ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 116 เจียงเมิ่งลี่
บทที่ 116 เจียงเมิ่งลี่
สตรีผู้นั้นฟันกระบี่ด้วยความเยือกเย็น นางมั่นใจว่าคนธรรมดาไม่มีทางหนีการโจมตีครั้งนี้ได้เด็ดขาด
แต่นางลืมไปเลยว่าตนเองกำลังได้รับบาดเจ็บสาหัส พละกำลังจึงเสื่อมถอยลงไปมากทีเดียว
จ้าวอู่เจียงขยับเท้าเล็กน้อย แล้วเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่ ก่อนจะใช้นิ้วมือดีดกระบี่ของอีกฝ่ายออกไป จนได้ยินเสียงดังเคร้ง พลางพูดยิ้ม ๆ ว่า
“ไม่ทราบว่าแม่นางถูกคนรักทอดทิ้งหรือ เจ้าจึงได้ใช้ข้าเป็นที่ระบายอารมณ์เช่นนี้? ไม่อย่างนั้นจะมีเหตุผลใดอีกเล่าให้อยากสังหารชายหนุ่มที่หล่อเหลาที่สุดในโลก?”
“เจ้า!” สตรีชุดขาวชักสีหน้าด้วยความโมโห นางยอมรับก็ได้ว่าบุรุษชุดดำตรงหน้าผู้นี้มีหน้าตาค่อนข้างหล่อเหลา แต่คำพูดคำจาของเขายั่วโมโหนางมากเกินไป นางจึงยกมือขึ้นและควงกระบี่โจมตีอีกครั้ง
แต่นั่นทำให้บาดแผลบนหน้าอกกระทบกระเทือน ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย นางกระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนที่จะเป็นลมหมดสติล้มลงไป
จ้าวอู่เจียงยืนตกตะลึง รีบเข้าไปช้อนรับร่างระหง เมื่อตรวจสอบลมหายใจและชีพจรเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะอุ้มสตรีชุดขาวขึ้น และรีบวิ่งเข้าไปในส่วนลึกของจวนที่พักอย่างรวดเร็ว
…
จ้าวอู่เจียงวางร่างของสตรีชุดขาวลงบนเตียง ในเวลานี้ อาภรณ์สีขาวถูกย้อมด้วยโลหิตจนกลายเป็นสีแดงเกือบทั้งหมด ทำให้ใบหน้าของนางซีดขาวมากขึ้น
เข็มเงินฝังลงไปตรงตำแหน่งหัวใจของหญิงสาว เพื่อทำการห้ามโลหิตก่อนเป็นลำดับแรก
หลังจากนั้น จ้าวอู่เจียงก็ฉีกเสื้อของนางออก เปิดเผยให้เห็นถึงเสื้อชั้นในที่เต็มไปด้วยคราบเลือด
เสื้อชั้นในบริเวณตำแหน่งเดียวกับหัวใจนั้นปรากฏรอยขาดและบาดแผลที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ชายหนุ่มเอื้อมมือหมายปลดเสื้อชั้นในเพื่อตรวจสอบบาดแผลโดยละเอียด การช่วยชีวิตคนสำคัญที่สุด และเขาก็ไม่ใช่คนมารยาทดีอะไรอยู่แล้ว
แต่ไม่ทันได้ทำตามความคิด ข้อมือจ้าวอู่เจียงกลับถูกมือเรียวบางคว้าจับเอาไว้ ปรากฏว่าสตรีชุดขาวฟื้นขึ้นมาแล้ว ใบหน้าของนางยังซีดขาวยิ่งกว่ากระดาษ แต่ดูเหมือนว่านางยังมีแรงพอจะจ้องมองเขาด้วยความโกรธแค้น
“เจ้าคนชั่ว เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถหักมือเจ้าได้?”
“เช่นนั้นเจ้าอยากมีชีวิตอยู่หรืออยากตายเล่า?” จ้าวอู่เจียงถามกลับไปอย่างเยือกเย็น
สตรีชุดขาวตกตะลึง
“ผู้ที่ทำร้ายเจ้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ต้องเป็นยอดมือกระบี่อย่างแน่นอน กระบี่ของเขาสร้างบาดแผลกินลึกลงไปในร่างกายของเจ้า และมันกำลังทำลายหัวใจของเจ้าอยู่ หากเจ้าไม่ให้ข้าช่วยในตอนนี้ เจ้าก็จะต้องตายอย่างแน่นอน” มือใหญ่ของจ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ยื่นเข้าไปหานางอีกครั้งอย่างเชื่องช้า พลางเขาสั่งด้วยเสียงแข็งกร้าวว่า
“อย่าขยับ!”
สตรีชุดขาวมีท่าทางไม่แน่ใจ แต่ในที่สุดนางก็ยอมปล่อยมือจ้าวอู่เจียงแต่โดยดี
จ้าวอู่เจียงเปิดดูเสื้อชั้นใน ปรากฏภูเขาหิมะสองลูก บนยอดแต่ละลูกประดับบุปผาตูมสีชมพูงดงาม ชายหนุ่มรีบละสายตาไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว นิ้วมือของเขาสำรวจบาดแผลที่กินลึกลงไปพอสมควรอย่างรวดเร็ว
จ้าวอู่เจียงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังตัวสั่น และขนทุกเส้นบนร่างกายนางก็กำลังลุกชัน
ชายหนุ่มนำขวดยาออกมาจากในแขนเสื้อ ภายในขวดยาขนาดเล็กนี้บรรจุด้วยสมุนไพรผสมแร่ทองคำที่ดีที่สุด ยาขวดนี้มีสรรพคุณในการช่วยห้ามโลหิตและซ่อมแซมเส้นเลือดที่เสียหายได้อย่างดีเยี่ยม
“เจ้าเป็นใคร ผู้ใดทำร้ายเจ้า?” จ้าวอู่เจียงเขย่าขวดยา เพื่อกวนตัวยาด้านในให้เข้าที่ จากนั้นจึงเทยาลงบนฝ่ามือของตนเอง
“เจียงเมิ่งลี่ ได้รับบาดเจ็บจากศัตรู!” สตรีชุดขาวผู้มีนามว่าเจียงเมิ่งลี่เอ่ยเสียงเบาแต่แฝงความแข็งกร้าว นางกัดฟันกรอด ใบหน้ายังคงซีดขาวไร้สีเลือด
เป็นชื่อที่คุ้นหูชอบกลแท้… จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว ค่อย ๆ วางมือของตนเองลงไปบนตำแหน่งหัวใจของเจียงเมิ่งลี่ และทาตัวยาอย่างช้า ๆ
“อ๊า!” เจียงเมิ่งลี่ส่งเสียงร้องครางในลำคอ ความเจ็บปวดจากหัวใจแล่นไปทั่วร่างกาย รู้สึกราวกับในว่าร่างกายของนางกำลังเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือด
“บาดแผลข้าอยู่ตรงบริเวณหัวใจ แล้วนั่นเจ้ากำลังนวดคลึงที่ใดอยู่?!” เจียงเมิ่งลี่โกรธแค้นมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อพบว่ามือใหญ่ของจ้าวอู่เจียงเริ่มนวดคลึงออกนอกลู่นอกทาง
จ้าวอู่เจียงรู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มแต่เต่งตึงในมือของตนเอง พลางพูดอย่างจริงจังว่า
“เจ้าได้รับบาดเจ็บมานานแล้ว มีโลหิตไหลออกมาจากบาดแผลมากเกินไป แต่บางส่วนของโลหิตได้เกิดการจับตัวเป็นก้อน ทำให้หน้าอกของเจ้าไม่มีโลหิตไหลเวียนอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่ข้ากำลังทำก็คือการสลายก้อนเลือดเหล่านั้นอย่างไรเล่า หาได้คิดเป็นอื่น ว่าแต่ศัตรูของเจ้าเป็นผู้ใดในเขตเจียงตู่หรือ?”
อารมณ์ความรู้สึกเจียงเมิ่งลี่ค่อย ๆ กลับมาหนักแน่นมั่นคงอีกครั้ง นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า อาการของตนเองดีขึ้นมากจริง ๆ จึงอดประหลาดใจในสรรพคุณของตัวยาและวิธีการรักษาของบุรุษชุดดำผู้นี้ไม่ได้
“ข้าเพิ่งจะมาถึงเขตเจียงตู่ได้ไม่นาน มันผู้นั้นสังหารอาจารย์ของข้า ข้าจะฆ่ามัน… ด้วยมือของข้าเอง! แต่ว่าเจ้า… เจ้าจะนวดคลึงอีกนานหรือไม่? บริเวณนั้นมีก้อนเลือดอุดตันอยู่ด้วยหรือ?”
เจียงเมิ่งลี่ทั้งอับอายและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน
“เจ้าคิดว่าข้าสามารถหลอกได้ง่าย ๆ หรือ? ข้ารู้ว่าจุดที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ตรงไหน มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับจุดที่เจ้ากำลังนวดคลึงอยู่เลยแม้แต่น้อย”
จ้าวอู่เจียงไอออกมาแห้ง ๆ ยิ่งเจียงเมิ่งลี่แสดงความโกรธแค้นออกมาเท่าไหร่ ใบหน้าที่งดงามของนางก็ยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น เขาผละมือออก และเทผงทองคำในขวดยาสมุนไพรลงไปเพิ่มบนบาดแผลของนาง
“เจ้าตัวบัดซบ!” เจียงเมิ่งลี่กัดฟันกรอดด้วยความอับอาย นางต้องการจะเคลื่อนไหว แต่แขนขาก็อ่อนแรงไปหมด
จ้าวอู่เจียงพูดด้วยน้ำเสียงสงบสุขุม
“เรื่องนั้นไว้คุยกันตอนที่เจ้าดีขึ้นแล้วเถอะ”
ครืด…
กระบี่คู่กายของเจียงเมิ่งลี่ที่วางอยู่บนเก้าอี้ด้านข้างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับว่ามันพร้อมที่จะพุ่งออกจากฝักเพื่อสังหารบุรุษผู้นี้ได้ทุกเมื่อ
“เจ้าหัวขโมยไร้ยางอาย เจ้าบุกรุกบ้านของผู้อื่น ทั้งยังรังแกข้าไม่หยุดหย่อน ข้าต้องการชีวิตของเจ้า!” เจียงเมิ่งลี่ยังคงไม่เชื่อว่าเจ้าอู่เจียงคือเจ้าของจวนนี้ นางขมวดคิ้วมุ่น กัดฟันกรอด และพยายามใช้พลังลมปราณควบคุมกระบี่ของตน
“ศิษย์น้อง?” ทันใดนั้น เสียงเข้มที่เต็มไปด้วยความดีอกดีใจก็ดังขึ้น
จ้าวอู่เจียงหันไปมองทางประตู และเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหลี่หยวนเจิ่ง
ทันใดนั้นเขาก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ …ศิษย์น้องอย่างนั้นหรือ? ในที่สุดจ้าวอู่เจียงจำได้แล้ว เจียงเมิ่งลี่เป็นชื่อศิษย์น้องที่หลี่หยวนเจิ่งเคยเอ่ยถึงมาแล้วหลายครั้งนั่นเอง