ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1678 ไม่หลงทาง
บทที่ 1678 ไม่หลงทาง
ในอาณาเขตพันดาราที่มีชื่อทางการว่า M77 ห่างจากดาวเทียนหลางและดาวยูเรนัสราวสิบกว่าปีแสง มีอวกาศที่วุ่นวายไร้ระเบียบอยู่แห่งหนึ่ง พื้นที่นั้นบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่แสงสว่างก็ถูกกลืนกินจนหมดสิ้น กลายเป็นพื้นที่ที่มืดสนิทโดยสมบูรณ์
โชคดีที่พื้นที่อันวุ่นวายไร้ระเบียบนี้มีขนาดใหญ่มาก บริเวณที่ถูกกลืนกินด้วยวิชากลืนนภามีเพียงหนึ่งในยี่สิบส่วนเท่านั้น
แต่ถึงจะเป็นเพียงหนึ่งในยี่สิบส่วน ก็ทำให้สิ่งมีชีวิตที่ได้เห็นพลังการกลืนกินของหมาป่าหิมะต้องตกตะลึงกันไปตาม ๆ กัน พลังอันน่าพิศวงนี้เหนือกว่าพลังที่ยานอวกาศสิบกว่าลำสามารถสร้างขึ้นได้ในชั่วพริบตา
สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ที่เข้ามาในดินแดนแห่งกาลเวลาอันวุ่นวายไร้ระเบียบนี้ เมื่อเห็นพลังอันน่าพิศวง ในชั่วขณะนั้นที่ยังไม่ทันได้หลบหนี ก็ถูกความมืดกลืนกินไปเสียแล้ว
ส่วนคนที่อยู่ห่างไกลออกไปมาก ๆ ที่ตรวจพบความเคลื่อนไหว เห็นเพียงดวงดาวตรงหน้าถูกกัดกินไปก้อนหนึ่ง ราวกับถูกสัตว์ร้ายเทาเที่ยที่มีบันทึกในตำนานเทพนิยายกัดกินไป
ในห้วงอวกาศอันสว่างไสว ปรากฏช่องว่างรูปทรงไม่แน่นอนขึ้นอย่างผิดปกติ ดูน่าพิศวงยิ่งกว่าหลุมดำเสียอีก
รอบ ๆ หลุมดำยังมีแสงรัศมี ยังเห็นเส้นทางที่แสงถูกกลืนกิน แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้านี้ เหมือนภาพดวงดาวที่ถูกฉีกขาดอย่างรุนแรง เกิดเป็นช่องว่างมืดมิด
พวกเขาไม่เข้าใจว่า พลังที่ดูเหมือนการกลืนกินนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่การกลืนกิน แต่เป็นการแย่งชิง เป็นการลบล้างอย่างรุนแรง
การกลืนกินยังทิ้งร่องรอยไว้ แต่การแย่งชิงไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วเวลาเพียงน้อยนิด อาจเป็นเสี้ยววินาที หรือชั่วพริบตา
ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหนีรอดออกมาเล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เพราะนอกจากคนที่หนีออกมาได้ตั้งแต่แรก ก็ไม่มีใครหนีรอดออกมาได้อีกเลย
ผ่านไปชั่วครู่ ความมืดที่ไร้รูปแบบที่ปกคลุมท้องฟ้าดุจภาพวาดแห่งดวงดาวก็จางหายไปอย่างสิ้นเชิง
ทุกอย่างกลับมาชัดเจนดังเดิม สิ่งมีชีวิตที่อยู่ห่างไกลออกไปและสังเกตเห็นความเคลื่อนไหว ต่างหันสายตากลับมามองยังดินแดนที่เพิ่งหายไปจากท้องฟ้าอย่างผิดปกติ
ภาพที่ส่งกลับมาจากอุปกรณ์ตรวจจับ มีเพียงหมาป่าหิมะร่างใหญ่ที่ดูแก่ชราและไร้พิษภัยกำลังใช้อุ้งเท้าไถลูบขนสีแดงที่หน้าผากอย่างอ่อนโยนราวกับมนุษย์ ซึ่งขนสีแดงนั้นดูขัดแย้งกับสีขนทั่วร่างของมัน
ส่วนสิ่งมีชีวิตที่เคยรุมโจมตีหมาป่าหิมะก่อนหน้านี้ หายสาบสูญไปจนหมดสิ้น
“ขนสีแดง? นี่อาจจะเป็น…”
“ใช่แล้ว มันดูคล้ายกับตำนานอาถรรพ์ที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โบราณมาก!”
“มีขนสีแดง ช่วงบั้นปลายชีวิตเป็นลางร้าย?”
“…”
เหล่าสิ่งมีชีวิตที่คอยตรวจตราดินแดนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
นับตั้งแต่ดินแดนแห่งกาลเวลาอันวุ่นวายไร้ระเบียบนี้ปรากฏขึ้น นอกจากผู้อาวุโสผมแดงที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรโบราณคนก่อน เหตุการณ์ที่หมาป่าหิมะก่อขึ้นครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุด
ทั้งสองเหตุการณ์ดูเหมือนไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่หลายคนก็สังเกตเห็นความเชื่อมโยงระหว่างผู้อาวุโสและหมาป่าหิมะได้ทันที
สีแดง!
คนหนึ่งมีเส้นผมสีแดงเพลิงยาว อีกตัวมีขนปอยสีแดงโลหิตปลิวไสวอยู่ที่หน้าผาก
นี่ก็คือปีศาจผมแดงในบันทึกประวัติศาตร์ที่นำพาความหายนะชัด ๆ!
“เกิดปรากฏการณ์ที่นำความหายนะขึ้นมาแล้ว อาณาเขตพันดารากำลังจะเกิดหายนะครั้งใหญ่!”
“รายงานข่าวนี้ขึ้นไปด่วน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว!”
“…”
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนมากมาย ในพื้นที่ดินแดนที่ได้รับผลกระทบจากวิชากลืนนภา หมาป่าหิมะส่งเสียงหอนยาวออกมา ราวกับกำลังระบายความอัดอั้นในใจ
ศัตรูที่บุกรุกเข้ามาถูกมันสังหารจนหมดสิ้นแล้ว ยามนี้ในท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล รอบด้านเต็มไปด้วยมิติบิดเบี้ยวประหลาดนับไม่ถ้วน มันควรจะไปที่ใด?
มันจำได้ว่าตนเพียงแค่เดินเข้าไปในพายุหิมะที่ขาวโพลน แต่เหตุใดมันถึงมาอยู่ที่นี่?
ที่นี่คือที่ใด?
พวกโง่เมื่อกี้พูดถึงดาวเทียนหลางและดาวเทียนหวังนั่นคืออันใดกันแน่ เป็นดวงดาวบนท้องฟ้าหรือ?
ที่แท้ในยุคโบราณก็มีสิ่งประหลาดเหล่านี้อยู่ แต่เหตุใดมันที่เกิดมานับหมื่นปีในปฏิทินสรรพชีวิตกลับมิเคยได้ยินใครบันทึกเรื่องของสิ่งมีชีวิตประหลาดและท้องฟ้าเหล่านี้มาก่อน?
มันคิดไม่ออก และไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหน
แต่ไม่เป็นไร… หลังจากหมาป่าหิมะส่งเสียงหอน มันยิ้มอย่างมีความเป็นมนุษย์ แม้จะแก่ชราแล้ว แต่รอยยิ้มของมันกลับเหมือนย้อนกลับไปในอดีตอันไกลโพ้น ยามที่มันวิ่งท่ามกลางพายุหิมะ ในวันที่อยู่เคียงข้างไอ้โง่เสี่ยวหง
มันวิ่งห้อตะบึงไปในทิศทางหนึ่ง
ทิศทางอันใดนั้นมิสำคัญ เพราะมันมีเส้นผมที่เสี่ยวหงมอบให้อยู่บนหน้าผาก
ตราบใดที่มีเสี่ยวหงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกลางคืนหรือกลางวัน มันก็จะมิมีวันหลงทาง