ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1691 จ้าวอู่เจียงทะลุความลับ
บทที่ 1691 จ้าวอู่เจียงทะลุความลับ
คำพูดของเซวียนหยวนซวิ่นฟังดูแปลก ๆ ทำให้จ้าวอู่เจียงรู้สึกว่ามันช่างเหลือเชื่อ แต่ในตอนนั้นเองเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามอย่างไม่แน่ใจ
“เติมเต็มส่วนที่หายไป?”
“บิงโก! นายตอบถูกแล้ว” เซวียนหยวนซวิ่นพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“วิธีรักษาที่แท้จริงสำหรับกลุ่มอาการขาดจักรวาลแต่กำเนิด คือการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้กลับคืนมา
แต่นายรู้ไหมว่าสิ่งที่นายขาดหายไปคืออะไร? ตอนนี้นายได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้แล้ว แล้วรู้ไหมว่าจะเดินไปถึงจุดสิ้นสุดได้อย่างไร?”
จ้าวอู่เจียงนึกถึงสำนักวิชาก้าวเดียวถึงเซียน
“ผมคิดว่าผมพอจะรู้…”
“ไม่หรอก เจ้าหนู นายไม่รู้หรอก” เซวียนหยวนซวิ่นพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ถ้าในหัวของนายรู้อย่างชัดเจน นายก็จะถูกเทพมรรคาไล่ล่า จะถูกจิตวิญญาณสูงสุดแห่งจักรวาลหาทางลบนายทิ้งอย่างนั้นหรือ
นายไม่เคยประสบมันมาก่อน จึงจะไม่เข้าใจความเจ็บปวดจากภัยพิบัติสวรรค์ที่จะตามติดตัวนายมา…”
จ้าวอู่เจียงเงียบไปชั่วขณะ จริง ๆ แล้วเขาเข้าใจความเจ็บปวดแบบนั้นดี และยังเคยประสบมันมาด้วย แต่เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้ชัดแจ้งหรือไม่ เขารู้สึกว่าความเข้าใจของตนยังคลุมเครือ หากรู้เพิ่มมากกว่านี้ อาจจะเดาสาเหตุได้บ้างเท่านั้น
“ถ้าวันหนึ่งนายเข้าใจทุกอย่างแล้วจริง ๆ วิธีที่ดีที่สุดของนายก็คือ ‘การหลอกตัวเอง’” เซวียนหยวนซวิ่นพูดอย่างจริงจัง
“นายต้องหลอกตัวเองให้สมบูรณ์ ทำให้ตัวเองไม่รู้ตัวว่าได้เข้าใจทุกอย่างแล้ว จนกว่านายจะมีพลังแกร่งกล้าพอที่จะต่อกรกับเทพมรรคาได้ นายถึงจะยอมให้ตัวเองตื่นขึ้นมารู้ความจริงได้”
หลิวเหม่ยเอ๋อร์กอดจ้าวอู่เจียงแน่น เธอไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่เห็นริมฝีปากบางของชายชราขยับไปมา ดูเหมือนกำลังพูดอะไรบางอย่างกับจ้าวอู่เจียง และจ้าวอู่เจียงก็ตอบกลับเป็นระยะ
“ขอบคุณที่ชี้แนะครับ”
จ้าวอู่เจียงไม่อยากอยู่นานนัก เพราะคำพูดบางอย่างของชายชราส่งผลกระทบต่อเขา เขารู้สึกลาง ๆ ว่าตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงตอนที่เขาตื่นขึ้นมาและเผชิญกับเหตุการณ์ผันผวนในเวลานี้ ระหว่างนั้นน่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น
แต่เหตุใดเขากลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลยเล่า?
หรือว่าเขาเคยใช้วิธีที่ชายชราพูดถึง เขาหลอกตัวเองและทำให้ความทรงจำบางส่วนหายไป แสร้งทำให้ตัวเองไม่รู้ตัว?
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายคือคนไข้คนที่สามสิบสาม” เซวียนหยวนซวิ่นพยักหน้าและโบกมือ
“รหัส 08033 คนไข้คนที่สามสิบสาม มาจากแปดภัยพิบัติ”
กำไลหยกสีขาวปรากฏขึ้นบนแขนซ้ายของจ้าวอู่เจียงทันที บนกำไลค่อย ๆ ปรากฏตัวเลขรหัสขึ้นมา
แต่รหัสนั้นไม่ใช่ 08033 ตามที่ชายชราบอก แต่เป็น 09033…
จ้าวอู่เจียงดวงตาสั่นไหว ส่วนเซวียนหยวนซวิ่นชะงักงัน
“09033? 09033? เป็นไปได้อย่างไรกัน?
นายเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องย้อนเวลาที่ระเบิดของด็อกเตอร์บีงั้นหรือ?
เป็นไปไม่ได้ ร่องรอยกาลเวลาที่นายผ่านมาไม่ตรงกับช่วงเวลาที่ดินแดนแห่งกาลเวลาปรากฏ”
“นายมาที่นี่ได้อย่างไร?”
จ้าวอู่เจียงรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเซวียนหยวนซวิ่นเริ่มมีอารมณ์รุนแรงขึ้น ในชั่วขณะต่อมา พื้นที่โดยรอบก็บีบตัวเข้ามา กักขังเขาและหลิวเหม่ยเอ๋อร์ไว้ในนั้น
ใบหน้าของเซวียนหยวนซวิ่นภายใต้แสงราตรีดูเคร่งขรึมครึ่งหนึ่งและเจ็บปวดอีกครึ่งหนึ่ง
“ท่านจางส่งนายมาที่นี่หรือ?”
จ้าวอู่เจียงไม่รู้เรื่องราวความลับของการข้ามมิติของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจเช่นกัน
“เก้าภัยพิบัติ…”
เซวียนหยวนซวิ่นจ้องมองจ้าวอู่เจียงเขม็ง รอยยิ้มและความเมตตาที่มีแต่แรกหายไปสิ้น
“ทำไมนายถึงเดินย้อนกลับมา?
นายควรจะไปถึงภัยพิบัติที่สิบแล้วไม่ใช่หรือ?
พวกเราควรจะได้รับชัยชนะไม่ใช่หรือ?
ทำไมนายถึงกลับมา?
ทำไมนายถึงกลับมา!?”
ในตอนนี้เซวียนหยวนซวิ่นดูสับสนและเจ็บปวดอย่างรุนแรง ต้นเหตุของความเจ็บปวดของเขาคือการปรากฏตัวของจ้าวอู่เจียงที่ดูเหมือนว่าถูกจางส่งกลับมา
เพราะนี่อาจหมายความว่า เก้าภัยพิบัติมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน สรรพชีวิตทั้งหมดพินาศยับเยิน เดินสู่ความดับสูญ และจักรวาลจะไม่มีวันเริ่มต้นใหม่อีก
ดังนั้นจางจำต้องยอมให้ผู้ที่มีความหวังเดินย้อนกลับไป เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง
ไม่เช่นนั้นเขาก็นึกไม่ออกว่าจะมีใครยอมเดินย้อนกลับไปสู่ห้วงเวลาที่ต้องพบกับความพินาศ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เซวียนหยวนซวิ่นก็ค่อย ๆ กลับมาควบคุมอารมณ์ได้ เขายิ้มเบา ๆ
“ฉันเสียมารยาทไปหน่อย ไปเถอะ เจ้าหนู นายไปทำธุระของนายก่อน แล้วเราค่อยพบกันที่เมืองซวิ่นเฟิง
อย่าลืมมาหาพวกเรานะ ถ้ามีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลืออะไร ก็มาหาพวกเราได้…”
“ท่าน… คุณตา… ลาก่อนครับ”
จ้าวอู่เจียงอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนคำเรียกเป็นคุณตา
เซวียนหยวนซวิ่นพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวจากไปด้วยท่าทางเหงา ๆ ร่างของเขาหายวับไปในความมืดของราตรี
สายลมราตรีเริ่มพัดพาอีกครั้ง แสงดาวเริ่มส่องประกายตกลงมา ในความเงียบสงัดเสียงแผ่วเบาละเอียดอ่อนก็เริ่มแพร่กระจาย
ทุกสิ่งดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
หลิวเหม่ยเอ๋อร์มองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสงสัย แต่กระนั้นนางก็ไม่ได้ถามอะไร เพียงแค่เม้มปากแน่น และค่อย ๆ จับมือจ้าวอู่เจียงไว้อย่างอ่อนโยน มอบความอบอุ่นเท่าที่นางจะให้ได้
นางรู้สึกว่าจ้าวอู่เจียงดูเหมือนจะเผชิญกับเรื่องใหญ่มาก ๆ จนทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอน