ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1414 เทพลงจากเขา
บทที่ 1414 เทพลงจากเขา
รูปปั้นเทพปีศาจนั้นศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม
แต่บนใบหน้าที่ไร้ใบหน้านั้น กลับมีรอยยิ้มที่วาดด้วยหมึก ซึ่งดูเหมือนภาพขีดเขียนของเด็กที่ชวนให้ขบขัน
จ้าวอู่เจียงอดยิ้มอย่างอาลัยไม่ได้ พลันให้เขาหวนนึกถึงเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยที่อยู่ไกลถึงราชวงศ์เซียนต้าโจว
เพราะเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยก็ชอบขีดเขียนวาดรูปเช่นกัน
จินตนาการของเด็ก ๆ มักจะสดใส เพ้อฝัน และไร้เดียงสา
“นี่ลูกสาวคนเล็กของข้า จางกั่วกั่วเอ๋อร์วาดไว้ ตอนนั้นข้าได้ตำหนินางไปแล้ว” จางซวีไป๋กล่าวหลังจากไหว้รูปปั้นเทพปีศาจเสร็จ เมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงมองรอยยิ้มบนใบหน้าเทพปีศาจ เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงถอนใจและอธิบายว่า
“จางกั่วกั่วเอ๋อร์บอกว่า ในเมื่อพวกเราต้องกราบไหว้รูปปั้นเทพเหล่านี้ ซึ่งเป็นบรรพชน พวกท่านก็ควรจะยิ้มเข้าไว้”
“บรรพชนได้เสียสละให้ลูกหลานมากมาย สิ่งที่พวกท่านอยากเห็นย่อมต้องไม่ใช่ใบหน้าที่พวกเรากำลังร้องไห้ และก็ไม่มีทางเป็นใบหน้าบึ้งตึงของพวกเราใช่หรือไม่?”
“สิ่งที่พวกท่านต้องการ ก็คือรอยยิ้มของคนรุ่นหลังไม่ใช่หรือ?”
“เช่นนั้นรอยหมึกบนรูปปั้นเทพปีศาจนี้จึงไม่ได้ถูกลบออก”
“ข้าไม่ได้พูดเล่น เหล่าผู้ที่มาสักการะยังชอบเทพปีศาจที่มีลักษณะเช่นนี้อีกด้วย…”
“ช่างงดงามยิ่งนัก” จ้าวอู่เจียงยกมุมปากขึ้นอย่างจริงใจ ทว่ารอยยิ้มอ่อนโยน ในความพร่าเลือนนั้นซ้อนทับกับรอยยิ้มที่วาดด้วยหมึกบนรูปปั้นเทพปีศาจ
“ขอให้คนรุ่นหลังทุกคนมีความสุข”
จ้าวอู่เจียงก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว ก่อนจะพยุงชายชราที่คุกเข่าอยู่หน้ารูปปั้นเทพปีศาจให้ลุกขึ้น และกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องบุตรหลาน ท่านราชครูจะเห็นด้วยเอง”
“ข้าคงต้องขอตัวก่อน”
“ท่านเทพปีศาจ…” จางซวีไป๋โค้งคำนับให้จ้าวอู่เจียงหนึ่งครั้ง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ได้โปรดอยู่รับประทานอาหารที่นี่เสียก่อนค่อยออกเดินทางต่อได้หรือไม่? ข้าได้ให้ภรรยาเตรียมอาหารไว้แล้ว…”
“คงมิได้ ข้าต้องขอบใจในน้ำใจ” จ้าวอู่เจียงส่ายหน้า
“ที่ข้าออกเดินทางกลับตอนนี้ เนื่องจากฟ้ายังสว่างอยู่ เมื่อถึงเมืองหลวงต้าโจวพรุ่งนี้ น่าจะทันมื้อเย็นพอดี”
“ท่านจะรีบร้อนถึงเพียงนี้ไปทำไมกัน? พักที่นี่สักคืนเถิด” จางซวีไป๋จับแขนเสื้อของจ้าวอู่เจียงด้วยดวงตาเอ่อด้วยน้ำตา อีกทั้งใบหน้ายังเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
เขาไม่เคยพบเทพปีศาจที่มีชีวิตมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีวาสนาได้พบ และเขารู้ดีว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบด้วย
หากต้องลาจากกกันในวันนี้…เช่นนั้นวันหน้าพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก
ในฐานะคนของสำนักที่เติบโตมาพร้อมกับเรื่องราวของเทพปีศาจและในฐานะเจ้าสำนักของสำนักชิงเฉิงที่ต้องขอร้องจ้าวอู่เจียง เขาไม่เพียงแต่มีความเคารพ แต่ยังมีความซาบซึ้งใจอีกด้วย
ตอนนี้ยังมีความสงสาร ความอาลัย และความเจ็บปวดใจอีกด้วย
จ้าวอู่เจียงกับเทพปีศาจที่เขาจินตนาการไว้ในความทรงจำนั้นแตกต่างกันอย่างมาก
ทั้งไร้ซึ่งความชั่วร้าย ไร้ซึ่งอำนาจบาตรใหญ่ที่ท่วมท้น ไร้ซึ่งความผันผวนของกาลเวลา ทั้งดูอ่อนเยาว์และงดงามราวกับชายหนุ่มรูปงามจากบ้านเกิดของเขา
แต่ชายหนุ่มรูปงามผู้นี้ได้แบกรับสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมาย ทั้งยังเผชิญกับจุดจบที่ต้องตายอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้
นี่เป็นสิ่งที่คนอายุเท่าจ้าวอู่เจียงไม่ควรต้องแบกรับ เพราะชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ควรจะสวมใส่อาภรณ์งดงาม ขี่ม้าอย่างห้าวหาญ มีอิสระเสรี และใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน
แต่จ้าวอู่เจียงนั้นสุขุมและอ่อนโยนเกินไป ราวกับเป็นผู้มีปัญญาที่ผ่านโลกมามาก อีกทั้งยังตกตะกอนอารมณ์ความรู้สึกได้แล้ว
ราวกับเขาได้ชมเด็กอายุสิบกว่าปีที่ผ่านความยากลำบาก ได้เห็นความเฉียบคม ความสุขุม และความรู้จักกาลเทศะในตัวเขา
รู้จักกาลเทศะ…จนทำให้คนรู้สึกเจ็บปวดใจ
“พรุ่งนี้เช้า ข้าจะไปส่งท่าน…” จางซวีไป๋พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ
จ้าวอู่เจียงตบหลังมือที่แห้งเหี่ยวราวเปลือกไม้ของจางซวีไป๋เบา ๆ ด้วยดวงตาเปล่งประกายอ่อนโยน
จางซวีไป๋จ้องมองดวงตาที่อ่อนโยนและมุ่งมั่นนั้น ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือ
“การจากลาครั้งนี้…” จ้าวอู่เจียงหมุนตัวอย่างไม่ยึดติด และได้หยุดยืนอยู่กับที่ชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปมองนักพรตชราที่ยืนอยู่หน้ารูปปั้นเทพปีศาจที่ยืนอยู่ท่ามกลางควันธูปที่พวยพุ่ง ก่อนจะยิ้มให้เขา
“พวกเราจะได้พบกันอีก!”
“อื้ม” จางซวีไป๋พยักหน้า ดวงตาอันชราภาพเต็มไปด้วยน้ำตาขุ่นมัวที่ไหลเอ่อ
จ้าวอู่เจียงกำลังบอกเขา…ไม่ว่าเขาจะคำนวณอะไรออกมาหรือไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่เขาต้องพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป แทนที่จะปล่อยลมหายใจสุดท้ายและยอมตายอย่างสงบหลังจากรู้ว่าศิษย์ปลอดภัยแล้ว
เขาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะนี่คือข้อตกลงระหว่างเทพปีศาจกับเขา
จ้าวอู่เจียงเบนสายตากลับมา ทว่าควันสีเขียวและหมอกบาง ๆ กลับม้วนตัวในดวงตาของเขา ก่อนที่ลมและหิมะจะพัดเข้าไปในอาภรณ์ของเขาด้วยเช่นกัน
เขาค่อย ๆ ก้าวเดินลงจากภูเขา ท่ามกลางบันไดหินสีขาวที่ทอดยาว สู่ผืนฟ้าและแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล
เขาคือเทพที่กำลังลงจากภูเขาเพียงลำพัง…