ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1686 สมจริงไหม?
บทที่ 1686 สมจริงไหม?
ภายในห้องนอนแสงไฟสาดส่องสลัว
บนเตียงมีผ้าห่มบางนุ่มพอให้ความอบอุ่น ภายใต้ผ้าห่มนั้นมีหญิงงามกำลังหลับสบาย ไม่มีฝันร้ายรบกวน ลมหายใจสม่ำเสมอ
เรือนร่างอันงดงามถูกขับเน้นให้เห็นชัด ส่วนอวบอิ่มทำให้ผ้าห่มนูนขึ้นเป็นเนิน มองด้านข้างเห็นเป็นยอดเขา
ทว่าความเงียบสงบในตอนนี้กำลังถูกทำลายอย่างแผ่วเบา
มือใหญ่คู่หนึ่งไล้ผ่านผ้าห่ม แตะใบหน้าของหญิงงามเบา ๆ จากนั้นก็กระชากผ้าห่มออก เผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของนาง
แสงไฟสลัวเหลืองสาดส่องผิวขาวราวหิมะ
หญิงงามรู้สึกเย็นวาบที่ร่าง ก็พลันตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ดวงตาคู่งามยังพร่ามัว เมื่อเห็นว่าใครมา นางก็ขมวดคิ้วทันที จากนั้นจึงพึมพำด้วยความน้อยใจ
“ใส่เสื้อผ้าก่อน แล้วเราออกจากที่นี่กัน”
ผู้มาเยือนมีนามจ้าวอู่เจียง ชายผู้นี้หน้าตาหล่อเหลายิ่งนัก เส้นสายบนใบหน้าทั้งนุ่มนวลอ่อนโยนและคมเข้มในคราวเดียว ระหว่างคิ้วแฝงไว้ด้วยความถูกต้องของปราณกระบี่และความชั่วร้ายของปีศาจ
จ้าวอู่เจียงวางเสื้อผ้าไว้ข้างกายหลิวเหม่ยเอ๋อร์
แม้หลิวเหม่ยเอ๋อร์จะยังมิเข้าใจเรื่องราว แต่นางก็เชื่อใจจ้าวอู่เจียง ค่อย ๆ สวมใส่เสื้อผ้าปกปิดเรือนร่างงดงามอย่างว่าง่าย จากนั้นนางก็เม้มริมฝีปากแดง ดวงตาเปี่ยมด้วยเสน่หา ยื่นแขนทั้งสองออกไป บอกใบ้ให้จ้าวอู่เจียงอุ้มนาง
จ้าวอู่เจียงรวบเอวของหลิวเหม่ยเอ๋อร์ขึ้นมาทันที สายตากวาดมองรอบห้อง ตรวจสอบว่ามีอะไรตกหล่นหรือไม่
“กอดข้าให้แน่น”
หลิวเหม่ยเอ๋อร์คลอเคลียเช่นเคย นางกอดรัดจ้าวอู่เจียงแน่น แนบใบหน้าลงกับแผงอกของเขา
เมื่อนางตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลหลังจากถูกรบกวน รู้สึกว่าจ้าวอู่เจียงดูแตกต่างไปบ้าง บุคลิกเย็นชาขึ้น เผด็จการขึ้น รวมถึงเฉียบคมก็มีมากขึ้น อีกทั้งร่างกายก็ดูจะมีกลิ่นหอมขึ้นด้วย
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือยังคงทำให้นางรู้สึกอุ่นใจเหมือนเดิม
“เจ้าค่ะ” หลิวเหม่ยเอ๋อร์ตอบกลับจ้าวอู่เจียงเสียงนุ่มนวล
จ้าวอู่เจียงขยับนิ้วมือเบา ๆ วาดอักขระยันต์ในอากาศ
พลันใดนั้นยันต์โปร่งใสที่ประกอบด้วยอักขระยันต์สีฟ้าน้ำและสีเงินขาวก็ปรากฏขึ้นในห้อง
ยันต์ปล่อยพลัง แสงสายฟ้ากวาดล้างทั่วทั้งห้อง ทั้งสองถูกแสงสายฟ้าพัดผ่านแล้วหายตัวไป
ในขณะเดียวกันแสงสายฟ้าที่เหลือก็กระจายไปทั่วห้องอย่างต่อเนื่อง ลบร่องรอยทั้งหมด
—
จ้าวอู่เจียงและหลิวเหม่ยเอ๋อร์ปรากฏตัวในตรอกเล็ก ๆ โดยไม่มีเสียงดังกึกก้องบนท้องฟ้า
หลิวเหม่ยเอ๋อร์มองสำรวจตรอกมืดด้วยความอยากรู้ หากเป็นนางคนเดียวที่เดินอยู่ที่นี่ นางคงกลัวมาก แต่ในยามนี้มีจ้าวอู่เจียงอยู่ข้าง ๆ จึงไม่รู้สึกกลัวเท่าไรนัก
แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงรู้สึกสงสัย และอดไม่ได้ที่จะคิดเรื่อยเปื่อย
ในความมืดมิดของราตรี จ้าวอู่เจียงพานางมาที่เปลี่ยว ๆ เช่นนี้ด้วยเหตุใดกัน? หรือว่าเขาจะ…
ไม่นานนัก ความคิดเรื่อยเปื่อยของหลิวเหม่ยเอ๋อร์ก็ได้รับคำตอบ
จ้าวอู่เจียงจูงมือเธอพามาที่ร้านแห่งหนึ่ง
หลิวเหม่ยเอ๋อร์อ่านป้ายร้านเบา ๆ “คอม… พิว… เตอร์… เฝย… จ๋าย”
ประตูร้านปิดสนิท จ้าวอู่เจียงคิดจะเคาะประตู แต่เมื่อคิดอีกที ก็โอบเอวหลิวเหม่ยเอ๋อร์แล้วกลายร่างเป็นสายฟ้าพุ่งเข้าไปในร้าน
ตอนนี้เขาเข้าใจและยอมรับหลายสิ่งหลายอย่างแล้ว มีเรื่องที่ค้างคาต้องจัดการอีกมาก แต่ก่อนอื่นเขาต้องจัดการให้หลิวเหม่ยเอ๋อร์ลงหลักปักฐานให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถจัดการเรื่องสำคัญที่ค้างคาอื่น ๆ ได้อย่างสบายใจ
ต้าคุนที่กำลังปล่อยความมาโซคิสม์ของตัวเอง หมกมุ่นอยู่ในฉากเสมือนจริงให้สาวเย็นชาเหยียบย่ำด้วยเท้างามของเธอก็พลันสะดุ้งโหยงทันที เขารู้สึกถึงบรรยากาศแปลก ๆ รีบถอดหมวก VR ออกอย่างลนลาน แล้วก็เห็นจ้าวอู่เจียงที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
จ้าวอู่เจียงยังพยักหน้าทักทายเขา
ตอนนี้หัวใจเขาแทบสลาย ความอับอายจากการถูกประจานทางสังคมท่วมท้นสมอง ทำให้สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เมื่อได้ยินเสียงกระแอมของจ้าวอู่เจียงก็พลันได้สติกลับมา ความโกรธ อับอาย จนใจ และน้อยใจ หลากหลายอารมณ์พุ่งขึ้นมาในใจ เขาเหมือนเมียน้อยที่อยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก เกือบจะคุกเข่าให้จ้าวอู่เจียง
“โอ้ย บรรพบุรุษ คุณมาทำบ้าอะไรอีกล่ะ?”