ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1102 ถ้านี่ไม่ใช่ความรัก
บทที่ 1102 ถ้านี่ไม่ใช่ความรัก
ราวกับตกลงมาจากสวรรค์
เหนียวแน่นดั่งกาวแ
ประดุจภรรยาที่อ่อนหวาน
ดั่งคำว่า “หญิง” ในปากของบุรุษ
จ้าวอู่เจียงหิวกระหายดั่งหมาป่าและเสือ สวี่เฟยเยี่ยนดั่งดอกไม้และหยก ดื่มด่ำราวกับได้ลิ้มรสน้ำทิพย์ นางพรั่งพรูคำพูดออกมา แต่กลับเหมือนมีก้างติดคอ ตกใจราวกับได้ขุมทรัพย์ล้ำค่า
นางทำตามวิธีการเดิมราวกับเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ในที่สุดก็เป็นดั่งภรรยาที่อ่อนหวาน ละลายไปดั่งหิมะ ความสุขสมตามมาดั่งเงา
นางเต็มไปด้วยความยินดีและกระวนกระวาย ไม่ยอมปล่อยให้บุรุษจากไป
ร่ำไห้คร่ำครวญ ขอร้องไม่ให้ถอนกายห่างหาย
ชายหนุ่มจำใจต้องตกลง หญิงสาวราวยกภูเขาออกจากอก หลงใหลดื่มด่ำในรสบุรุษ เร่าร้อนและลุ่มหลง
จีปอฉางผู้นั้นทำให้นางละลายอย่างรวดเร็วราวหิมะถูกราดด้วยน้ำร้อน ทำให้นางรู้สึกราวต้องลมฤดูใบไม้ผลิ
และเขาก็เหมือนจะจากไปอีกครั้ง นางจึงรั้งเขาไว้อีก
นางกล่าวว่า หากมีโอกาสอีกครั้ง สวี่เฟยเยี่ยนจะต้องยึดมั่นในคำสัญญาอย่างแน่นอน ไม่นานนางก็ถูกราดด้วยน้ำร้อน จนละลายอีกครั้ง
สวี่เฟยเยี่ยนอับอาย ใบหน้างามแดงดุจแสงอาทิตย์อัสดงสะท้อนผิวน้ำ
นางอ้อมแอ้ม “หากท่านมีความสามารถ ก็จงทำให้ข้า……”
ไม่นานนักเสียงครวญครางแผ่วเบาของหญิงสาวก็ดังขึ้นอีกครั้งภายในห้องจนเวลาล่วงเลยกว่าค่อนคืน
ร่างงดงามของสวี่เฟยเยี่ยนนอนอ่อนระทวยอยู่บนเตียง เหงื่อหอมปกคลุมทั่วร่าง ในใจเต็มไปด้วยความสุขสมและความรู้สึกนับไม่ถ้วน
ส่วนจ้าวอู่เจียง เขาลุกขึ้นสวมกางเกงแล้วเดินจากไป
เขามาและไปเหมือนสายลม นางเต็มอิ่มแล้วก็ว่างเปล่า
สายลมยามราตรีพัดผ่าน จ้าวอู่เจียงกลับมายังห้องนอน
เซวียนหยวนจิ้งยังคงนั่งสมาธิฝึกวรยุทธ์ จ้าวอู่เจียงรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่ก็อดถอนหายใจโล่งอกไม่ได้
“ช่างลำบากเจ้าจริง ๆ…” เซวียนหยวนจิ้งกล่าวขึ้น นางได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเลยลืมดวงตางามดั่งสายน้ำฤดูใบไม้ร่วงมอง น้ำเสียงเจือความน้อยใจเล็กน้อย
แต่นางก็เข้าใจ ตอนนี้อยู่ในราชวงศ์เซียนต้าโจว เดิมทีองค์ชายสี่ชื่นชอบสตรี ตอนนี้จ้าวอู่เจียงปลอมตัวเป็นองค์ชายสี่จีปอฉาง ไม่อาจเปลี่ยนแปลงบุคลิกที่กำหนดไว้แล้วอย่างกะทันหัน มิเช่นนั้นผู้ที่จับตามองอยู่จะสังเกตเห็นความผิดปกติและหาจุดบกพร่องได้
โดยเฉพาะจีปอฉางในฐานะองค์ชาย เขามีคนคอยจับตาดูอยู่มาก ทั้งในที่ลับที่แจ้ง จ้าวอู่เจียงจำเป็นต้องแสดงบทบาทของให้ดี
“เฮ้อ” จ้าวอู่เจียงกลอกตา ใบหน้าหนาเตอะราวกับกำแพงเมือง เขาฉวยโอกาสกล่าวว่า “ใครบอกว่าไม่ใช่เล่า ตำแหน่งนี้ กลางวันมีเรื่องวุ่นวายมากมาย กลางคืนต้องปรนนิบัติสตรี ข้าจะทนไหวได้อย่างไร หากรู้เช่นนี้แต่แรกก็คงไม่ออกมาในฐานะนี้ เฮ้อ! ทั้งหมดนี้เป็นเพราะจางซวีคุน…”
“ฮึ” เซวียนหยวนจิ้งส่งเสียงในลำคอ ดึงใบหน้าของอู่เจียงเบา ๆ อยากจะดูว่าหน้าด้าน ๆ ของเขาหนาแค่ไหนกันแน่ นางกล่าวอย่างน้อยใจว่า “เจ้าเอาหญิงอื่นซุกไว้ใต้ผ้าห่ม แล้วเอาข้าซุกไว้ในกลองใช่หรือไม่”
จ้าวอู่เจียงพยายามจะโอบเอวนาง แต่ก็ถูกตีมือ
เขายิ้มแหย ๆ จนนางผลอก็รวบตัวนางมากอด
เซวียนหยวนจิ้งบึ้งตึงเหมือนโกรธอยู่บ้าง แต่มุมปากกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางอย่างอดไม่ได้
นางจะไปโกรธอู่เจียงจริง ๆ ได้อย่างไร เพียงแค่มีอารมณ์น้อยใจเท่านั้น แต่เมื่อถูกจ้าวอู่เจียงโอบกอด อารมณ์น้อยใจของนางก็ละลายหายไปเกือบหมดแล้ว
“เป็นความผิดของข้าเอง แต่ในใจข้ามีแต่เจ้า ในอ้อมกอดข้าก็มีแต่เจ้า” จ้าวอู่เจียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ปลอบประโลมนางเบา ๆ
“เหมือนดั่งกายอยู่ในค่ายของเฉา แต่ใจอยู่กับฮั่น”
ริมฝีปากสีแดงของเซวียนหยวนจิ้งยกยิ้ม
นางถาม “อะไรคือค่ายเฉาและอะไรคือฮั่น?”
“ค่ายเฉาคือที่พักของจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่นามว่าเฉาเฉา ส่วนฮั่นก็คือฉู่ฮั่น เป็นอำนาจหนึ่งในสมัยนั้น” จ้าวอู่เจียงอธิบายอย่างใจเย็น
“หมายความว่า ถึงแม้ในค่ายเฉาเฉาจะมีภรรยาของผู้อื่นมากมาย หัวใจของข้าก็ยังเป็นของภรรยาของข้า”
“หืม? เป็นความหมายเช่นนั้นหรือ?” เซวียนหยวนจิ้งแม้จะไม่รู้จักเฉาเฉา แต่ก็รู้ว่าคำอธิบายของจ้าวอู่เจียงเหมือนจะไม่ถูกต้อง
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า “คล้ายคลึงกับสถานการณ์ของข้าในตอนนี้เหลือเกิน แม้ว่าจีปอฉางจะมีสนมมากมาย หัวใจของข้าก็จะเป็นของเจ้าตลอดไป นั่นแหละคือความรัก!”