ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1685 ความตั้งใจ
บทที่ 1685 ความตั้งใจ
เมื่อเผชิญกับเสียงด่าทอของชาวบ้านที่ถูกรบกวน เปลือกตาของผู้เฒ่าเต๋าเฉียนอู่ฟางกระตุกไม่หยุด
เขาอยู่ในระดับไร้เทียมทานแล้ว จึงไม่ไปถือสาคนธรรมดา ได้แต่กระแอมแห้ง ๆ และพึมพำว่า “ไม่คิดว่าหนึ่งภัยพิบัติของตาเฒ่าจะมาเร็วขนาดนี้…”
เขาประสานนิ้วอีกครั้ง พยายามคำนวณลิขิตฟ้าไม่หยุด
แท้จริงแล้วเขาไม่สามารถคำนวณลิขิตฟ้าได้มากนัก ทำได้เพียงรับรู้ความรู้สึกที่คลุมเครือบางอย่าง เพราะสภาพแวดล้อมและกฎเกณฑ์ของอาณาเขตพันดาราในปัจจุบันล้วนกดทับผู้บำเพ็ญโบราณไม่น้อย
อย่าว่าแต่การคำนวณลิขิตฟ้าซึ่งเป็นวิชาระดับสูงสุดของผู้บำเพ็ญโบราณเลย แม้แต่ในอดีตที่การฝึกฝนโบราณรุ่งเรืองถึงขัดสุดก็ยังหาได้ยาก
เขาพยายามทำให้สัญชาตญาณของตัวเองแม่นยำขึ้น เช่น การรู้สึกว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวเอง ในสถานการณ์เช่นนี้ เขามักจะคิดว่าชะตาชีวิตมีเคราะห์กรรมเพิ่มขึ้น
ถึงอย่างไรเฉียนอู่ฟางก็ไม่ได้นับว่าเป็นผู้บำเพ็ญโบราณ ‘สายเลือดบริสุทธิ์’ เขาเป็นเพียงผู้ที่มาเริ่มฝึกฝนกลางคัน หลายสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์สืบทอดของผู้บำเพ็ญโบราณ เขาแทบไม่รู้เรื่องอันใดเลย ถึงแม้จะรู้ก็ไม่มีช่องทางที่จะรับสืบทอด
นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ คนจนฝึกโบราณ คนรวยวิวัฒนาการ คนสูงศักดิ์ยกระดับด้วยกลไก
เขาเกิดมายากจนจึงเลือกฝึกฝนโบราณ แม้ยากจนแต่มีความมุ่งมั่น และเพราะได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีพระคุณมากมาย เขาจึงเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ นี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาเทิดทูนวิถีโบราณแบบตะวันออกอย่างถึงที่สุด
เพราะวิถีแห่งการฝึกฝนโบราณคือทั้งชีวิตของเขา เขาลุกขึ้นมาจากความต่ำต้อย ความช่วยเหลือที่ได้รับแทบทั้งหมดมาจากคนดีธรรมดาและผู้อาวุโสที่เก่งกาจในวิถีโบราณ
ไม่เคยมีผู้วิวัฒนาการคนไหนยื่นมือช่วยเหลือเขา หรือส่งน้ำยาวิวัฒนาการให้เขาเลยสักขวด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ใช้กลไกที่สูงส่งเกินเอื้อมนั่น การที่พวกเขาไม่ดูถูกเหยียดหยามผู้บำเพ็ญโบราณอย่างเขาก็นับว่าใจกว้างที่สุดแล้ว
วันนี้ที่เขามาจับตัว ‘จ้าวเจียง’ ก็เป็นคำสั่งจากผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือเขามาจนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือคุณชายอวี้กวงจง แห่งตระกูลอวี้
ตอนนี้เขาเป็นแขกผู้มีเกียรติของตระกูลอวี้ อวี้กวงจงปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพ และยังมอบตำราโบราณมากมายเพื่อช่วยให้เขาเข้าใจวิถีโบราณ
เพื่อเป็นการตอบแทน เขาได้สอนวิชาโบราณให้กับลูกทั้งสองของอวี้กวงจง คืออวี้เซี่ยวหู่และอวี้มู่หว่าน
เด็กทั้งสองคนมีพรสวรรค์ด้านวิชาโบราณสูง เก่งกว่าเขาเฉียนอู่ฟางอยู่มาก
แต่เด็กวัยรุ่นมักชอบสิ่งใหม่ ๆ พวกเขาสนใจทั้งเส้นทางวิวัฒนาการและเส้นทางการยกระดับด้วยกลไก จึงไม่ค่อยทุ่มเทให้กับวิชาโบราณเท่าไรนัก
เขาเคยสอนหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะกับอวี้เซี่ยวหู่และอวี้มู่หว่าน เด็กหญิงที่ฉลาดว่องไวคนนี้ว่า กุญแจสำคัญของความสำเร็จคือการมีสมาธิจดจ่อ และรักษาสมาธินั้นไว้อย่างต่อเนื่อง
ความพยายามเป็นเรื่องรอง การทุ่มเทศึกษาอย่างจริงจังต่างหากที่สำคัญที่สุด
น่าเสียดายที่เด็กดีทั้งสองคนดูจะหลงทางไปไม่น้อย อวี้เซี่ยวหู่สนใจแต่รูปลักษณ์ภายนอกมากเกินไป ส่วนอวี้มู่หว่านก็หมกมุ่นอยู่กับการใช้เหตุผลอะไรนั่น
เฉียนอู่ฟางนึกถึงเรื่องมากมายเหล่านี้ เพราะความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาในใจอย่างกะทันหัน
เขาพยายามทำความเข้าใจแผ่นยันต์สายฟ้าที่จ้าวอู่เจียงทิ้งไว้มาเป็นเวลาหนึ่งถึงสองชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเบาะแสอะไรเลย
วิชาของจ้าวอู่เจียงทำให้เขาประหลาดใจ แต่ก็ไม่ถึงกับเหนือความคาดหมาย
ในอาณาเขตพันดารา การที่คนหนุ่มสาวจะบรรลุถึงระดับมรรคาหนึ่งหรือมรรคาสอง หรือแม้แต่ระดับหนึ่งสองของมรรคาสามในวิชาโบราณนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
อาณาเขตพันดารามีกฎที่กดทับพลังของวิชาโบราณ แต่ในขณะเดียวกันก็ลดความยากในการพัฒนาวิชาด้วย
สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจในจ้าวอู่เจียงคือความเชี่ยวชาญในการเขียนยันต์และความตั้งใจที่เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน
เมื่อจ้าวอู่เจียงวาดยันต์บนอากาศว่างเปล่า ดูเหมือนจะทำได้อย่างง่ายดาย แต่ในช่วงเวลาที่วาดยันต์นั้น เขาสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ของจ้าวอู่เจียงอย่างชัดเจน
ความบริสุทธิ์ในการมีสมาธิจดจ่อ
มุ่งมั่นในการวาดยันต์ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรบกวนภายนอก ทั้งกายและใจ
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ความสามารถด้านยันต์ของจ้าวอู่เจียงน่าทึ่งถึงเพียงนี้ ด้วยความจริงจังและความตั้งใจที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ จะไม่ประสบความสำเร็จได้อย่างไร
ดวงตาอันชราภาพของเฉียนอู่ฟางสั่นไหว เขาสูดหายใจลึก ค่อย ๆ ปรับลมหายใจ แล้วทุ่มเทจิตใจอันแน่วแน่ให้กับการทำความเข้าใจยันตร์สายฟ้าอีกครั้ง
เขาเชื่อว่า หากให้เวลาเขาอีกสักหน่อย เขาน่าจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้ และเมื่อถึงตอนนั้น ความเชี่ยวชาญด้านยันต์ของเขาก็จะก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง