ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1568 มองข้ามคำเยาะเย้ย
บทที่ 1568 มองข้ามคำเยาะเย้ย
“ถึงเวลาแกะของขวัญแล้วเหรอ?”
กลุ่มสาวสวยทยอยออกมาจากห้องเล็กด้านหลังห้องจัดเลี้ยง ทำให้บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงคึกคักขึ้นไปอีก
ผู้หญิงเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับสองคุณหนูตระกูลโม่ แต่ก่อนหน้านี้เหล่าคุณชายกำลังสนทนากันอยู่ในห้องจัดเลี้ยง ส่วนกลุ่มผู้หญิงอยู่ด้านหลังพูดคุยเรื่องส่วนตัว
เหล่าผู้หญิงรวมตัวกันรอบโม่หลีและโม่หรานหร่าน ความสวยของพวกเธอแข่งขันกันเบ่งบาน ดึงดูดสายตาของบรรดาชายหนุ่มอยู่บ่อยครั้ง
“ถูกต้องแล้วพี่สาวทั้งหลาย ตอนนี้ถึงเวลาแกะของขวัญแล้ว” ซีเหมินฉางไห่ที่อยู่ในกลุ่มคนก้าวออกมา เขาสวมชุดคลุมยาว มือถือพัดพับ รอยยิ้มของเขาดูเหมือนคุณชายผู้สง่างาม
“อ้อ นี่ไม่ใช่ซีเหมินฉางไห่ น้องชายของซีเหมินฉางชิ่งหรอกเหรอ ทำไมพี่ชายนายไม่มาด้วยกันล่ะ?” ผู้หญิงข้างโม่หลีถามด้วยดวงตาเป็นประกาย
ซีเหมินฉางไห่ยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ช่วงนี้พี่ชายตารางงานแน่นมาก เขาอยากมาแต่ผู้จัดการไม่อนุญาต เช่นนั้นแล้วก็ทำอะไรไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นตอนนายกลับไปอย่าลืมขอโปสเตอร์ที่มีลายเซ็นให้ฉันด้วยนะ ซีเหมินฉางชิ่งเป็นไอดอลของน้องสาวฉันหลายคนเลยล่ะ”
“แน่นอน!” ซีเหมินฉางไห่โบกมือซ้าย เผยให้เห็นสายรัดข้อมืออิเล็กทรอนิกส์ แสดงท่าทางจริงจังบันทึกคำสั่งของผู้หญิงผู้นั้นลงในสายรัดข้อมือ
สายรัดข้อมือนี้เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้กันทั่วไปในอาณาเขตพันดารา
“พี่สาวทั้งหลาย คุณหนูโม่หลี ถึงเวลาแกะของขวัญแล้ว พวกคุณลองทายดูสิว่าวันนี้พวกผมเตรียมของขวัญอะไรมาให้คุณหนูโม่หลี?”
ซีเหมินฉางไห่มองไปยังเหล่าผู้หญิงด้วยรอยยิ้ม สายตาของเขาเหลือบมองไปที่จ้าวอู่เจียงอย่างแนบเนียน แล้วกล่าวว่า
“ถ้างั้น เมื่อคุณหนูโม่หลีได้รับของขวัญจากจ้าวเจียงไว้ในมือแล้ว ทำไมไม่เปิดของขวัญจากจ้าวเจียงก่อนล่ะ จะได้ให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาเตรียมของขวัญอะไรมา ถึงได้รับเกียรติให้คุณหนูโม่หลีรับด้วยตัวเอง”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นหลายคนก็เข้าใจความหมายของซีเหมินฉางไห่ทันที เห็นได้ชัดว่าบรรดาชายหนุ่มหลายคนไม่ชอบจ้าวเจียง พวกเขามองว่าจ้าวเจียงเป็นคู่แข่งในความรัก อีกทั้งยังเป็นคู่แข่งที่ไร้ยางอายที่จีบสาวหลายคนพร้อมกันและไม่คู่ควรจะเป็นคู่แข่งกับพวกเขา
เพื่อจัดการกับคู่แข่งคนนี้ ซีเหมินฉางไห่จึงเป็นผู้นำในการเหยียบย่ำจ้าวเจียงก่อน
‘ไม่ใช่ว่าต้องมอบของขวัญด้วยตนเองหรอกหรือ?’
‘ให้พวกเราดูกันว่าของขวัญของจ้าวเจียงคืออะไรกัน จะคู่ควรกับของที่พวกเราตั้งใจเตรียมมาหรือไม่ นี่มันเรื่องอันใดกัน?’
จ้าวอู่เจียงยังคงรักษาสีหน้าไว้เหมือนเดิม สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ เขาเห็นมามากแล้ว เหล่าคนหนุ่มที่อ้างว่าเป็นบัณฑิตตรงหน้านี้ ในสายตาเขากลับดูเหมือนเจ้าตัวตลกตัวน้อย เขามีท่าทีให้อภัยเหมือนผู้อาวุโสที่มองดูคนรุ่นหลังที่ยังไม่รู้ประสีประสา
อีกอย่างถึงของขวัญของเขาจะสู้ของคนอื่นไม่ได้ คนที่เสียหน้าก็คือจ้าวเจียง จะเกี่ยวอะไรกับเขาจ้าวอู่เจียง
โม่หรานหร่านขมวดคิ้วเล็กน้อย บุคลิกอันเศร้าสร้อยของโม่หลีทำให้เธอดูน่าสงสารมากขึ้น เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน พยักหน้า แล้วเริ่มแกะของขวัญที่ห่อไว้อย่างเรียบง่าย
ไม่นานน้ำยาวิวัฒนาการสองขวดที่บรรจุในขวดแก้วเก่า ๆ ก็ปรากฏต่อสายตาทุกคน
โม่หรานหร่านชะงัก ส่วนผู้หญิงที่อยู่ข้างกายโม่หลีต่างก็ประหลาดใจ นึกแอบอยากหัวเราะ แต่ก็กลั้นเอาไว้ได้
ส่วนบรรดาคนหนุ่มนำโดยซีเหมินฉางไห่ต่างหัวเราะเยาะออกมาทันที
“ไม่จริงใช่ไหม? จ้าวเจียง วันนี้เป็นงานวันเกิดครบสิบเจ็ดปีของคุณหนูโม่หลี แต่นายกลับมอบน้ำยาวิวัฒนาการระดับสามแค่สองขวดให้เธอเหรอ?”
“ฮึ แน่นอนอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ฉันยังคาดหวังว่าน้องชายจ้าวเจียงจะส่งของขวัญที่น่าตื่นตาตื่นใจมาให้ ไม่นึกว่าจะเป็นน้ำยาวิวัฒนาการ?”
“หรือว่าน้องชายจ้าวเจียงใช้ชีวิตอยู่อย่างมืดบอดมาตลอด ไม่รู้เหรอว่าตระกูลโม่นั้นร่ำรวยมาจากการค้ารูหนอนและน้ำยาวิวัฒนาการน่ะ?”
“นายคิดว่า คุณหนูโม่หลีจะขาดแคลนน้ำยาวิวัฒนาการสองขวดของนายเหรอ?”
“แถมยังเป็นแค่ระดับสาม ขวดน้ำยาก็ยังไม่เช็ดให้สะอาดเลยด้วยซ้ำ ดูสิ ยังสกปรกอยู่เลย”
“น้องชายจ้าวเจียง นายนี่ไม่ได้ตั้งใจเลือกจริงเลย…”
“ให้แบบขอไปทีชะมัด ไม่นึกว่าของขวัญวันเกิดที่คุณหนูโม่หลีรับด้วยตัวเอง จะเป็นของที่ส่งมาขอไปทีแบบนี้ ฉันรู้สึกเสียความรู้สึกแทนคุณหนูโม่หลีจริง ๆ”
“พวกนายอย่าหัวเราะเลย ฉันต้องพูดแก้ต่างให้จ้าวเจียงหน่อยแล้ว จ้าวเจียงมีฐานะอะไร? พวกเรามีฐานะอะไร? ที่เขาหยิบยื่นน้ำยาวิวัฒนาการระดับสามสองขวดมาให้ ก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว พวกนายคิดว่าจ้าวเจียงจะเหมือนพวกเราเหรอ ที่สามารถหยิบของที่เขาคิดว่ามีค่าแบบนี้ออกมาได้อย่างง่ายดาย?”
“ฮ่า ๆ ๆ ฉันก็บอกแล้วไง จ้าวเจียงก็แค่ตัวตลกเท่านั้นแหละ!”