ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1583 วางกับดักนักสืบ
บทที่ 1583 วางกับดักนักสืบ
อวี้มู่หว่านจ้องมองจ้าวอู่เจียงเขม็ง เครื่องจับเท็จขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในมือเรียวงามของเธอไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด
“ฉันคงจะคิดมากเกินไป” อวี้มู่หว่านนึกในใจว่าตนเองคิดมากเกินไปก็รู้สึกขอโทษ จากที่ได้ทราบจากโม่หลีว่าในงานวันเกิด จ้าวเจียงได้เอาตัวไปขวางระเบิดเพียงลำพัง เพื่อปกป้องโม่หลีและเหล่าเพื่อนสาวทั้งหลาย จนแขนขวาของเขาต้องขาดเพราะถูกระเบิด
คนแบบนี้ยากที่จะโยงความเกี่ยวข้องกับฆาตกรโหดเหี้ยมที่ฆ่าคนชราและผู้หญิงในสถานสงเคราะห์
อีกทั้งเธอก็ไม่พบเงาร่างที่คล้ายกับจ้าวเจียงในบริเวณสถานสงเคราะห์เทียนคงชิงหลางตอนที่สังเกตภาพจากกล้องวงจรปิด เพียงแต่เวลาที่จ้าวเจียงการปรากฏตัวที่ดาวเสี่ยวชางอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุพอดี จึงทำให้เธอเกิดความสงสัยขึ้นมา
“ฮ่า ๆ น้องชายจ้าวเจียง นายอย่าถือสาเธอเลย”
อวี้เซี่ยวหู่หัวเราะ ด้วยจ้าวเจียงเป็นนักล่าเงินรางวัล การปรากฏตัวที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และหากจ้าวเจียงเป็นผู้ฆาตรกรจริง เขาคงไม่สามารถยืนคุยกับพวกเขาได้อย่างไม่สะทกสะท้านและไม่มีพิรุธเช่นนี้
‘ต้องเป็นฆาตกรที่วิปริตและมีจิตใจเข้มแข็งระดับไหนถึงจะกล้าทำเช่นนี้?’
อวี้เซี่ยวหู่อธิบายพลางหัวเราะ
“น้องสาวของฉันคนนี้น่ะ ปกติชอบอ่านเรื่องลึกลับสืบสวนสอบสวน โดยเฉพาะเรื่องของคุณย่าอะไรสักอย่าง กับรัมโป… เอาเป็นว่าเป็นพวกนักสืบสวนทั้งหลายนั่นแหละ เธอชอบจินตนาการว่าตัวเองเป็นไข่ตุ๋น… ฮ่า ๆ ๆ”
“คืออกาธา คริสตี และ เอโดงาวะ รัมโปต่างหาก” อวี้มู่หว่านแก้คำพูด
“แล้วก็ไม่ใช่ไข่ตุ๋น แต่เป็นนักสืบ!”
“อ๋อ ใช่ ๆ นั่นแหละ ไข่ตุ๋น” อวี้เซี่ยวหู่พยักหน้า เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ฟังที่เธอพูดเลย
อวี้มู่หว่านแค่นเสียงฮึ แล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง “ช่างเป็นคนหยาบช้าจริง ๆ…”
เห็นได้ชัดว่าภาพที่เห็นนี้ได้เผยความจริงของเธอออกมา ที่แท้เธอก็ไม่ใช่สาวน้อยเย็นชาที่มีไอคิวสูงอะไร แต่เป็นเพียงสาวน้อยซุกซนที่ชอบจินตนาการไปเรื่อย
ภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบและลึกลับของเธอถูกพี่ชายผู้น่ารังเกียจทำลายลงจนหมดสิ้น!
จ้าวอู่เจียงนึกถึงทำนองเพลงประกอบของเครื่องซักผ้าถังหมุน (คุโด้ ชินอิจิ)*[1] ในหัวขึ้นมาทันที เมื่อคิดถึงกบจอมเจ้าเล่ห์ที่คอยลูบท้องอยู่ตลอด เขากระแอมเบา ๆ แล้วยิ้มบาง ๆ พลางกล่าวว่า
“การตั้งสมมติฐานอย่างกล้าหาญแต่พิสูจน์อย่างระมัดระวัง ข้อสงสัยของคุณหนูอวี้มู่หว่านนั้นสมเหตุสมผล ไม่มีอะไรผิดแปลกเลย”
อวี้มู่หว่านหมุนดวงตามองชายสวมหน้ากากที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนอย่างลึกซึ้ง
จ้าวอู่เจียงพูดอย่างจริงจังว่า “พอดีผมจะเดินทางไปดาวเสี่ยวชาง เรื่องนี้ถ้าผมมีเวลา ผมจะต้องสืบให้กระจ่าง จะไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวลเด็ดขาด”
คำพูดนี้มีจุดประสงค์ทั้งพูดให้อวี้มู่หว่านฟัง และพูดให้ซีเหมินฉางไห่ฟังด้วย
พูดให้ซีเหมินฉางไห่ฟังเพื่อปลอบประโลมจิตใจของเขา
แต่พูดให้อวี้มู่หว่านฟังนั้น เป็นอุบายของจ้าวอู่เจียง
ไม่ใช่ว่าเขาต้องการเกี้ยวพาราสีอวี้มู่หว่าน แต่เพราะเขาได้วางทางหนีทีไล่อย่างแยบยลไว้ให้ตนแล้ว
ตอนนี้เขาแทบจะยืนยันได้ว่า จ้าวเจียงที่เขาแอบอ้างชื่อมานั้นคือฆาตกรตัวจริง
แต่จ้าวอู่เจียงต่างหากที่ถูกใส่ร้าย และอีกอย่างการใช้ชื่อของจ้าวเจียงมาแอบอ้างเช่นนี้ ในอนาคตเขาจะต้องถูกกล่าวหาแน่นอน ดังนั้นเขาจึงลอบปล่อยหมากตัวหนึ่งไว้ในใจของอวี้มู่หว่าน
การปล่อยหมากตัวเดียว ง่ายดายเพียงแค่คำพูดประโยคเดียว
แต่สิ่งที่จ้าวอู่เจียงไม่รู้ก็คือการวางแผนป้องกันตัวตามความเคยชินของเขานี้ เป็นอีกครั้งที่เขาได้ละเมิดข้อห้ามที่เคยเข้าใจมาก่อน
อย่าคำนวณจิตใจผู้อื่น! โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคำนวณจิตใจของคนดี
‘วู้ว…’
‘ปึ๊ก!’
ยานอวกาศผ่านจุดกระโดดข้ามอวกาศ
จ้าวอู่เจียงมองผ่านหน้าต่างยาน ท้องฟ้าที่เห็นเปลี่ยนไปในทันที
ส่วนระยะทางระหว่างเขากับซีเหมินฉางไห่ห่างจากดาวโม่เท่าไรนั้น ในใจเขาก็ไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด รู้เพียงแค่ไกลมาก
ตอนนี้เขายังไม่ได้เรียนรู้วิธีขับยานอวกาศ ไม่สามารถควบคุมสัตว์ร้ายเหล็กกล้าในห้วงอวกาศนี้ได้ และยิ่งระยะทาง เส้นทางการเดินทาง อะไรพวกนี้ยิ่งไม่รู้เรื่องเลย
ตอนอยู่ที่หัวเซี่ย เขาเคยทั้งขี่จักรยาน ขี่ลา ซิ่งมอเตอร์ไซค์ และยังเคยขับรถลิ่วหลิงหงกวง*[2] พิชิตเขาอากินะ*[3] ยิ่งไปกว่านั้นด้วยโชคชะตาบังเอิญ เขาเคยเรียนการบินเครื่องบินผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วย
แต่มาถึงตอนนี้ยอดฝีมือโบราณหาได้ยาก ในขณะที่อาณาเขตพันดารา M77 มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าหัวเซี่ยไปมาก เขาถึงได้พบว่าตนเป็นเหมือนไอ้บ้านนอกที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับยานเดินอวกาศเลยแม้แต่น้อย
ซีเหมินฉางไห่ที่บาดแผลปริแยกเพราะก่อนหน้านี้อารมณ์พลุ่งพล่านเกินไป ผ้าพันแผลเปื้อนเลือดไปหมด ตอนนี้เขาถูกพันจนดูเหมือนผลมะเขือเทศ ทำให้อารมณ์หดหู่ขณะควบคุมยานอวกาศบินผ่านห้วงอวกาศอันไร้ขอบเขต
“คุณผูกพันกับสถานสงเคราะห์เทียนคงชิงหลางที่เกิดเหตุมากเหรอ?” จ้าวอู่เจียงอยากสืบข่าวให้มากกว่านี้
ซีเหมินฉางไห่กะพริบตาถี่ ๆ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เพราะเขาไม่อยากให้ตัวเองดูอ่อนแอ
“ผมกับพี่ชายเติบโตมาจากสถานสงเคราะห์เทียนคงชิงหลาง กระทั่งพี่ชายบรรลุนิติภาวะ เขาเลยพาผมออกมาผจญภัย…”
[1] เพลงประกอบของเครื่องซักผ้าถังหมุน (คุโด้ ชินอิจิ) เป็นมุกล้อเลียน เพราะชื่อจีนของคุโด้ ชินอิจิในภาษาจีน (工藤新 – Gōngténg Xīny) พ้องเสียงกับคำว่าเครื่องซักผ้าถังหมุน (滚筒洗衣机 – gǔntǒng xǐyījī)
[2] รถลิ่วหลิงหงกวง เป็นการล้อเลียนชื่อรถอู่หลิงหงกวงในประเทศจีน
[3] เขาอากินะ หมายถึงเขาอากินะในมังงะเรื่อง Initial D ซึ่งหมายถึงยอดเขาฮารูนะประเทศญี่ปุ่นอีกที