ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1233 ฉลาดและรู้ความ
บทที่ 1233 ฉลาดและรู้ความ
เวลาหนึ่งถ้วยชาผ่านไป
จีปอฉางที่ฟื้นคืนสติแล้วนั่งตัวตรงอย่างเป็นระเบียบบนเบาะรอง ใบหน้าแสดงออกถึงความว่านอนสอนง่าย
เขาได้รับรู้ความจริงบางส่วนจากปากของท่านราชครูผู้เป็นที่เคารพ
ที่แท้จ้าวอู่เจียงผู้แอบอ้างตัวตนของเขานั้น… ถือเป็นหนึ่งในบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนต้าโจว
แม้จะไม่ใช่บรรพบุรุษทางสายเลือด แต่ก็เป็นผู้ที่เคยสร้างคุณูปการให้กับราชวงศ์เซียนต้าโจว เช่นเดียวกับท่านราชครูในอดีตหลาย ๆ ท่าน
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ การที่เขาพ่ายแพ้ให้บรรพบุรุษของเขาเองน่าอับอายหรือไม่ ไม่เลย! จีปอฉางคิดเหม่อลอย ที่แท้จ้าวอู่เจียงผู้ดูหนุ่มแน่นคนนี้ แท้จริงเป็นปีศาจเฒ่า!
ไอ้เฒ่า!
ไม่ ๆ ๆ ท่านบรรพบุรุษ…
แต่เดิมเขาคิดว่าไปปฏิบัติภารกิจชิงสมบัติ ไม่คิดว่าแท้จริงแล้วเขากำลังปฏิบัติภารกิจลับในการเชิญบรรพบุรุษกลับมา…
ที่ท่านพ่อและท่านราชครูมอบภารกิจเช่นนี้ให้เขา ต้องเป็นเพราะให้ความสำคัญกับเขาแน่ ๆ! คิดดูแล้วพวกจีปออิงกับจีปอทงคงไม่รู้เรื่องนี้แน่
น่าแปลกที่ตอนนั้นจ้าวอู่เจียงไม่เอาชีวิตเขา
จีปอฉางเริ่มจินตนาการไปต่าง ๆ นานาเหมือนเคย ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าถูกต้อง ราวกับว่าตนได้ล่วงรู้ความลับอันยิ่งใหญ่
“อิ้นอ๋อง นับจากนี้เป็นต้นไป ท่านจงอยู่ที่อารามอู๋เหวย อย่าได้ไปที่ใด จงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเถิด”
จางซวีคุนได้จัดการชะตากรรมของจีปอฉางที่จะเกิดขึ้น โดยออกคำสั่งห้ามเคลื่อนไหว กำชับไม่ให้จีปอฉางออกจากอารามอู๋เหวย
จีปอฉางพยักหน้า เมื่อนึกถึงความคาดหวังที่ตนแบกรับไว้จากท่านราชครู ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา และ ‘บรรพบุรุษ’ ผู้เกียจคร้านตรงหน้า เขาก็รู้สึกภาคภูมิใจ
นี่คือภารกิจยิ่งใหญ่ที่สวรรค์มอบให้เขา
จ้าวอู่เจียงจิบชาร้อนพลางหาว เขาอยากจะกลับไปงีบหลับต่อ
การงีบหลับในฤดูหนาวช่างเป็นความสุขที่สุด
จางซวีคุนส่ายหน้า
จีทังชะงัก
จีปอฉางรู้สึกสงสัย จึงถามบิดา
จีทังชำเลืองมองจ้าวอู่เจียงที่ดูเกียจคร้าน จำใจอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ให้จีปอฉางฟัง
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราชการ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่ติดค้างจีปอฉาง จีทังเพียงแค่เอ่ยผ่านหรือไม่พูดถึงเลย ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกเรื่องน่าปวดหัวพวกนั้นกับปอฉาง
“องค์ชายเจ็ดไข่มุก!” อาจเพราะจีปอฉางถูกขังมานาน หรืออาจเพราะตกใจเกินไป เขาร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่น
โชคดีที่ที่นี่มีคาถากั้นของจางซวีคุนมากมาย เสียงจึงวนอยู่แต่ในห้อง ไม่ลอยออกไปข้างนอก
“องค์ชายเจ็ดไข่มุก พระเจ้า! ข้าได้เป็นองค์ชายเจ็ดไข่มุกแล้ว!” จีปอฉางใบหน้าแดงระเรื่อ มีความตื่นเต้นเหมือนสตรีที่รู้สึกเขินอายและพึงพอใจ
เขาไม่อยากเชื่อว่าตนเองได้กลายเป็นองค์ชายเจ็ดไข่มุกที่มีฐานะเทียบเท่าองค์รัชทายาทแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของบรรพบุรุษจ้าวอู่เจียงที่โผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้
เขายังได้ยินฮ่องเต้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในท้องพระโรงเช้านี้ เกี่ยวกับ ‘อิ้นอ๋อง’ ที่ต่อกรกับองค์รัชทายาท และสุดท้ายยังกดดันฝ่ายองค์รัชทายาทได้อีกด้วย
เขาตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำราวกับกาน้ำชาที่ถูกต้มจนแดง
ในตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว!
เขาเข้าใจว่าฮ่องเต้ต้องการส่งต่อบัลลังก์ให้เขา แต่ก็กังวลว่าเขาจะยังไม่พร้อม อีกทั้งอำนาจในราชสำนักของเขายังน้อยกว่าองค์รัชทายาทมาก
เพื่อช่วยเหลือเขา ฮ่องเต้จึงขอให้ท่านราชครูและบรรพบุรุษจ้าวอู่เจียงช่วยปลอมตัวเป็นเขาชั่วคราว เพื่อต่อกรกับองค์รัชทายาท จากนั้นก็กดดันองค์รัชทายาทลง เพื่อให้เขาได้ขึ้นครองราชบัลลังก์อย่างชอบธรรม!
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความปรารถนาดีของฮ่องเต้และท่านราชครู!
ที่บรรพบุรุษจ้าวอู่เจียงทุบตีและข่มขู่เขาก่อนหน้านี้ ก็เพียงเพื่อกระตุ้นและให้กำลังใจเขาเท่านั้น!
จีปอฉางรู้สึกตื้นตันใจ จิตใจของเขาซาบซึ้งจนสับสนไปหมด
เขาเช็ดน้ำตาที่หางตา แล้วก้มศีรษะคำนับจนหน้าผากกระแทกพื้นดังสนั่น
“ขอบพระคุณที่ผู้อาวุโสทั้งหลายเมตตา ปอฉางจะไม่ทำให้ความคาดหวังของพวกท่านต้องผิดหวัง!” เขาคำนับติดต่อกันหลายครั้งจนเสียงดังก้อง
จีทังสีหน้าแข็งค้าง ชะงักไปเล็กน้อย ในใจเกิดความสงสัย
จางซวีคุนถอนหายใจ นึกในใจว่าเด็กคนนี้ช่างโง่ยิ่งนัก…
จ้าวอู่เจียงไม่รู้จะพูดอะไรดี เขาจึงกล่าวชมแบบขอไปทีว่า
“เจ้านี่ฉลาดและรู้ความตั้งแต่เด็ก”