ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1104 การทดสอบความรักของพี่น้อง
บทที่ 1104 การทดสอบความรักของพี่น้อง
กำแพงพระราชวังสูงตระหง่าน
ทางเดินในลึกลับ
จ้าวอู่เจียงสวมเสื้อคลุมสีดำสนิทลายมังกร สวมกวานหยกขาว บนกวานประดับไข่มุกกษัตริย์สามเม็ดที่เปล่งประกายวาววับ เดินอย่างไม่เร่งรีบบนทางเดินในพระราชวังที่ปูด้วยหินสีเขียว
ยามเช้ามีหมอกบาง ๆ ทำให้ทั้งพระราชวังราวกับถูกคลุมด้วยผ้าโปร่งบาง มองจากระยะไกลดูพร่ามัว
ขุนนางมากมายรีบเร่งเดินทางไปยังท้องพระโรง เดินสาละวนอยู่บนทางเดินในพระราชวัง เมื่อผ่านองค์ชาย ทุกคนต่างคำนับอย่างนอบน้อม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีขุนนางมาแสดงความยินดี คำพูดล้วนเต็มไปด้วยการประจบประแจง
ในอดีตจ้าวอู่เจียงเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มามากมาย แต่บัดนี้เมื่อได้เห็นอีกครั้ง ความรู้สึกเฉยเมยในตอนแรกกลับหายไป แทนที่ด้วยความคิดถึง
เขายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน ทำให้บรรดาขุนนางที่มาคำนับประหลาดใจ แล้วเป็นเกียรติอย่างคาดไม่ถึง
ทั่วทั้งราชวงศ์เซียนต้าโจวแห่งเซียนต่างลือกันว่า องค์ชายจีปอฉางมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นผู้นำพาความรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์เซียนต้าโจว
ส่วนคำพูดที่ลึกซึ้งและตรงไปตรงมากว่านั้นไม่มีผู้ใดกล้าเล่าลือ แต่คนส่วนใหญ่สามารถรับรู้ถึงความหมายแฝงเบื้องหลังผู้คน
จ้าวอู่เจียงเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ไม่รีบร้อนแต่อย่างใด
ภายในเมืองหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพระราชวัง ล้วนมีข้อห้ามมากมาย
สามารถเดินได้ สามารถวิ่งได้ แต่ไม่สามารถเหาะเหินได้
สามารถโต้เถียงกันได้ สามารถต่อสู้กันได้ แต่ไม่สามารถใช้วรยุทธ์ในการต่อสู้ได้นี่คือกฎระเบียบของราชวงศ์เซียนต้าโจว เป็นการแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษที่ได้รับการบูชาในส่วนลึกของพระราชวังต้องห้ามแห้งตระกูลจี
“ปอฉาง” เสียงทุ้มแหบดังแทรกผ่านหมอกบางยามเช้า จ้าวอู่เจียงหันมอง
ร่างกำยำเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขุนนางโดยรอบต่างคำนับทักทาย
“คารวะองค์ชาย”
ผู้มาเยือนคือองค์ชายรองจีปอทง จ้าวอู่เจียงยิ้มพลางคำนับทักทาย
“พี่รอง”
จีปอทงเข้ามาใกล้ ทำท่าสนิทสนมคุ้นเคยอย่างยิ่ง แขนที่แข็งแรงโอบรอบคอน้องสี่ของตน แสดงออกถึงความรักใคร่ฉันพี่น้องอย่างลึกซึ้ง ดูสนิทสนมใกล้ชิด
ขุนนางโดยรอบเห็นก็เข้าใจว่าองค์ชายทั้งสองมีเรื่องต้องสนทนากัน จึงรู้กาลเทศะคำนับขอตัวและจากไปก่อน
จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน ไม่ดิ้นรนขัดขืน กล่าวเรียบ ๆ ว่า “พี่รองมีธุระใดหรือ?”
จีปอทงที่โอบกอดจ้าวอู่เจียงอยู่เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนหวานราวกับตอนนี้เป็นหัวใจสาวน้อยของจีปอทงที่กำลังพูดอยู่
“ปอฉาง วันนี้เจ้าคงจะได้รับการเลื่อนขั้น พี่รองมาแสดงความยินดีล่วงหน้ากับเจ้า”
จ้าวอู่เจียงมองจีปอทงอย่างลึกซึ้ง จิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งกว่าคนรุ่นเดียวกัน ทำให้สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของจีปอทงได้
จิตวิญญาณขององค์ชายรองจีปอทงมีปัญหา แข็งแกร่งเกินไปและยังสับสนวุ่นวายเกินไปด้วยราวกับว่าวิญญาณของสองคนรวมเป็นหนึ่งเดียว แข็งแกร่งกว่าวิญญาณของคนเดียวมากนัก แต่ก็อ่อนแอและสับสนวุ่นวายกว่าวิญญาณของสองคนมากเช่นกัน
“ขอบคุณพี่รอง” จ้าวอู่เจียงตาเป็นประกาย ยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวว่า “แม้จะได้รับการเลื่อนขั้นก็เป็นเพียงองค์ชายขั้นสี่ หากได้รับสองขั้นก็เพียงแค่เทียบเท่ากับพี่รองที่เป็นองค์ชายห้าขั้นเท่านั้น”
“อีกทั้งท่านพี่รองยังเชี่ยวชาญทั้งบุ๋นบู๊ การฝึกฝนและการบำเพ็ญเพียร ทุกด้านล้วนเหนือกว่าข้ามาก ข้ายินดีอยู่ภายใต้พี่รอง”
หากเป็นไปได้ เขาเต็มใจจะมอบตำแหน่งองค์ชายขั้นเจ็ดที่กำลังจะได้รับการแต่งตั้งให้แก่พี่รองคนนี้
องค์ชายขั้นเจ็ด ไม่ด้อยไปกว่ารัชทายาท งดงามนัก
องค์ชายขั้นเจ็ดคือตำแหน่งสูงสุดที่องค์ชายองค์อื่น ๆ สามารถบรรลุได้ยามที่รัชทายาทยังอยู่ในราชสำนัก
รัชทายาทนับเป็นขั้นแปดคือผู้ครอบครองไข่มุกแปดเม็ด ฮ่องเต้คือขั้นเก้า ตามทฤษฎีแล้วองค์ชายขั้นเจ็ดหมายความว่า อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเป็นรัชทายาท แต่องค์ชายขั้นเจ็ดไม่สามารถก้าวไปได้อีกแล้ว
สีหน้าประหลาดใจของจีปอทงวูบผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานคิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นดุร้าย มือที่โอบจ้าวอู่เจียงออกแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่?”
“แน่นอน” จ้าวอู่เจียงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ณ ที่นี้มีเพียงเราสองคน พี่รอง ข้ายินดีช่วยให้ท่านได้ขึ้นครองตำแหน่งรัชทายาท กระทั่งช่วยให้ท่านได้สวมกวานเก้าไข่มุก”
จ้าวอู่เจียงกำลังหยั่งเชิงจีปอทง เขาต้องการรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีปอทงกับรัชทายาทจีปออิง และต้องการรู้ว่าจีปอทงคิดอย่างไร
รู้เขารู้เรา เข้าใจให้มากขึ้น เขาจึงจะสามารถตัดสินใจได้อย่างเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า
“หุบปาก!” เสียงของจีปอทงตวาดกลับมาแหบห้าวและทรงพลัง แววตาโกรธเคือง “เรื่องนี้อย่าได้พูดถึงอีก!”
เขาปล่อยมือที่โอบน้องชายของตน สะบัดแขนเสื้อ แล้วสาวเท้าจากไป
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็หันมามองอีกครั้ง ดวงตาขุ่นมัวแต่ลึกล้ำ ริมฝีปากขยับ
เสียงส่งผ่านความคิดดังเข้ามาในหูของจ้าวอู่เจียง