ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1231 ปรมาจารย์รุ่นก่อน
บทที่ 1231 ปรมาจารย์รุ่นก่อน
“ข้าอยากรู้ว่าเจ้าเป็นใคร”
ราชวงศ์เซียนต้าโจว ในเมืองหลวง ที่อารามอู๋เหวย
จีทังนั่งขัดสมาธิอย่างเคร่งขรึมบนเบาะรอง ราวกับนั่งอยู่บนหินเย็นเฉียบหรือบัลลังก์มังกรที่เย็นยิ่งกว่าหิน
จ้าวอู่เจียงดูผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในท้องพระโรง แต่บุคลิกยังคงนิ่งสงบเช่นเดิม
เขามองจางซวีคุนที่ยืนเฉยอยู่ข้าง ๆ ราวกับไม่ใช่เรื่องของตน ส่งสัญญาณให้จางซวีคุนช่วยอธิบาย
จางซวีคุนส่ายหน้า เขาก็ไม่คิดว่าจีทังจะถามตรง ๆ เช่นนี้ เมื่อถามคำตอบจากเขาไม่ได้ ก็หันไปถามจ้าวอู่เจียงโดยตรง
จีทังเห็นดังนั้น จึงเอ่ยเสียงทุ้มว่า
“หรือว่าท่านมีชื่อเสียงไม่ดี จึงไม่อยากเปิดเผย?”
เมื่อเจอกลยุทธ์ยั่วยุ จ้าวอู่เจียงก็ไม่ได้ใส่ใจ ถ้าเป็นสาวน้อยมาใช้กลยุทธ์นี้กับเขา บางทีเขาอาจจะน้ำลายฟูมปากแล้วสารภาพออกมาก็ได้
ส่วนเรื่องที่จีทังรู้ว่าเขาไม่ใช่จีปอฉาง เขาก็ไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด
ฮ่องเต้ผู้เชี่ยวชาญการใช้อำนาจและการจัดการกับจิตใจผู้คน สามารถมองออกถึงความแตกต่างอันใหญ่หลวงในตัวจีปอฉางก่อนและหลัง แล้วคาดเดาคำตอบที่ถูกต้องได้ก็เป็นเรื่องปกติ
อีกอย่าง ในพิธีบูชาบรรพบุรุษ เขาก็ไม่ได้ปิดบังอำพราง ใช้เข็มลึกลับไท่อี่ทำลายตุ๊กตาของตระกูลหลี่ไปโดยตรง
ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยต่อหน้าจีทังแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้เปิดเผยทั้งหมดเท่านั้น
“เจ้าแทรกแซงบัลลังก์ ข้าอยากรู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า เพื่อไม่ให้บัลลังก์ตกไปอยู่ในมือของผู้ที่มีเจตนาซ่อนเร้น นี่เป็นเรื่องสมเหตุสมผล คงไม่เกินไปกระมัง?” จีทังเห็นว่า ‘จีปอฉาง’ และจางซวีคุนไม่ตอบ จึงพูดต่อ
จ้าวอู่เจียงชำเลืองมองจางซวีคุนอีกครั้ง
จางซวีคุนแกล้งทำเป็นไม่เห็น ดื่มชาร้อนอย่างไม่สนใจ
จ้าวอู่เจียงพลิกฝ่ามือ เข็มเงินสี่เล่มลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขา เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องพูด
จีทังรู้สึกขนลุกซู่ทั่วร่างในทันที เข็มเงินสี่เล่มที่ดูธรรมดานี้ สร้างความกดดันให้เขาเทียบเท่ากับจักรพรรดิ
‘จีปอฉาง’ ที่อยู่ตรงหน้านี้ อาศัยวิชาเข็มเงินเพียงอย่างเดียว สลายวิชาลับของจักรพรรดิตระกูลหลี่ได้
แม้ว่าบุรุษตรงหน้าอาจมีวรยุทธ์ไม่สูงนัก แต่อำนาจเบื้องหลังเข็มเงินนี้ จะต้องแข็งแกร่งยิ่งนัก
จีทังพยักหน้า
จ้าวอู่เจียงโบกมือ เสียงลมและฟ้าร้องดังขึ้นทันที เข็มเงินทั้งสี่เล่มพุ่งฉิวผ่านอากาศ ปักเข้าจุดชีพจรใกล้หัวใจของจีทัง
“ข้าชื่อจ้าวอู่เจียง” จ้าวอู่เจียงเอ่ยปากอย่างเรียบเฉย
“จ้าวอู่เจียง?” จีทังขมวดคิ้วหนา เขารู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหู คลับคล้ายเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน
เขานึกออกอย่างรวดเร็ว ที่ดินแดนลับเต๋อเหลียนที่จีปอฉางไปปฏิบัติภารกิจ มีบุรุษผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ว่ากันว่าอัจฉริยะหลายคนต้องพ่ายแพ้ในมือของบุรุษผู้นี้
ชายผู้นี้มีนามว่า จ้าวอู่เจียง
“เป็นเจ้าหรือ?” จีทังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นความสงสัย
อัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์เหนือผู้คน ไม่ใช่ทั้งหมดที่ปรากฏในตัวชายตรงหน้า
จ้าวอู่เจียงเป็นผู้ใดกันแน่?
“ให้ข้าเป็นผู้เล่าเถิด” จางซวีคุนถอนหายใจพลางรับคำพูดต่อ
“จ้าวอู่เจียงก็คือเทพอสูรในยุคโบราณกาล และเป็นหนึ่งในบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนต้าโจว”
“อะไรนะ?” จีทังสะท้านไปทั้งร่าง มองไปทางจ้าวอู่เจียงด้วยความไม่อยากเชื่อ
เทพอสูร? จ้าวอู่เจียงคือการกลับชาติมาเกิดของเทพอสูรผู้ครอบครองโลกในยุคโบราณกาล?
ไม่แปลกเลยที่จางซวีคุนเลือกจ้าวอู่เจียงเป็นจักรพรรดิในอนาคตของราชวงศ์เซียนต้าโจว
หากจ้าวอู่เจียงเป็นเทพอสูร ตามบันทึกประวัติศาสตร์ของราชวงศ์เซียนต้าโจวแล้ว เทพอสูรก็เป็นหนึ่งในบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนต้าโจวจริง ๆ และยังเป็นหนึ่งในบูรพาจารย์ของสำนักเต๋าด้วย
ในอดีต เทพเต๋ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเทพอสูร บันทึกมากมายที่เทพเต๋าทิ้งไว้ มุมมองพิเศษบางอย่างในนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับเทพอสูร
จีทังจำได้ราง ๆ ว่าตอนที่ตนยังเด็ก เคยได้ยินมาว่าการวางแผนตลอดหมื่นปีที่ผ่านมาระหว่างตระกูลจีและสำนักศรัทธาปฐพีเทพอสูรก็เคยมีส่วนร่วมด้วย
แต่ยุคโบราณนั้นห่างไกลจากปัจจุบันมากเกินไป เรื่องราวมากมายจึงเลือนรางไปตามกาลเวลา
จีทังรู้ว่าจางซวีคุนจะไม่หลอกลวงตนในเรื่องนี้
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สูดหายใจลึก กดความตื่นตะลึงในใจลง ประสานมือคำนับตามธรรมเนียม ค้อมกายเล็กน้อยให้กับจ้าวอู่เจียง
“ท่านเทพอสูร”
เขาไม่ได้แสดงคารวะอย่างผู้น้อยเต็มที่ หนึ่งเพราะเขาคือฮ่องเต้แห่งราชวงศ์เซียนต้าโจวในปัจจุบัน ผู้สูงส่งที่สุด สองเพราะเขารู้สึกว่าเทพอสูรตรงหน้านี้ไม่มีกลิ่นอายของการผ่านกาลเวลาอันยาวนาน ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าไม่น้อย