ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1569 ดูให้ดี เรียนรู้ให้ดี
บทที่ 1569 ดูให้ดี เรียนรู้ให้ดี
จ้าวอู่เจียงได้ยินเสียงเยาะเย้ยถากถางและน้ำเสียงประชดประชัน แต่กลับไม่รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกเหมือนพ่อที่เสียดายที่ลูกไม่เป็นอย่างที่หวัง
เขาคิดว่าผู้ชายหลายคนเข้าใจผิดว่าการมอบของให้ผู้หญิงนั้น ยิ่งมีค่ามากยิ่งดี
อะไรเล่าคือสิ่งมีค่า?
นอกจากมูลค่าของตัวสิ่งของแล้ว คุณค่าทางจิตใจที่มันมอบให้ก็เป็นสิ่งล้ำค่าเช่นกัน
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ยกเว้นเขา ล้วนมาจากตระกูลใหญ่ เป็นคุณชายคุณหนูจากครอบครัวร่ำรวย ดังนั้นมูลค่าของของขวัญจึงถูกลดทอนความสำคัญลง แต่คุณค่าทางจิตใจของของขวัญกลับถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ มีใครบ้างที่ขาดของขวัญสักชิ้นสองชิ้น? แต่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างหวังให้แสงสปอตไลต์สองดวงบนใบหน้าของทุกคนส่องมาที่ตัวเอง
จ้าวอู่เจียงยิ้มน้อย ๆ ดูสบาย ๆ ผ่อนคลายมากขึ้น ดวงตาฉายแววดูแคลนจากที่สูง ราวกับกำลังพูดว่า น้อง ๆ ทั้งหลาย ดูให้ดี เรียนรู้ให้ดี
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เอ่ยปาก
“ถูกต้อง น้ำยาวิวัฒนาการระดับสามสองขวดนี้ ในสายตาผมถือเป็นของมีค่า พวกคุณสามารถหยิบมันออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่ผมทำไม่ได้จริง ๆ”
ทุกคนพลันชะงักไป พวกเขาไม่คิดว่าจ้าวอู่เจียงจะยอมรับจุดนี้ด้วยตัวเอง หรือว่าเขากำลังยอมรับการกระทำตลก ๆ ของตัวเอง?
นิ้วเรียวงามของโม่หลีหยิบกระดาษห่อของที่เรียบง่ายขึ้นมา แล้วมองน้ำยาวิวัฒนาการสองขวดอย่างครุ่นคิด
จ้าวอู่เจียงพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งแต่แฝงความเศร้าอาดูร ไร้ซึ่งความยโสโอหังหรือต่ำต้อย
“ตอนนี้ผมเป็นแค่นักล่าค่าหัวตัวเล็ก ๆ เพื่อให้ได้น้ำยาวิวัฒนาการระดับสามสองขวดนี้มา ผมถึงกับต้องเสี่ยงชีวิตเข้าแลก
ผมต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่พวกคุณอาจไม่มีวันได้พบเจอในชีวิต ต่อสู้ท่ามกลางคมดาบและแสงกระสุน ถึงแม้สุดท้ายจะบาดเจ็บทั้งตัว บางครั้งก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย อย่าว่าแต่จะได้น้ำยาวิวัฒนาการสักขวด
อีกอย่างตัวผมเองก็เป็นผู้วิวัฒนาการ ต้องการน้ำยาวิวัฒนาการจำนวนมากเพื่อเพิ่มพลัง ดังนั้นที่พวกคุณพูดก็ถูก น้ำยาวิวัฒนาการระดับสามสองขวดนี้ สำหรับผมแล้วมันมีค่ามากจริง ๆ
แต่วันนี้เป็นงานวันเกิดของโม่หลี ผมยินดีมอบสิ่งที่ผมถือว่ามีค่าที่สุดเป็นของขวัญให้เธอ
เช่นนั้นแล้วมันน่าหัวเราะตรงไหนเหรอ?
สิ่งที่ผมมอบให้คือครึ่งหนึ่งของทุกสิ่งที่ผมมี ส่วนสิ่งที่พวกคุณมอบให้ ก็อย่างที่พวกคุณพูดเอง แค่ยื่นมือก็หยิบมาได้
แล้วของใครมีค่ากว่ากันนั้น ยังต้องตัดสินอีกเหรอ?”
โม่หรานหร่านที่ได้ฟังก็ตะลึง ถึงขั้นรู้สึกหึงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
บรรดาผู้หญิงข้างกายโม่หลีต่างมองจ้าวเจียงด้วยความประหลาดใจ และพินิจพิเคราะห์ชายหนุ่มด้วยความสนใจ
โม่หลีที่รู้สึกคุ้นเคยและสนิทใจกับจ้าวเจียงในวันนี้อยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยจริงใจเช่นนี้ หัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวให้ผู้ชายคนไหนมาก่อนก็พลันสั่นไหวขึ้นมา
ซีเหมินฉางไห่เห็นสีหน้าของเหล่าผู้หญิง หัวใจก็กระตุกวูบ เขาไม่คิดจริง ๆ ว่าจ้าวเจียงจะเฉียบคมถึงขนาดนี้ ถึงกับสามารถพูดคำที่ทำให้ผู้อ่อนแอเอาชนะผู้แข็งแกร่งได้ แม้จะอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบ
เขาแค่นเสียงเย็นชา
“ฮึ พูดมาตั้งนาน สุดท้ายก็แค่คนจนไม่ใช่เหรอ?
“ทั้งหมดที่นายมี ก็ยังไม่เท่ากับที่พวกฉันหยิบยื่นให้ง่าย ๆ ไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่แล้ว นายก็แค่หมาเลียขาที่คิดไปเองเท่านั้น” มีคนเห็นด้วย
“ต่อให้ชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดอย่างไร ของถูกก็คือของถูกวันยังค่ำ”
จ้าวอู่เจียงยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ใส่ใจให้กับคนที่ยังไม่เข้าใจ
ความล้ำค่าของสิ่งของนั้นอยู่ที่ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ผู้อื่นต้องการหรือไม่
คนที่กำลังจะตายเพราะขาดน้ำในทะเลทราย ระหว่างน้ำหนึ่งขวดกับเงินหนึ่งหีบ อะไรล้ำค่ากว่ากัน?
คนที่เติบโตมาในครอบครัวร่ำรวย คนที่ไม่ขาดแคลนวัตถุ พวกเขาให้ความสำคัญกับวัตถุหรือความรู้สึกมากกว่ากัน?
การมอบสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ขาดแคลน จะแสดงถึงความล้ำค่าได้อย่างไร?
เหตุใดคุณชายจากตระกูลร่ำรวยมากมายถึงชอบเล่นของแปลกประหลาด? เพราะสิ่งเหล่านั้นมอบคุณค่าทางจิตใจให้พวกเขาอย่างไรเล่า
เหตุใดในนิยายมากมาย คุณหนูตระกูลร่ำรวยถึงตกหลุมรักบัณฑิตยากจน
หรือเหตุใดคุณชายถึงตกหลุมรักสาวยากจนที่ไร้เดียงสา?
มันเป็นเพียงความเพ้อฝันของคนจนจริง ๆ หรือ?
ไม่มีใครเคยคิดบ้างหรือว่า เหตุใดธิดาตระกูลร่ำรวยถึงหลงรักบัณฑิตยากจน เพราะเขามีบางสิ่งที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งบุคลิก และความรู้สึก และเหตุใดคุณชายตระกูลมั่งคั่งถึงหลงรักผู้หญิงที่มีคุณสมบัติอันดีงาม ซึ่งหาได้ยากในยุคที่เงินตรามีอิทธิพลเช่นนี้
นั่นเพราะความล้ำค่านั้นเกิดจากความต้องการและความหายาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสิ่งของ
นี่คือความรู้สำคัญในเรื่องของมนุษยสัมพันธ์ ทว่าคนส่วนใหญ่มักมองข้ามและใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองในการมองมัน
ดังนั้นเมื่อของขวัญธรรมดา ๆ ชิ้นนี้ถูกเปิดออก และจ้าวอู่เจียงแสดงความรู้สึกจริงใจเช่นนั้น บรรดาเพื่อนสาวรอบตัวของโม่หลีต่างเกิดความรู้สึกอิจฉาริษยาโดยไม่รู้ตัว
พวกเธอเคยเห็นของล้ำค่ามามากมาย แต่ในตอนนี้พวกเธอกลับอิจฉาที่โม่หลีได้รับความรู้สึกจริงใจที่พวกเธอไม่เคยพบเจอมาก่อนจากชายหนุ่มคนใด รวมถึงของขวัญที่มีความหมายอันลึกซึ้งและยิ่งใหญ่แบบนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโม่หลีมีสิ่งที่พวกเธอไม่มี ความรู้สึกริษยาเหล่านี้ยิ่งทวีคูณ
พวกเธอเริ่มเอ่ยปากแก้ต่างให้กับจ้าวเจียง และโต้เถียงกับซีเหมินฉางไห่ และคนอื่น ๆ ที่เยาะเย้ยเขา
และทั้งหมดนี้ จ้าวอู่เจียงเพียงมองดูอย่างเฉยเมย เพราะปฏิกิริยาของทุกคนล้วนอยู่ในการคาดการณ์ของเขา