ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1505 ความได้เปรียบอยู่ที่ข้า
บทที่ 1505 ความได้เปรียบอยู่ที่ข้า
“เจียงหลีเอ๋ย” หลี่เว่ยยางส่ายหน้า ผมสีเงินพลิ้วไหว เขาทอดถอนหายใจก่อนจะเอ่ยว่า
“ข้าเคยชื่นชมเจ้าที่ยืนหยัดเพื่อตระกูล ยอมแบกรับคำสาปแช่งจากโลกใบนี้ แม้ว่าพวกเขาจะก่นด่าว่าเจ้าเป็นผู้ทรยศ หักหลังผู้คนทั้งหล้า
แต่ภายหลัง เพื่อตนเอง เพื่อประโยชน์ส่วนตนแล้ว เจ้าเลือกที่จะทำลายตระกูลของเจ้า เพื่อแลกกับความจงรักภักดี แลกกับความปลอดภัย และความก้าวหน้าในวันข้างหน้าของเจ้า…
ข้าจึงรู้สึกรังเกียจเรื่องนี้อยู่บ้าง…”
เจียงหลียืนอยู่ริมสระน้ำ มองลงมาจากที่สูงไปยังหลี่เว่ยยางที่นั่งอยู่ และเอ่ยเสียงเย็นชาอย่างดูแคลน
“หลี่เว่ยยาง เจ้าเพียงแค่หัวเราะคนเดินผิดไปร้อยก้าว ทั้งที่ตนนั้นเดินผิดไปห้าสิบก้าว
ตระกูลหลี่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าตระกูลเจียงสักเท่าไรนัก ลูกหลานของเจ้าถึงขั้นทรยศตระกูล เจ้ารู้หรือไม่ว่าในใจพวกข้า เจ้าช่างน่าขบขันเพียงใด!
แม้แต่ตระกูลของตน เจ้ายังควบคุมมิได้ ถึงได้สั่งสอนลูกหลานออกมาได้แค่นี้!
ลูกหลานตระกูลเจียงของข้า ถึงแม้จะตาย พวกเขาก็ตายเพื่อตระกูลเจียง แลมิเคยทรยศต่อตระกูลเจียง ความตายของพวกเขา ล้วนเพื่อตระกูล!
ตระกูลเจียงของข้า แม้ทุกคนจะตายหมด ตราบใดที่ข้าเจียงหลียังมีชีวิตอยู่ ตระกูลเจียงก็จะคงอยู่ตลอดไป แลวันข้างหน้าจะต้องหวนคืนสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้งเป็นแน่!
ส่วนเจ้า! ถึงแม้ตระกูลหลี่ในยามนี้จะรุ่งเรืองกว่าตระกูลเจียงของข้า แต่เจ้าหลี่เว่ยยาง! เจ้ามิสามารถนำพาตระกูลของเจ้าไปสู่ความรุ่งเรืองได้ด้วยตน ทว่ากลับมีแต่จะค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไป”
หลี่เว่ยยางไม่ได้โกรธ ทว่ากลับยิ้มอย่างสงบ
“ข้าเพียงแค่มิละอายต่อวิธีการบางอย่างเท่านั้น สิ่งที่เรียกว่าการควบคุม หากต้องเสียสละสมาชิกตระกูลส่วนใหญ่ การควบคุมเช่นนั้นสำหรับข้าแล้ว มิจำเป็นต้องมี
อีกอย่างทายาทรุ่นหลังของตระกูลเจียงของเจ้า ก็มิใช่ว่ามิมีผู้ใดทรยศตระกูลเจียง
อย่างเจียงหน่ายจ้าว…”
นัยน์ตาของเจียงหลีสั่นไหวอย่างรุนแรง ผู้มีพรสวรรค์ของตระกูลเจียงที่ถูกจับเป็นตัวประกันเกือบทั้งหมดต่างสละชีวิตไปแล้ว ในยามนี้มีเพียงเจียงหน่ายจ้าวเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่
แต่เรื่องที่เจียงหน่ายจ้าวยังมีชีวิตอยู่นั้น หลี่เว่ยยางมิมีทางรู้ได้เป็นอันขาด เพราะแผ่นชีวิตอยู่ในมือของเขา มีเพียงเขาและผู้อาวุโสหลักของตระกูลเท่านั้นที่สามารถตรวจสอบได้ คนนอกมิอาจตรวจสอบมันได้ แล้วเขารู้ได้เยี่ยงไร?
“เจ้ากล้าส่งสายลับมาแฝงตัวในตระกูลเจียงของข้ารึ?!” เจียงหลีตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังจอมจักรพรรดิอันทรงพลังพุ่งเข้าใส่หลี่เว่ยยาง
เงาร่างหุ่นกลปรากฏขึ้นตรงหน้าอดีตผู้นำตระกูลหลี่ ชายชรารับการโจมตีของเจียงหลีอย่างฝืนทน ก่อนจะแตกกระจาย และหายไปในชั่วพริบตา
เจียงหลีกำลังจะลงมืออีกครั้ง ทว่าม่านตาของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เมื่อเขาเหลือบมองไปยังความว่างเปล่าด้านข้าง
ด้วยขอบเขตจอมจักรพรรดิของเขา ทำให้รับรู้ถึงกลิ่นอายอันตรายได้ในทันที ราวกับว่ามีลำแสงที่มองไม่เห็นกำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว และมันหมายจะกำจัดเขา
เขาชี้นิ้วไปทางหนึ่ง ค่ายกลแสงปรากฏขึ้นรอบตัวเขาและหลี่เว่ยยางในทันที
แม้เขาและหลี่เว่ยยางจะมีความบาดหมางกัน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด พวกเขามักจะร่วมมือกันต่อต้านศัตรูภายนอกเสมอ
ลำแสงสีทมิฬมาถึงในชั่วพริบตา ด้วยความมืดของราตรีที่ปกคลุม คนธรรมดามิมีทางสังเกตเห็นมันได้
ลำแสงสีทมิฬนี้ทะลุผ่านค่ายกลป้องกันของเจียงหลี ขณะเดียวกันมันก็ถูกพลังงานจากค่ายกลป้องกันกัดกร่อน พลังทั้งสองพินาศไปพร้อมกัน
ทั้งร่างของเจียงหลีดูเฉียบคมขึ้นมา ห้วงอากาศรอบตัวเขาปรากฏรอยแยกมากมาย ทันใดนั้นร่างอันสง่างามดุจเซียนของลู่จ้งก้าวออกมาจากรอยแตก พร้อมกับเขายังมีเด็กสาวผมเปียและชายชราในชุดหลากสีสันเดินออกมาด้วย
“ลู่จ้ง เมิ่งอวี่ เจียงไฉ่เหอ?” เจียงหลีตกใจในตอนแรก จากนั้นก็หัวเราะเยาะ
“พวกเจ้าสามคนบุกเข้ามาในตระกูลหลี่ มาหาความตายหรือมาเจรจากันแน่?
หรือว่าพวกเจ้าเห็นสถานการณ์ไม่ดี จึงอยากจะยอมจำนนต่อนายท่านของข้า”
เจียงหลีมิได้หยิ่งผยอง แม้เขาคนเดียวจะรับมือกับจอมจักรพรรดิสามคนไม่ไหว แต่ข้างกายเขายังมีหลี่เว่ยยาง สองจอมจักรพรรดิต่อสู้กับสามจอมจักรพรรดิ แม้จะเป็นรอง แต่การหลบหนีก็เป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือตระกูลหลี่ ผู้แข็งแกร่งคนอื่น ๆ ในสำนักหากรู้ข่าวการบุกรุกตระกูลหลี่แล้ว ย่อมรีบเร่งมาช่วยพวกเขา และเมื่อถึงเวลานั้นพวกลู่จ้งทั้งสามคนต่างหากที่จะกลายเป็นเหยื่อที่ถูกล้อมไว้
และด้วยเหตุนี้แล้วเขาจึงกล้าพูดถ้อยคำเยาะเย้ยอย่างหยิ่งผองเช่นนี้
ลู่จ้งเหลือบมองเจียงหลีด้วยสายตาเย็นชา ม้วนภาพเลื่อนออกมาจากแขนเสื้อของเขา
เมิ่งอวี่เล่นเปียของนางอย่างมิใส่ใจอันใด ส่วนเจียงไฉ่เหอกำลังจับกบตัวเล็ก ๆ ไว้ในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ ราวกับว่าอีกเพียงครู่เดียวก็จะกระโจนเข้ามาฉีกกระชากร่างของเขา
“พี่หลี่ หากพวกเขาสามคนต้องการยอมจำนน ท่านเห็นด้วยหรือไม่?”
เจียงหลียิ้มกว้างขึ้น ไม่สนใจทั้งสามคนเลยแม้แต่น้อย แต่ท่าทีที่ควรมีก็ไม่อาจเสียได้ ดังนั้นเขาจึงพูดโดยรวมหลี่เว่ยยางเข้าไปด้วย หวังให้อีกฝ่ายที่เป็นพวกเดียวกันพูดคำรุนแรงเยาะเย้ยสักสองประโยค
หลี่เว่ยยางไม่ได้ตอบคำถามของเจียงหลี และไม่ได้แสดงความรู้สึกหรือความเห็นใด ๆ ต่อการมาของพวกลู่จ้งทั้งสามคน แต่กลับพูดขึ้นเองว่า
“ในอดีตนั้น สระนี้มีปลามากมาย อีกทั้งยังมีดอกบัวเต็มสระ
น่าเสียดายที่ยามนี้ปลาเหลือน้อยลงทุกที แลดอกบัวก็มิรู้ว่าหายไปแห่งหนใด…”
เจียงหลีชะงักไป ก่อนจะขมวดคิ้ว
“หลี่เว่ยยาง ท่านกำลังพูดอันใดกันแน่? ตอนนี้ศัตรูอยู่ตรงหน้า ท่าน…”
สีหน้าของเจียงหลีแข็งค้าง เขาตกใจเมื่อพบว่า ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ข้อมือ ข้อเท้า และลำคอของตนถูกพันรอบด้วยสายเอ็นปลาโปร่งใสนับไม่ถ้วน
สายเอ็นเหล่านี้เชื่อมต่อไปยังท้องนภายามราตรีอันลึกล้ำ