ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1690 กลุ่มอาการขาดจักรวาลแต่กำเนิด
บทที่ 1690 กลุ่มอาการขาดจักรวาลแต่กำเนิด
“คุณเป็นใคร?”
จ้าวอู่เจียงเตรียมปราณกระบี่และยันต์ รวมถึงวิชามารกลืนนภาไว้พร้อมแล้ว
ชายชราตรงหน้าที่เอ่ยชื่อเขาออกมาตรง ๆ เช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าไม่สามารถคาดเดาพลังของอีกฝ่ายได้ได้ ความรู้สึกถูกกดดันเหมือนตอนที่เจอกับหั่วอวิ๋นจื่อผมแดงหวนกลับมาอีกครั้ง
หั่วอวิ๋นจื่อมีพลังกดดันที่สูงส่งและแผ่ออกมาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น
แต่ชายชราตรงหน้านี้แตกต่างออกไป ชายผู้นี้ดูธรรมดา ๆ แต่ทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามาอย่างผ่อนคลายนั้น ราวกับเหยียบลงบนหัวใจของเขา แม้ชายชราจะเดินอย่างเบา ๆ แต่ก็ไม่อาจปิดบังการสั่นสะเทือนที่มาพร้อมกับทุกก้าว
“ไม่ต้องกังวลใจไปเจ้าหนู ฉันแค่อยากดูนายให้ชัด ๆ”
เพียงชายชราในชุดคนไข้ดันแว่นสายตา สายลมยามค่ำคืนก็หยุดนิ่ง ความเงียบสงัดรอบด้านหายไปในพริบตา กลายเป็นความเงียบสนิท ไม่ได้ยินเสียงอื่นใดแม้แต่น้อย
ตอนนี้จ้าวอู่เจียงได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองและหลิวเหม่ยเอ๋อร์ รวมถึงเสียงหัวใจเต้นของเขาทั้งสอง
“ฉันชื่อเซวียนหยวนซวิ่น” ชายชราก้าวเข้ามาในระยะสามฟุตของจ้าวอู่เจียง นี่เป็นระยะที่อันตรายยิ่งนัก แต่มือทั้งสองข้างของจ้าวอู่เจียงราวกับถูกมัดด้วยน้ำหนักหลายล้านชั่ง พลังของเขาถูกจำกัด
“ซวิ่น เป็นหนึ่งในยันต์แปดทิศดังนั้น ต่อไปนายก็เรียกฉันว่า…” ชายชรายิ้มอย่างเมตตา
“คุณตา”
จ้าวเจียงขมวดคิ้ว ตรรกะของชายชราผู้นี้น่ากลัวจริง ๆ ราวกับว่าไม่มีตรรกะเลย
“เจ้าหนู ฉันเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจิตเวชประชาชนที่สี่แห่งดาวเทียนซื่อ สาขาเมืองซวิ่นเฟิง หมายเลข 08029” ชายชรายังคงแนะนำตัวต่อ พลางยื่นข้อมือที่ผอมแห้งออกมา บนนั้นมีสายรัดข้อมือ
“ผู้ป่วยคนที่ยี่สิบเก้า มาจากแปดภัยพิบัติ หรือที่ทางการเรียกในปัจจุบันว่า ยุคแห่งจักรวาลที่แปด”
จ้าวอู่เจียงไม่รู้ว่าชายชราคนนี้มีจุดประสงค์อันใดกันแน่ เขาพยายามดิ้นหลุดจากการถูกกักขัง พบว่าตัวเองถูกขังอยู่ แต่มิได้ถูกขังอย่างสมบูรณ์ เช่นนั้นแล้วเขาจึงไม่ทำอะไรผลีผลาม แต่ถามตามคำพูดของชายชรา
“ผู้ป่วยคนที่ยี่สิบเก้าจากยุคแห่งจักรวาลที่แปด? ผู้ป่วยอะไร? โรค… จิตเวชอย่างนั้นเหรอ?”
“ไม่ ๆ ๆ เจ้าหนู ไม่ใช่ผู้ป่วยคนที่ยี่สิบเก้าของแปดภัยพิบัติ” ชายชราแก้ไข
“ฉันคือผู้ป่วยคนที่ยี่สิบเก้า ที่มาจากแปดภัยพิบัติ นับตั้งแต่โรงพยาบาลบ้าสามภัยพิบัติก่อตั้งขึ้น จนถึงแปดภัยพิบัติในปัจจุบัน ฉันคือผู้ป่วยคนที่ยี่สิบเก้าที่ถูกรับเข้ามา
และนายจ้าวอู่เจียง จะเป็นคนที่สามสิบสาม”
“ท่านผู้อาวุโส โรงพยาบาลบ้าจะรับผมเข้าไปทำไม?” จ้าวอู่เจียงถามอย่างงุนงง
ชายชราเซวียนหยวนซวิ่นอธิบายอย่างกระชับ
“รักษาโรค”
“ผมป่วยหรือ?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว
“ใช่ ไม่ผิดแน่” ชายชราพยักหน้า
“ไม่ผิด?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว
‘เขาเป็นโรคผมร่วงหรือ? หรือว่าเขากำลังจะกลายเป็นหัวล้านเหมือนไข่ต้ม เป็นคนไร้ขนทั้งตัวหรืออย่างไร?’
“นายป่วย” เซวียนหยวนซวิ่นอธิบายพร้อมรอยยิ้ม
“จ้าวอู่เจียง แต่โดยบังเอิญนายก็เจอหนทางในการรักษาโรค พวกเราเรียกคนที่ก้าวเดินบนเส้นทางการรักษานี้ว่า ‘คนไข้’ และรับเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลบ้า”
“มันคือโรคอะไรกันแน่?”
จ้าวอู่เจียงรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง แน่นอนว่าคงไม่ใช่โรคหลงผิดหรือโรคประสาทหลอน อะไรที่จะมาบอกว่าทุกสิ่งที่เขากำลังประสบอยู่นี้เป็นแค่ภาพลวงตา
เขามั่นใจว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้ล้วนเป็นความจริง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมึนงงและติดอยู่ในความชื้นแฉะ แต่นั่นก็เป็นความจริงที่สับสน ไม่ใช่ภาพมายา
“กลุ่มอาการขาดจักรวาลแต่กำเนิด” เซวียนหยวนซวิ่นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก และบอกกับจ้าวอู่เจียงว่า
“แก่นแท้ของวิทยาศาสตร์คืออะไร?
ผู้บำเพ็ญโบราณฝึกฝนอะไร?
ตรรกะพื้นฐานในการวิวัฒนาการของผู้วิวัฒนาการคืออะไร?
อะไรคือต้นเหตุที่ทำให้คนทั่วไปรู้สึกต่อต้านการยกระดับเนื้อหนังที่อ่อนแอไปสู่กลไกจากก้นบึ้งของหัวใจ?
เมื่อคนคนหนึ่งมีความคิดแบบนี้ เขาก็จะเป็นโรคกลุ่มอาการขาดจักรวาล และเป็นมาตั้งแต่กำเนิด
แต่บางคนรู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรค บางคนรู้ไม่รู้ตัว บางคนก็งุนงงเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปตลอดชีวิต
มีเพียงคนที่ก้าวเดินบนเส้นทางการรักษาเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเป็นคนไข้ในโรงพยาบาลบ้า ส่วนคนที่ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ตราบใดที่ไม่ได้ก้าวเดินบนเส้นทางนี้ ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเรียกว่าเป็น ‘คนไข้’
คนเหล่านั้นก็เป็นได้แค่เพียงคนธรรมดาเท่านั้น”
จ้าวอู่เจียงชะงักไป ‘หืม… เขาไม่ใช่คนปกติงั้นเหรอ?’