ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1565 สุขสันต์วันเกิด
บทที่ 1565 สุขสันต์วันเกิด
จ้าวอู่เจียงถือกล่องของขวัญที่ห่อแบบเรียบง่ายเดินไปพร้อมกับโม่หรานหร่าน
แท้จริงแล้วของขวัญวันเกิดที่จะมอบให้โม่หลีนั้น สามารถใส่ไว้ในกล่องกลไกได้เหมือนกับที่คุณชายคนอื่น ๆ ทำกัน แต่จ้าวอู่เจียงเสียดายกล่องกลไก ด้วยเพิ่งมาถึงที่นี่ไม่นาน จึงยังไม่ใช่คนรวยอะไรนัก เพราะอย่างนั้นอะไรที่ประหยัดได้ก็ควรประหยัด
อีกอย่างของขวัญที่เตรียมมาก็ไม่ได้มีค่าอะไร แค่น้ำยาวิวัฒนาการระดับสามสองขวดเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่รู้จักโม่หลีด้วยซ้ำ การทำอะไรใหญ่โตตั้งแต่แรกพบไม่ใช่สไตล์ของเขา
ใคร ๆ ก็รู้ว่า จ้าวอู่เจียงเป็นคนเก็บตัวเงียบ ๆ ไม่เคยอวดตัวโดยไม่จำเป็น
เมื่อเขาและโม่หรานหร่านเข้าไปในห้องโถงงานเลี้ยง เสียงอึกทึกก็ดังขึ้นทันที เขายกยิ้มน้อย ๆ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปแค่ไหน ที่ใดมีผู้คนที่นั่นก็ย่อมมีการต่อสู้แย่งชิง ต่างกันแค่เป็นการต่อสู้ใหญ่หรือเล็กเท่านั้น
ในห้องโถงมีหนุ่มสาวที่มีความสามารถหลากหลาย บ้างก็สนทนากัน บ้างก็โต้เถียง บางคนถึงกับพับแขนเสื้อหรือชักอาวุธออกมาเตรียมจะประลองกัน แต่สายตาส่วนใหญ่ล้วนจับจ้องไปที่หญิงสาวบนบัลลังก์คริสตัล
จ้าวอู่เจียงมองตามสายตาของคนเหล่านั้นไป
เพียงแวบเดียวดวงตาของเขาก็หยุดนิ่ง
รูปร่างหน้าตาและการแต่งกายของหญิงสาวถูกเขามองข้ามไป แต่ความเศร้าหมองและโศกเศร้าจาง ๆ บนใบหน้าของเธอกลับทำให้หัวใจเขาสั่นสะท้าน
เขาเคยเห็นความรู้สึกแบบนี้บนใบหน้าของฮ่องเต้ผู้นั้น นางยังคงติดตรึงอยู่ในความฝันของเขา
จิ้งเอ๋อร์มักจะแสดงความเศร้าโศกเสียใจอย่างเบาบางเมื่อเธอกังวลถึงความยากลำบากของต้าเซี่ยและประชาชน
หญิงสาวที่นั่งอยู่บนบัลลังก์คริสตัลในตอนนี้ ในสายตาของเขานั้น นางช่างดูคล้ายกับจิ้งเอ๋อร์เหลือเกิน
เขาสูดหายใจลึก ๆ ตัดสินใจที่จะสำรวจให้ใกล้ชิดมากขึ้น สัญชาตญาณบอกเขาว่าหากการคาดเดาของเขาไม่ผิด ในร่างของโม่หลี ตัวเอกของงานวันเกิดในวันนี้ จะต้องมีวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์อยู่แน่นอน
แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงความตื่นเต้นมากเกินไป เพราะตอนนี้มีคนมากมายต่างจับตามองเธอ ฉะนั้นเขาต้องระมัดระวังไว้ก่อน
โม่หรานหร่านที่อยู่ใกล้จ้าวอู่เจียงมากที่สุดมีความรู้สึกไวต่อสิ่งรอบตัว เธอมองมาแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ คิดเพียงว่าโม่หลีวันนี้งดงามเกินไป ผู้ชายคนไหนก็คงอดใจไม่ได้ที่จะมองสักหน่อย
จ้าวอู่เจียงเดินเคียงข้างโม่หรานหร่าน คุณชายหลายคนมองด้วยสายตาเย็นชาและเยาะเย้ย ส่วนใหญ่พูดว่าจ้าวเจียงมีดีอะไรถึงได้เดินใกล้ชิดคุณหนูหรานหร่านนัก นักล่ารางวัลที่อาศัยผู้หญิงเลี้ยงดู ช่างหลงตัวเอง หรือกระทั่งไม่รู้จักฐานะตัวเองเสียจริง ทั้งหมดล้วนเป็นคำพูดทำนองนี้
เมื่อจ้าวอู่เจียงค่อย ๆ เข้าใกล้โม่หลี เธอก็ดูจะรู้สึกได้ ดวงตางามค่อย ๆ มองมา
เพียงแค่สบตากันคราเดียว ดวงตาของเธอก็สั่นไหว
เธอจำชายหนุ่มที่เดินอยู่กับพี่หรานหร่านได้ เขาคือจ้าวเจียง อดีตคนรักของหม่าซูเยี่ยน เธอเคยพบเขามาก่อน
แต่ไม่รู้ว่าทำไม วันนี้เธอกลับรู้สึกคุ้นเคยกับจ้าวเจียงอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกนี้แรงกว่าเมื่อคืนที่ได้เห็นซีเหมินฉางชิ่งนักแสดงบนจอใหญ่เสียอีก
เมื่อจ้าวเจียงค่อย ๆ เข้ามาใกล้ เธอถึงกับรู้สึกถึงความสนิทสนมที่อธิบายไม่ได้แล่นเข้าสู่หัวใจ เธออยากจะสัมผัสจ้าวเจียง จึงพูดเบา ๆ ว่า “นี่ คุณสบายดีไหม”
หน้ากากอิเล็กทรอนิกส์บนใบหน้าของจ้าวอู่เจียงแสดงรอยยิ้ม แต่ดวงตาบนใบหน้าจริงของเขากลับอ่อนโยนและลึกซึ้ง
เมื่อเข้าใกล้ เขาก็แน่ใจแล้วว่าในร่างของโม่หลีมีเศษเสี้ยววิญญาณของจิ้งเอ๋อร์อยู่จริง
ดวงวิญญาณนี้ทำให้หัวใจที่ไม่เคยผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ดาวโม่พังทลายลงราวกับคลื่นน้ำ เขาเพียงอยากก้าวเดินไปข้างหน้า เอ่ยคำพูดที่ผู้พเนจรปรารถนาจะกล่าวเพียงประโยคเดียวว่า ‘ข้ากลับมาแล้ว’
ที่ใดที่ทำให้ใจสงบ ที่นั่นคือบ้านเกิด จิ้งเอ๋อร์ทำให้ใจเขาสงบ ที่นี่จึงเป็นดั่งท่าเรือพักพิง
แต่สติยังคงผูกมัดเขาไว้ ทำให้เขารู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
เขามีวรยุทธ์ขั้นมหามรรคาระดับหนึ่ง แต่ดาวโม่นี้เป็นอารยธรรมระดับสี่ เขาไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะเอาชนะเทคโนโลยีของดาวโม่ และพาดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ไปได้อย่างปลอดภัย
หากเป็นเขาเพียงผู้เดียว เขาก็อาจพลิกทั้งดาวนี้ให้พินาศ แล้วหนีเตลิดไปให้ไกล แต่ที่นี่มีดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์
เขายอมบาดเจ็บได้ แต่จะทนเห็นดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์บาดเจ็บได้อย่างไร?
บัดนี้เขาต้องใจเย็นและมีสติอยู่เสมอ ทำความเข้าใจเรื่องราวให้ชัดเจน แล้วตัดสินใจอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด เพื่อพาดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์กลับไปอย่างปลอดภัย
เขาและโม่หรานหร่านค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ โม่หลีเรียกพี่สาวหรานหร่าน พี่น้องทั้งสองรีบเข้าหากัน ส่วนเขาค่อย ๆ ยื่นของขวัญที่ห่อแบบเรียบง่ายในมือออกไป
“สุขสันต์วันเกิด”
‘จิ้งเอ๋อร์…’ เขาเอ่ยในใจ ซึ่งหัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด