ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1599 น่ารังเกียจจริง ๆ
บทที่ 1599 น่ารังเกียจจริง ๆ
เมื่อจ้าวอู่เจียงเอ่ยประโยคนี้ออกมา ผู้คนมากมายต่างตะลึง บางคนรีบหัวเราะเยาะ
“น้องชาย นายก็เข้ามาพร้อมกับพวกเราด้วยกัน นายก็ไปนวดเหมือนกันแท้ ๆ
พวกเราที่นวดเท้า… ถึงแม้พวกเราจะทำการค้าประเวณี พวกเราผิดกฎหมาย แต่ทำไมถึงจับกุมแค่พวกเราล่ะ? พวกที่มีกระแสพลังล้นฟ้า คนที่มีเมียที่สามที่สี่ก็มีมากมาย พวกเขาไม่ผิดกฎหมายเหรอ ทำไมไม่จับพวกเขาล่ะ?
แม้จะมีการปราบปรามอาชญากรรม แต่อาชญากรรมมากมายขนาดนั้น ก็ยังมีคนที่ทำตัวเป็นใหญ่ครอบงำทุกอย่างตามปกติไม่ใช่เหรอ?
นายก็แค่สามัญชนคนธรรมดา มาทำตัวหน้าซื่อใจคดแบบนี้ มีประโยชน์อะไร?”
“ถูกต้อง…” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน ตอนนี้ร่างจริงของเขาซ่อนอยู่ที่นี่จึงไม่มีอะไรให้ทำมากนัก นาน ๆ ทีจะมีคนมาพูดคุยกับเขา คืนนี้จึงไม่รู้สึกเหงาเกินไป
เขาไม่ได้ปฏิเสธความคิดของคนเหล่านี้ในตอนแรก เพราะความคิดเช่นนี้เขาก็เคยมี แม้แต่คนมากมายที่เขาพบเจอก็มีความคิดเช่นนี้
แต่เขาคือจ้าวอู่เจียงที่เคยหลับใหลก่อนรุ่งอรุณมาถึง และเขายังเป็นเทพปีศาจที่ตื่นขึ้นมาต้อนรับแสงอรุณในยามรุ่งสาง เช่นนั้นแล้วเขาจึงมองทะลุโลกนี้แล้ว
เขายิ้มพลางกล่าวว่า
“เพราะแบบนี้แหละ ระบบสังคมถึงได้มีจุดที่ไม่สมบูรณ์ พวกเราจึงยิ่งต้องการนโยบายแบบนี้ ปราบปรามการค้าประเวณีและอาชญากรรมอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน
ความไม่สมบูรณ์ของระบบสังคมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อารยธรรมของพวกเรายังไม่ได้พัฒนาไปไกลมากนัก แต่วิชาความรู้ของเราก็กำลังพัฒนา ตัวพวกเราเองก็กำลังพัฒนาและวิวัฒนาการ ทุกอย่างยังไม่สมบูรณ์
พวกเราไม่สามารถทรยศต่อแสงสว่าง แล้วยอมจำนนต่อความมืด เพียงแค่เพราะความไม่สมบูรณ์แบบได้”
“ก็เพราะมีความมืดมิดแบบนี้ พวกเราจึงยิ่งต้องทะนุถนอม ยิ่งต้องมุ่งหน้าสู่ที่ที่มีแสงสว่าง และยิ่งต้องร่วมแรงร่วมใจกันสร้างระบบสังคมที่ดี
เพื่อนเอ๋ย เพราะเหตุนี้เรื่องที่คุณเคยเยาะเย้ยก่อนหน้านี้ก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลง สังคมจึงจะกลายเป็นสังคมในอุดมคติของคุณ”
บางคนจมอยู่กับภวังค์ความคิด กระนั้นบางคนก็ยังคงสงสัย “แต่ฉันยังไม่เข้าใจว่าทำไมการทำแบบนี้ถึงเป็นการพยายามลดการเอารัดเอาเปรียบของผู้แข็งแกร่งที่มีต่อผู้อ่อนแอ…”
“คุณทนายคนนี้…” จ้าวอู่เจียงชี้ไปที่ชายในชุดทางการที่อยู่มุมห้อง
ชายผู้นั้นยิ้มอ่อนโยนดุจแสงอาทิตย์ยามบ่ายในฤดูใบไม้ผลิ ก่อนแนะนำตัว
“อันเสี่ยวตี้”
“จ้าวอู่เจียง” จ้าวอู่เจียงพยักหน้าทักทาย แล้วกล่าวต่อ
“อันเสี่ยวตี้เป็นทนายความ ย่อมมีความเข้าใจเรื่องกฎหมายลึกซึ้งกว่าพวกอัตตาที่เหนือกว่า ถ้าหากการค้าอวัยวะและการค้าประเวณีกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ผู้ที่ได้ประโยชน์จะไม่ใช่ผู้อ่อนแอเด็ดขาด
ผู้อ่อนแอมีทรัพยากรอะไรบ้าง พวกเขารู้ข้อมูลอย่างโปร่งใสหรือไม่? มีผู้มีอำนาจกระแสพลังมากเท่าผู้อื่นหรือไม่?
ผู้ที่ต้องการสร้างผลกำไรจากการซื้อขายจะใช้ทุกวิถีทางโดยไม่เลือกวิธีการ บีบบังคับให้ผู้อ่อนแอขายอวัยวะหรือร่างกายในราคาต่ำที่สุด เพื่อให้ตนได้ผลประโยชน์สูงสุด
เบื้องหลังการค้าประเวณีคือการค้ามนุษย์ การแพร่ระบาดของโรค ส่วนการค้าอวัยวะก็มีเรื่องบิดามารดาขายบุตรสาว บุตรธิดา ‘บริจาค’ ร่างผู้ให้กำเนิด จากนั้นคนหายตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล…”
‘คนหายตัว?’
จ้าวอู่เจียงพูดมาถึงตรงนี้ก็ชะงักกึก แล้วพลันนึกถึงรายละเอียดบางอย่าง ในเหตุการณ์ที่สถานสงเคราะห์เทียนคงชิงหลางไม่เพียงแต่ผู้อำนวยการและผู้ดูแลหอพักถูกฆ่า ยังมีเด็กหายตัวไปอีกหนึ่งคน
‘เด็กคนนั้นไปที่ไหนกัน?’
“ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ ไม่ใช่คนที่อยู่ในตำแหน่งสูง แต่เป็นพวกเราที่เป็นสามัญชน เป็นกลุ่มผู้อ่อนแอทางกระแสพลัง”
ทนายความอันเสี่ยวตี้พูดต่อจากที่จ้าวอู่เจียงพูดค้างไว้ บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มอ่อน ๆ อยู่ตลอดเวลา ดูราวกับไม่เสียดายชีวิตที่กำลังจะถูกตัดสินตามกฎหมายและเดินไปสู่จุดจบ
“ดังนั้นการกวาดล้างการค้าประเวณีนั้นดีอยู่แล้ว พวกคุณไม่เคยสังเกตเหรอ? จริง ๆ แล้วสถานที่คลุมเครือมากมายที่ดำรงอยู่ได้ สำนักงานรักษาความสงบก็ทำเป็นมองข้างหนึ่งปิดตาอีกข้างหนึ่ง…
พวกเขาไม่ได้กวาดล้างความปรารถนาปกติของพวกเรา แต่เป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมเบื้องหลัง กลุ่มผลประโยชน์เบื้องหลัง พวกคุณเป็นเพียงผู้ที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น
ถ้าต้องการสัมผัสเนื้อหนังกับผู้อื่น ควรมุ่งหวังความรัก การหลอมรวมกันของจิตวิญญาณและร่างกาย…”
ผู้คนในกรงเหล็กฟังจนงงงันต่างก็ครุ่นคิดตาม
แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนที่ยังคงดื้อดึง ตะโกนด้วยความโกรธ
“ฉันเข้าใจแล้ว แต่เดิมการนวดเท้าไม่มีปัญหาอะไร ทั้งหมดเป็นความผิดของคนที่แจ้งความ”
“ถูกต้อง!” มีคนเห็นด้วย
“ทนายอันก็บอกแล้วว่า อะไร ๆ ก็มองข้างหนึ่งปิดตาอีกข้าง แต่กลับมีคนอยากก่อเรื่อง แจ้งความพวกเรา ไอ้คนเลวชั่ว!”
“การที่สำนักงานรักษาความสงบกวาดล้างโสเภณีนั้นไม่ผิด ผิดอยู่ที่คนที่แจ้งความต่างหาก!”
“ถูกต้อง! อย่าให้ฉันรู้ว่าเป็นใครนะ พอออกไปฉันจะหักหลักของมันให้ดู!”
จ้าวอู่เจียงมองดูผู้คนที่กำลังโกรธแค้นอีกครั้ง เขากระแอมเบา ๆ ใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ทำท่าขรึมขังพลางเห็นด้วย
“น่ารังเกียจจริง ๆ…”