ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1535 ออกความเห็น
บทที่ 1535 ออกความเห็น
“อู่เจียง…”
ชายชราม่านตาซ้อนใช้มืออันหยาบกร้านทว่าอ่อนโยนวางลงบนไหล่ของจ้าวอู่เจียง เขาค่อย ๆ ส่ายศีรษะอย่างเชื่องช้าเพื่อเตือนให้ระมัดระวังในการตัดสินใจ เนื่องจากชายชรารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง
จ้าวอู่เจียงถูกชายร่างกำยำเอ่ยวาจากระแทกกระทั้น เขาหรี่ตาพลางยิ้มพูดว่า
“ข้าจะมอบให้ก็ได้ แต่ข้าอยากรู้ถึงประโยชน์ของตั๋วเรือนี่ ‘ทุกอย่าง’ และต้องการรู้ด้วยว่าพวกเจ้ารับรู้ถึงมันได้เยี่ยงไร
แล้วข้าจะให้ตั๋วใบนี้พวกเจ้าไป หากมีวาสนาได้พบท่านจางอีก ข้าจะขอจากเขาอีกใบหนึ่ง”
เมื่อได้ยินประโยคแรกของจ้าวอู่เจียงทั้งชายร่างกำยำและสตรีชุดแดงต่างแค่นหัวเราะเยาะที่จ้าวอู่เจียงโง่เขลา ยามนี้พวกเขาได้ตั๋วเรือ จ้าวอู่เจียงต้องไม่มีทางรอดแน่ เพราะพวกเขาไม่มีทางปล่อยให้คนที่รู้เรื่องตั๋วเรือหนีรอดไปได้
ทว่าเมื่อได้ยินประโยคหลัง ทั้งสองก็ต่างชะงักเล็กน้อย จากน้ำเสียงที่พูดมา ชายตรงหน้าดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับท่านจาง
สำหรับยอดฝีมือระดับพวกเขา ตั๋วเรือของท่านจางนั้นหาได้ยากยิ่ง อีกทั้งแต่ละคนมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต ไม่มีทางที่จะมีตั๋วเรือมากกว่านั้น
ทว่าชายตรงหน้ากลับพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กล้าพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าจะขอจากท่านจาง ทำให้พวกเขาเกิดความหวาดระแวงขึ้นมาทันที
หากคนผู้นี้มิใช่คนเขลา เช่นนั้นต้องมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับท่านจางแน่นอน
ใช่แล้ว ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!
สตรีชุดแดงนึกถึงจุดนี้ขึ้นมาทันที คนที่อยู่ในขั้นมรรคาหนึ่ง จะมีตั๋วเรือของท่านจางได้อย่างไร
แม้แต่ผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นมรรคาสาม อย่างขั้นสามชาติ ยังยากที่จะได้รับความโปรดปรานจากท่านจาง และยากที่จะขอตั๋วเรือสักใบ
ทว่าผู้นี้ที่อยู่ในระดับเพียงขั้นมรรคาหนึ่งกลับมีตั๋วเรือได้ มันบ่งบอกถึงหลายสิ่งหลายอย่าง
สตรีชุดแดงรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ค่อย ๆ ย่างก้าวเข้ามาใกล้จ้าวอู่เจียง “เป็นเช่นนี้เถิด คุณชายน้อย หากท่านมอบตั๋วเรือให้ข้า ข้าจะปกป้องเจ้าจนกว่าเจ้าจะก้าวเข้าสู่ขั้นสามภพ”
ชายร่างกำยำหัวเราะเยาะก่อนอธิบาย “ตั๋วเรือของท่านจางผู้เป็นคนพายเรือ สามารถพาผู้คนข้ามผ่านเวลาได้มากที่สุดหนึ่งยุคสมัย”
“โดยทั่วไปผู้ที่ได้รับตั๋วเรือล้วนเป็นผู้ที่อยู่ในขั้นสามภพของมหามรรคาสามขั้น มันใช้เพื่อหลบหนีการล่มสลายของจักรวาล
ตามบันทึกแล้ว นี่คือยุคปัจจุบันเป็นยุคที่แปด จักรวาลล่มสลายไปแล้วเจ็ดหน และหนที่แปดกำลังจะมาถึง เพราะมีคนเห็นเงาร่างของท่านจางในจักรวาล
ท่านจางมักจะปรากฏตัวเฉพาะช่วงก่อนจักรวาลจะล่มสลาย เพื่อช่วยเหลือผู้แข็งแกร่งที่มีโอกาสก้าวไปถึงระดับเดียวกับท่าน วิธีช่วยเหลือก็คือการมอบตั๋วเรือ
ตั๋วเรือสามารถเดินทางไปยุคก่อนหน้าหรือยุคถัดไปก็ได้
แต่ส่วนใหญ่แล้วเกือบทั้งหมดจะเลือกไปยุคถัดไป มิมีผู้ใดอยากย้อนกลับไปยุคก่อนเพื่อหาความตาย
เจ้าหนู ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกเจ้า แต่ต่อให้วันนี้ข้าไม่มา วันหน้าเจ้าก็จะเจอคนอื่นอยู่ดี อย่างไรเจ้าก็ปกป้องตั๋วใบนี้ไว้ไม่ได้ สู้มอบให้ข้าวันนี้ดีกว่า ข้าจะให้คำมั่นสัญญากับเจ้า และชี้แนะวิชาให้เจ้าสักสองสามอย่าง ช่วยให้เจ้าบรรลุขั้นได้เร็วขึ้น
พึงรู้ไว้ หากดวงดาวที่ข้าอยู่หรือตระกูลใหญ่ในจักรวาลรู้ว่ามีโอกาสได้รับคำชี้แนะจากข้า พวกเขาต้องแย่งกันมาอย่างแน่นอน”
จ้าวอู่เจียงนิ่งเงียบ เพียงแค่ได้ฟังเรื่องราว เขาก็รู้ว่าตนเองไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของคนทั้งสองตรงหน้าได้อย่างแน่นอน
วรยุทธ์ของคนทั้งสองคงจะอยู่ในระดับสามภพแห่งมหามรรคาที่พวกเขากล่าวถึง เพียงแค่ได้ยินก็รู้ว่าเป็นผู้ที่อยู่ในระดับสูงสุด
หากเป็นในอดีต บางทีเขาอาจจะมอบมันให้พวกเขา แต่เมื่อเขาตัดสินใจที่จะร่วมเดินทางกับปวงประชาแล้ว เขาก็ไม่มีทางมอบตั๋วเรือให้พวกเขาเด็ดขาด
นี่คือตั๋วเรือที่เขาเตรียมไว้ให้ปวงประชา
ประโยชน์ของตั๋วเรือ เขาเคยได้ยินจางเจี่ยนเยวกล่าวถึง บัดนี้ได้รับคำอธิบายที่ละเอียดขึ้น ยิ่งเข้าใจถึงความสำคัญมากขึ้น
“ข้าขอคิดสักครู่” เขาพึมพำเบา ๆ ดวงตาฉายแววครุ่นคิด พร้อมกันนั้นก็เริ่มเดินกำลังภายใน เปิดใช้ตั๋วเรือ
ปีศาจในใจยังคงทำสีหน้าเย็นชา เขาได้รวบรวมสามจิต เจ็ดวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ไว้แล้ว และยังส่งมอบให้จ้าวอู่เจียงด้วยความสมัครใจ เพราะในยามนี้หากจะมีใครที่สามารถปกป้องจิ้งเอ๋อร์ได้ คงมิใช่เขาแน่นอน และมีเพียงจ้าวอู่เจียงเท่านั้น
ทั้งโลกสั่นสะเทือนเบา ๆ จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ นำก้อนน้ำที่ไหลเวียนอย่างไม่หยุดนิ่งและไร้รูปทรงออกมาจากร่างกาย
ชายร่างใหญ่ถือมีดสังหารหมูและสตรีชุดแดงต่างก็พลันเบิกตาวาววับ ลมหายใจของพวกเขาเริ่มถี่กระชั้นขึ้น