ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1564 โม่หลี
บทที่ 1564 โม่หลี
ในขณะที่จ้าวอู่เจียงกับโม่หรานหร่านกำลัง ‘สร้างบรรยากาศ’ กันอยู่ตามลำพัง ห้องจัดเลี้ยงก็เริ่มคึกคักขึ้นมาทันที
สาเหตุที่คึกคักเพราะตัวเอกของงานวันเกิดวันนี้ คุณหนูรองตระกูลโม่ โม่หลี ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
วันนี้โม่หลีสวมชุดโลลิต้าโทนสีดำเป็นหลักและสีเทาเป็นรอง สวมมงกุฎคริสตัลขับให้ใบหน้างดงามยิ่งเลอค่า เมื่อผสานกับบุคลิกที่แฝงความเศร้าโศก ทำให้เธอดูราวกับเจ้าหญิงที่ก้าวออกมาจากนิทาน
เมื่อเธอปรากฏตัว บรรดาคุณชายที่มาร่วมงานวันเกิดต่างตื่นเต้น และเมื่อเธอจับชายกระโปรงพลางยิ้มกล่าวขอบคุณ ทั้งงานก็ยิ่งคึกคักถึงขีดสุด
ส่วนเธอยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่เหลือบมองใครเป็นครั้งที่สอง ดังนั้นแม้เพียงสายตาที่ทอดผ่านเบา ๆ ของเธอก็ทำให้ชายหลายคนต้องจินตนาการไปไกล
“พวกนายเห็นไหม? คุณหนูโม่หลีเพิ่งมองฉันมา เธอมองฉัน!”
“คิดไปเองทั้งนั้น คุณหนูโม่หลีมองฉันต่างหาก!”
“เลิกเถียงกันได้แล้ว ฉันไม่เคยเห็นใครหน้าด้านเท่าพวกนายมาก่อน เทพธิดาโม่หลีมองมาที่ฉันชัด ๆ พวกนายหลงตัวเองไปได้อย่างไรกัน?”
“โม่หลีสวยเหมือนเทพธิดาจากสวรรค์ชั้นเก้า งามสง่าไร้ผู้เทียบ ที่เธอไม่มองพวกเราเป็นครั้งที่สอง ไม่ใช่เพราะเย็นชา แต่เพราะในฝูงชนมีฉันอยู่ เธอกลัวว่าถ้ามองครั้งแรกจะใจสั่น มองครั้งที่สองจะหวั่นไหว ทั้งหมดเป็นความผิดฉันเองที่มายืนปะปนกับพวกนาย ทำให้เธอเขินอายไม่กล้ามองมา กลัวว่าพวกนายจะรู้ถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อฉัน…”
“????”
“หึ! พวกประจบสอพลอ ไร้ยางอาย! นี่เป็นนิสัยปกติของคุณหนูโม่หลี พวกนายไม่รู้เหรอว่าเธอไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเป็นครั้งที่สอง!
อย่าว่าแต่พวกนายเลย แม้แต่ฉันซีเหมินฉางไห่ เธอก็จะไม่ทำลายหลักการของตัวเองแล้วมามองฉันเป็นครั้งที่สอง”
“ซีเหมินฉางไห่ นายไม่ใช่เหรอที่เป็นผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ของคุณหนูหรานหร่าน แล้วทำไมถึงมายุ่งกับโม่หลีของพวกฉันล่ะ ไอ้ผู้ชายหน้ามา!”
“ฉันซีเหมินฉางไห่ก็แค่รักใครก็รักไปถึงคนรอบข้างของคนนั้นด้วย อีกอย่างฉันก็มีจิตใจกว้างขวาง ไม่อยากให้พี่น้องทั้งสองต้องมาขัดแย้งกันเพราะฉัน…”
“บ้าเอ๊ย ซีเหมินฉางไห่ ตระกูลซีเหมินของพวกนายเป็นแบบนี้กันหมดรึไงวะ?”
“ไม่ใช่ ๆ รูปลักษณ์ของฉันก็แค่ธรรมดา ๆ ในตระกูลซีเหมินยังมีคนหล่อกว่าฉันอีกมาก”
“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว ฉันต่างหากคือสุนัขรับใช้ของโม่หลี”
“นายเป็นใครกัน?”
“หืม?”
“โอ้ นายเป็นใครเหรอ?”
“ฉันคือ อวี้เซี่ยวหู่ แห่งดาวเทียนหลาง”
“อ๊ะ… ตระกูลอวี้แห่งดาวเทียนหลาง?”
“คุณหนูอวี้มู่หว่านเป็นน้องสาวของนายเหรอ แล้วอวี้เถิงหลงเป็นน้องชายของนายด้วยไหม?”
“ถูกต้อง! มู่หว่านเป็นน้องสาวของฉันจริง ๆ…”
“ไสหัวไป เทพธิดาอวี้มู่หว่านจะเป็นน้องสาวนายได้อย่างไรกัน นายเคยส่องกระจกดูหน้าตัวเองดี ๆ หรือยัง หน้าบานขนาดนั้นไม่รู้ตัวบ้างเลยเหรอ?”
“ผู้ฝึกยุทธ์ย่อมมีกระดูกแข็งแรงเป็นเรื่องปกติ”
“ถ้านายเป็นคุณชายตระกูลอวี้จริง ยังต้องฝึกยุทธ์อีกเหรอ? แค่ใช้น้ำยาวิวัฒนาการก็สามารถทำให้นายก้าวขึ้นเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสูงได้แล้ว”
“ฮึ! ความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ของฉัน อวี้เซี่ยวหู่ จะให้พวกนายที่เป็นแค่นกกระจอกเข้าใจได้อย่างไรกัน? ผู้วิวัฒนาการหรือผู้ใช้กลไกจะมาเทียบกับวิชาโบราณที่ฉันฝึกฝนได้เหรอ?”
“น่าตลกชะมัด นายนอกจากพูดจาเหมือนคนโบราณแล้ว รูปร่างหน้าตาก็อธิบายได้ยาก แถมไม่มีกลิ่นอายความเป็นโบราณเลยสักนิด ถ้านายคืออวี้เซี่ยวหู่ ฉันหวังเจี้ยน จะยอมเขียนชื่อตัวเองกลับด้าน!”
“ฮึ! ฉันไม่อยากเสียเวลาพูดกับพวกนายหรอกนะ วันนี้ฉันมาร่วมงานวันเกิดของโม่หลี”
“นายไม่ใช่หมารับใช้ของคุณหนูโม่หลีแล้วเหรอ?”
“มันเป็นคำพูดที่แฝงไปด้วยความรัก พวกนายไม่มีทางเข้าใจหรอก”
“อย่าไปสนใจมันเลย ไอ้หน้าบานคนนี้เป็นโรคหมาเลียขาชัด ๆ”*[1]
ในขณะที่เหล่าคนหนุ่มผู้มีพรสวรรค์กำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น โม่หลีก็ได้นั่งลงบนที่นั่งประธานของวันนี้แล้ว
ที่นั่งประธานคือบัลลังก์ที่สร้างจากคริสตัล และยังอยู่สูงกว่าคนอื่นอื่นหนึ่งขั้นบันได
ข้างบัลลังก์มีโต๊ะหินทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดสามเมตร บนนั้นวางของขวัญที่เหล่าคนหนุ่มผู้มีพรสวรรค์นำมามอบให้จนเต็ม
ของขวัญเหล่านี้แทบทั้งหมดถูกบรรจุในกล่องกลไก ไม่อย่างนั้นเป็นบรรจุภัณฑ์ธรรมดา คงไม่มีที่พอในห้องจัดเลี้ยงทั้งห้อง
จ้าวอู่เจียงและโม่หรานหร่านที่กำลัง ‘สร้างบรรยากาศชวนฝัน’ อยู่ในห้องเล็กทางด้านซ้ายของห้องจัดเลี้ยง ก็ได้รับข่าวว่าโม่หลีได้ปรากฏตัวแล้ว และงานเลี้ยงกลางวันกำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ พวกเขาจึงกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้
[1] โรคหมาเลียขา เป็นคำแสลงในอินเทอร์เน็ตจีน หมายถึงคนที่คลั่งรักมากเกินไป