ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1536 สายธารแห่งกาลเวลา
บทที่ 1536 สายธารแห่งกาลเวลา
“มอบให้ข้าเถิด!”
ชายร่างกำยำพยายามข่มอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้ สตรีชุดแดงมองด้วยดวงตาเย้ายวนราวกับจะหยดน้ำออกมา
ตั๋วเรือของคนพายเรือข้ามฟากเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายแห่งความรอดชีวิต มิมีผู้ใดไม่อยากคว้าเอาไว้
“ข้าคือมวลชน และมวลชนก็คือข้า” จ้าวอู่เจียงยิ้มน้อย ๆ แล้วผลักตาเฒ่าสามเบา ๆ ทำให้ตาเฒ่าสามชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหายวับไป
ในเวลาเดียวกัน ลู่จ้งและเมิ่งอวี่ที่คอยมองอยู่แต่ไกล ก็รู้สึกว่าร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยสายน้ำอันนุ่มนวล ร่างกายราวกับกลายเป็นสายธารที่ไหลเรื่อยไปยังที่แห่งหนึ่ง
ทั่วทั้งใต้หล้า ผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังต่อสู้หรือสิ่งมีชีวิตที่หาที่หลบภัยได้แล้ว ต่างก็รู้สึกว่าตนเองกำลังไหลไป
ถูกต้อง นั่นคือการไหล
ความรู้สึกราวกับกำลังจะสลายไป ทว่าก็มิได้สูญสลายไป กลับกลายเป็นสายธารเล็ก ๆ ที่ไหลบ่าในแม่น้ำใหญ่ ผ่านขุนเขาและทะเลสาบในโลก ได้เห็นความรุ่งเรืองครั้งสุดท้ายของโลกใบนี้
ความรู้สึกเช่นนี้ จ้าวอู่เจียงเคยสัมผัสมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ราชวงค์ต้าเซี่ยล่มสลายและเขาสิ้นชีวิต
ตอนนี้เขาเป็นเหมือนยักษ์น้ำที่ค้ำฟ้า อาศัยพลังของตั๋วเรือ ทุ่มเทพละกำลังทั้งหมด
ทว่าครั้งนี้สิ่งที่เขาทุ่มเทไม่ใช่เพื่อตนเอง แลสิ่งที่ช่วยไว้ยิ่งไม่ใช่ชีวิตของตนเอง แต่เป็นสรรพชีวิตทั้งหมดในใต้หล้า
เหล่าสรรพชีวิตทั้งหลายที่เขารู้จักและไม่รู้จัก ต่างข้ามผ่านสายธารแห่งกาลเวลา มุ่งหน้าสู่ดาวดวงสีน้ำเงินในยุคสมัยถัดไป
นั่นคือสถานที่เดียวที่จ้าวอู่เจียงนึกถึงแล้วรู้สึกสบายใจ เพราะที่แห่งนั้นคือ ‘บ้านเกิดของเขา’
ในยามนี้
ลู่เสี่ยวจิ่นกับซูฮัวอีกำลังพักผ่อนหลังจากต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ส่วนหลี่ชานซีกำลังดูแลศิษย์ที่บาดเจ็บของสำนักเติมฟ้า
อินเถาเอ๋อร์ใบหน้าแดงเรื่อด้วยความอาย ขณะฟังชาวหมู่บ้านตระกูลจ้าวชมเชยนาง และชมว่าจ้าวอู่หยางหาสตรีที่ดีได้
ในกองกำลังน้อยใหญ่ที่ต่อสู้กับภัยพิบัติธรรมชาติและมนุษย์ มีกลุ่มอำนาจที่ชื่อว่าสำนักเทพปีศาจกำลังผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ยามนี้ชุยซู่จี่และชุยเฟิ่งอีสองพี่น้องได้ทิ้งความไร้เดียงสาไปแล้ว กลิ่นอายของพวกเขาเต็มไปด้วยความเป็นผู้ใหญ่ แบกธงใหญ่ของสำนักเทพปีศาจ
หลินเสี่ยวเค่อยังคงกำหนดแนวทางช่วยเหลือและอพยพสิ่งมีชีวิตที่ประสบภัย และวิญญาณที่แตกสลายในเมืองผียังคงล่องลอยอยู่
ณ หมู่บ้านสามัญที่ไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง หวังฟู่กุ้ยพาเด็ก ๆ ที่รอดชีวิตหลบมาที่แห่งนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ได้พักผ่อน
และในเมืองอีกแห่งหนึ่ง ซูเสี่ยวเหยากำลังเขียนบันทึกชีวิตประจำวันของสิ่งมีชีวิตภายใต้ภัยพิบัติธรรมชาติและมนุษย์อย่างเงียบ ๆ บางทีก็ราวกับว่านึกถึงใครบางคน ถึงได้ยิ้มสดใสขึ้นมาทันที
ที่ย่านเจียงตู่แห่งราชวงศ์เซียนต้าโจว จ้าวเนี่ยนเซี่ยร่ำไห้คร่ำครวญ มิอาจบอกได้ว่าเจ็บตรงไหนของร่างกาย ทำให้ตู๋กูหมิงเยว่ร้อนใจยิ่งนัก เซวียนหยวนจิ้งก็ออกไปแล้วยังมิกลับมา นางไปตามจ้าวอู่เจียงก็มิพบร่องรอย
จูกัดเสี่ยวไป๋ขังตัวเองอยู่ในความมืดมิด ดวงตาเลื่อนลอย ในสมองของเขามิอาจสลัดคำสัญญาตอนเด็กกับจูกัดเสี่ยวฮวาและอุดมการณ์ของเขาออกไปได้ การช่วยคนนั้นมิจำเป็นต้องใช้กระบี่ ยังมีวิธีอื่นอีกมากมาย ทว่าเขากลับหาวิธีเหล่านั้นไม่พบ
บรรดาผู้คนที่คุ้นเคยหรือไม่รู้จักจ้าวอู่เจียงต่างรู้สึกได้ในขณะนี้ พวกเขาต่างมองไปยังที่แห่งหนึ่งโดยมิได้นัดหมาย
เหล่าเพื่อนเก่าและญาติมิตรของจ้าวอู่เจียงพลันรู้สึกเศร้าโศกอย่างไม่ทราบสาเหตุ
พวกเขาล่องเรือข้ามสายธารแห่งกาลเวลา
ชายร่างกำยำและสตรีงามที่อยู่ตรงหน้าจ้าวอู่เจียงเห็นการกระทำของเขา แรกเริ่มพวกเขาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ตามมาด้วยความโกรธแค้นสุดขีด พลังบำเพ็ญอันมหาศาลถาโถมเข้ามาราวกับปกคลุมทั้งฟ้าและผืนดิน
“ไอ้หนุ่ม เจ้ากำลังหลอกพวกข้า!”
พวกเขาตกใจที่ตั๋วเรือของจ้าวอู่เจียงสามารถรับคนได้มากมายเพียงนี้ และโกรธที่พวกเขามิสามารถขึ้นเรือได้
“ทำลายคาถา!” ชายร่างกำยำตวาดลั่น ฟาดฝ่ามือใส่พื้นที่ว่างเปล่าตรงหนึ่ง
จ้าวอู่เจียงยิ้มที่หางตา ในช่วงเวลาสุดท้าย เขาโยนสามจิต เจ็ดวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์พร้อมร่างในโลงศพลงไปในสายธารแห่งกาลเวลา ส่วนตัวเขากับปีศาจในใจคอยขัดขวางชายร่างกำยำและสตรีรูปงาม
เขามิได้ถามปีศาจในใจว่าเต็มใจจะร่วมกันขัดขวางหรือไม่ เพราะเขารู้ว่าไม่ว่าอย่างไรมันต้องเต็มใจแน่นอน
นั่นเพราะเขารู้จักตนเองดีเกินไป ไม่ว่าเขาจะกลายเป็นอย่างไร เขาก็ยังรักจิ้งเอ๋อร์อยู่เสมอ
พลังปีศาจของปีศาจในใจพลุ่งพล่านถึงฟากนภา แม้จะสู้มิได้ แต่ก็ยังคงยืนขวางอยู่หน้าสายธารแห่งกาลเวลา
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะสนใจนางผู้นี้มากนะ!” สตรีรูปงามโกรธจนใบหน้างดงามบิดเบี้ยว
“เต๋าให้กำเนิดหนึ่ง หนึ่งให้กำเนิดสอง สองให้กำเนิดสาม สามให้กำเนิดสรรพสิ่ง สรรพสิ่งให้กำเนิดวิญญาณ ในบรรดานกร้อยชนิด หงส์แดงคือผู้อยู่จุดสูงสุด!”
“เอามา!”
ร่างเลือนรางของนกสีแดงตัวหนึ่งปรากฏขึ้นบนร่างของสตรีผู้นั้น หัวของมันจิกลงไปในสายธารแห่งกาลเวลา และคาบโลงโบราณที่บรรจุร่างของสามจิต เจ็ดวิญญาณออกมาโดยตรง