งหมดล้วนเป็นเพราะปัจจัยทางการเมือง
สวี่เฟยเยี่ยนไม่ได้งดงามเป็นเลิศ เมื่อเทียบกับสหายสตรีหลายคนของจ้าวอู่เจียงนับว่าด้อยกว่าอยู่หนึ่งหรือสองส่วน
อย่างไรก็ตาม สวี่เฟยเยี่ยนมีบุคลิกไม่ธรรมดา ทั้งแข็งแกร่งและอ่อนโยน มีทั้งความอ่อนหวานของหญิงสาว และความสง่างามของตระกูลแม่ทัพ สวี่เฟยเยี่ยนประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะองค์ชายสี่จีปอฉางไม่ได้มาที่ห้องของนางนานมากแล้ว
พูดให้ชัดเจนก็คือ นอกจากความทรงจำครั้งแรกที่นางแต่งเข้าจวนอ๋อง องค์ชายสี่เคยมาเพียงครั้งเดียว และก็เพียงนั่งดื่มชาหนึ่งถ้วย ไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วก็จากไป
ช่วงห้าปีที่ผ่านมา องค์ชายสี่จีปอฉางไม่เคยมาอีกเลย
นางรู้ว่าเพราะอะไร
ประการแรก ทั้งสองคนไม่มีความรู้สึกต่อกัน เป็นเพียงการทำข้อตกลงบางอย่างระหว่างท่านพ่อของนางกับจีปอฉาง ประการที่สอง จีปอฉางไม่ชอบนางในฐานะสตรี
จีปอฉางชอบพี่สาวที่คอยดูแลเอาใจใส่ผู้อื่น รู้จักทะนุถนอม มีรูปร่างอวบอิ่ม ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใจและดื้อรั้น ตอนที่นางเพิ่งเข้ามาในจวนอ๋อง ทั้งที่อ่อนแอบอบบางและเจ้าสำอาง แต่กลับแฝงไว้ด้วยความดุดันของทายาทแม่ทัพ
เป็นเรื่องบังเอิญที่นางก็ไม่ชอบจีปอฉางเช่นกัน ในสายตาของนาง องค์ชายผู้นี้เป็นคนสำมะเลเทเมา หยิ่งผยอง และเผด็จการเกินไป
นางแตกต่างจากชายาคนอื่น ๆ ที่แต่งเข้าจวนอ๋อง อาจเป็นเพราะความเหงาที่สะสมมานานทำให้เหล่าชายาคนอื่นไม่เพียงไม่บ่นเรื่องการเมินเฉยขององค์ชายสี่ แต่ยังกระตือรือร้นมาก งในสายตาของนาง ชายาคนอื่นช่างทำตัวต่ำต้อย
เมื่อได้พบกับองค์ชายจีปอฉางคืนนี้ นางจึงประหลาดใจและสงสัย เรื่องผิดปกติย่อมมีเบื้องหลัง หรือว่าจีปอฉางมีเรื่องสำคัญที่ต้องการความช่วยเหลือจากบิดานาง?
จ้าวอู่เจียงมองด้วยสายตาเรียบเฉย สำรวจสวี่เฟยเยี่ยนที่อยู่ตรงหน้า
รูปร่างของนางไม่ได้อวบอิ่ม แต่กลับงดงามอ่อนช้อย โดยเฉพาะขาเรียวยาวของสวี่เฟยเยี่ยนที่ยาวถึงวิชาสองผสาน แม้จะมองผ่านกระโปรงผ้าบางเบา ก็ยังเห็นเส้นสายโค้งเว้าที่ชวนให้ใจสั่นไหว
ช่างเป็นขางามราวหยก… จ้าวอู่เจียงรำพึงในใจ ทุกอย่างที่เป็นหยกล้วนทำร้ายตัวเองทั้งสิ้น
เท้างามราวหยก ขางามราวหยก…
อีกทั้งขาเรียวยาวของสวี่เฟยเยี่ยนยิ่งสูงขึ้นไปก็พบกับเอวที่คอดกิ่ว และเหนือเอวขึ้นไป คือทิวทัศน์ที่สูงตระหง่านราวกับขุนเขาช่างเป็นหญิงงามที่มีรูปร่างอ้อนแอ้นอะไรเช่นนี้
แท้จริงแล้วความชอบของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ในความคิดของเขา รูปร่างเช่นนี้ช่างงดงามนัก
แต่เขาได้ยินมาว่า จีปอฉางมักจะเมินเฉยต่อนางสนมที่มีรูปร่างบอบบางในจวน กลับชื่นชอบสตรีที่มีรูปร่างอวบอิ่มราวกับลูกท้อที่สุกงอมเสียมากกว่า
“ถอดเสื้อผ้าให้ข้า” จ้าวอู่เจียงกระแอมเบา ๆ ด้วยท่าทางสง่างามน่าเกรงขาม
สวี่เฟยเยี่ยนกัดริมฝีปากด้วยฟันขาวดุจไข่มุก เหมือนจะอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้ ราวกับว่านางไม่เต็มใจนัก
“หืม?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว แล้วรีบกล่าวต่อ
“ไม่เป็นไร ข้าเคยละเลยเจ้ามาก่อน การที่เจ้ามีความแค้นเคืองบ้างก็เป็นเรื่องสมควร ข้าจะช่วยถอดเสื้อผ้าให้เจ้าก็ได้”
เขาก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้า
สวี่เฟยเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง เสียงผ้าฉีกขาดดังขึ้นอย่างฉับพลัน
จ้าวอู่เจียงกระชากชุดของสวี่เฟยเยี่ยนออกในคราวเดียว ทั้งห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเร่าร้อน
สวี่เฟยเยี่ยนร้องอุทานด้วยความตกใจ แม้แต่คืนแรกของการแต่งงานจีปอฉางก้ยังไม่แตะต้องนาง แต่บัดนี้จีปอฉางกลับจะแตะต้องนางกะทันหัน นางไม่ทันได้เตรียมใจ ทั้งอายทั้งโกรธ
แต่นางไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะนางเป็นชายาของจีปอฉาง
นางได้แต่ใช้มือปิดจุดสำคัญบนร่างกายด้วยความเขินอาย ใบหน้างามแดงระเรื่อ จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว นางเป็นสนมของจีปอฉางมาหลายปี เหตุใดจึงยังมีท่าทีเขินอายราวกับสตรีที่ยังไม่เคยผ่านเรื่องบนเตียงมาก่อน
อีกทั้งไม่ใช่พวกชายาเหล่านี้เองหรือที่เรียกร้องให้เลือกป้ายชื่อ เรียกเข้ามาปรนนิบัติยามค่ำคืน
หรือว่านางจงใจทำเช่นนี้
จ้าวอู่เจียงไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เขาเป่าดับเทียน ไม่นานก็มีเสียงของสวี่เฟยเยี่ยนครางเย้ายวนดังขึ้น
คืนนั้นจ้าวอู่เจียโอนอ่อนและแข็งกร้าวตามต้องการ ส่วนสวี่เฟยเยี่ยนก็เปิดรับและปิดกั้นอย่างเชี่ยวชาญ จ้าวอู่เจียงโด่งดังในชั่วข้ามคืน ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ส่วนสวี่เฟยเยี่ยนเท้าแทบไม่แตะพื้น หัวใจเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม