ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1697 ถ้าเต็มใจก็คือคุ้มค่า
บทที่ 1697 ถ้าเต็มใจก็คือคุ้มค่า
“ผมขอตรวจร่างกายใหม่” จ้าวอู่เจียงส่งกล่องกลไกขนาดเท่าฝ่ามือให้กับเจ้าหน้าที่ เงินข้างในนั้นได้มาจากต้าคุนผู้ร่ำรวยจนเงินทะลักออกมา เขาต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยอะลุ่มอล่วยให้หน่อย
“อาจจะมีปัญหาเล็กน้อยกับผลการตรวจ หรือไม่ก็อาจจะหยิบผลตรวจผิดก็เป็นได้ รบกวนช่วยตรวจใหม่อีกครั้งด้วยครับ”
นัยของจ้าวอู่เจียงชัดเจนมาก เขาต้องการรายงานที่ระบุว่าเขามีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่ดินแดนแห่งกาลเวลา
การมีคุณสมบัติหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียว เขาคิดว่าตัวเองยังพอจะมีความพิเศษอยู่บ้าง ถ้าหากว่าตอนที่เข้าใกล้ดินแดนแห่งกาลเวลา เขาเกิดรู้สึกว่ามันอันตรายมากจนถึงขั้นเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ตอนนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที
“น้องชาย ฉันไม่รู้ว่าทำไมนายถึงอยากจะเข้าไปให้ได้ นี่มันเรื่องเป็นเรื่องตายนะ”
เจ้าหน้าที่เตือนด้วยความหวังดีให้กับจ้าวอู่เจียงในขณะเดียวกันเรื่องแบบนี้วันนี้เขาก็เจอมาไม่ใช่ครั้งแรก ถือว่าชินแล้ว เขาเพียงแต่เสริมอีกประโยคว่า “แล้วที่นี่ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันคนเดียว ยังมีคนอื่นอีกหลาย”
จ้าวอู่เจียงฟังออกถึงนัยที่ซ่อนอยู่ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องการเงินเพิ่ม แค่ให้ยอมผ่อนปรนหน่อย เขาก็ยอมรับได้ ดังนั้นเขาจึงล้วงกล่องกลไกเล็ก ๆ ออกมาอีกสองอัน แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่
“พี่ชาย ช่วยหน่อยนะครับ”
เจ้าหน้าที่เอียงตัวบังสายตาคนอื่น รับกล่องกลไกมา มองดูเล็กน้อย แล้วยิ้มพูดว่า “ดูนายก็รู้เลยว่าจริงใจมากแค่ไหน พอดีฉันก็เป็นคนใจอ่อนเสียด้วยสิ
เรื่องนี้น่ะ บางทีอาจจะผิดพลาดจริง ๆ ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะให้พวกเขาตรวจดูใหม่ นายรอก่อนนะ”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็เดินกลับมาพร้อมยื่นรายงานการตรวจร่างกายฉบับใหม่ให้เขา
“น้องชายดูอันนี้อีกทีนะ แต่ฉันยังแนะนำให้เลิกล้มความตั้งใจนี้ดีกว่า อย่าไปฝืนโชคชะตาเลย ไม่มีเหตุผลอะไรที่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นหรอก…”
จ้าวอู่เจียงรับรายงานการตรวจร่างกายฉบับใหม่มา เมื่อเห็นว่าได้รับการอนุมัติแล้ว เขาก็ยิ้มน้อย ๆ
“ขอบคุณพี่ชายครับ”
เจ้าหน้าที่เบ้ปากและยักไหล่
พูดดี ๆ ก็เตือนคนที่อยากตายไม่ได้ เขาก็รับสินบนมาแล้ว เตือนก็เตือนแล้ว ทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว ช่วยไม่ได้ คนมากมายเร่งรีบจะไปตาย
จ้าวอู่เจียงหมุนตัวเดินจากไป มุ่งหน้าไปยังจุดลงนามสุดท้าย
เมื่อถึงจุดลงนาม พอถึงคิวของเขา เจ้าหน้าที่รับรายงานการตรวจร่างกายไป ชำเลืองมองอย่างไม่ใส่ใจแล้วพูดเรียบ ๆ “รายงานของคุณนี่… มีปัญหานิดหน่อยนะ…”
จ้าวอู่เจียงยังคงรักษารอยยิ้มอ่อนโยนไว้บนใบหน้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่สนใจวิธีการขูดรีดเงินของเจ้าหน้าที่ เขาทำเพียงยื่นเงินก้อนหนึ่งไปให้
“โอ้ รู้ความดีนี่” เจ้าหน้าที่รับเงินโดยไม่ปิดบังอะไรเลย ด้วยงานตำแหน่งนี้เขาต้องฝากฝังเส้นสายมากมายกว่าจะได้มา เขาหาเงินทุนคืนบ้างก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่นา
เขาหยิบเอกสารใหม่ออกมายื่นให้จ้าวอู่เจียง “เซ็นได้เลย”
“แต่ขอแจ้งให้ทราบก่อน เมื่อเซ็นเอกสารแล้ว ชีวิตถือว่าเป็นเรื่องของโชคชะตา ทางการจะไม่รับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นข้างใน หากเกิดอุบัติเหตุจะไม่มีการจ่ายค่าชดเชยใด ๆ”
“พวกเราได้เตือนแล้ว ไม่แนะนำให้คุณเข้าไป แต่คุณมีอิสระที่จะตัดสินใจ ขอให้คิดให้ดี คิดให้รอบคอบก่อนเซ็น”
“ไม่มีการคืนเงิน”
จ้าวอู่เจียงจับปากกาขีด ๆ เขียนลายมือเป็นตัวอักษรสวยงามราวกับมังกรและหงส์กำลังบิน
“ลายมือเล็ก ๆ ของนายนี่ เขียนคล่องดีนะ ตัดสินใจเด็ดขาดถึงขนาดนี้เลย?”
เจ้าหน้าที่ประทับตราปั๊บ ๆ แล้วส่งเอกสารเข้าไปในเครื่องที่ดูคล้ายเครื่องย่อยกระดาษ จากนั้นเครื่องก็พ่นบัตรใหม่ออกมา บนบัตรเต็มไปด้วยลวดลายดวงดาว
“เก็บให้ดี นี่คือบัตรผ่านของคุณ”
จ้าวอู่เจียงรับบัตรผ่านมาพลางกล่าวอย่างสุภาพว่า
“ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็นไร” เจ้าหน้าที่ตอบกลับอย่างสุภาพ แล้วเตือนอีกประโยค
“แต่ก่อนที่คุณจะเข้าไปในพื้นที่นั้น คุณยังมีโอกาสเปลี่ยนใจเป็นครั้งสุดท้าย”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า ถือบัตรผ่านแล้วเดินจากไป
หลังจากเดินวนไปมาหลายรอบ ผ่านเขตปิดกั้น เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวพิเศษแห่งนี้ เขาก็หยุดฝีเท้าลง
“รู้สึกอย่างไรบ้าง?” ผู้ทรงพลังที่ทำหน้าที่เฝ้าด่านสุดท้ายถามตามระเบียบ
จ้าวอู่เจียงรู้สึกแปลก ๆ สัญชาตญาณบอกเขาว่า การก้าวเข้าไปในดินแดนพิเศษทางกาลเวลานี้อันตรายยิ่งนัก เป็นอันตรายที่ไม่มีที่มา มีแค่ลางสังหรณ์ เป็นเพียงสัญชาตญาณเท่านั้น
เขาส่ายหน้า สื่อความหมายว่าไม่ค่อยดีนัก
ผู้ทรงพลังที่อยู่เวรยิ้มพลางกล่าวว่า “ถ้ารู้สึกไม่ดี นายยังมีโอกาสเปลี่ยนใจครั้งสุดท้าย”
ทางการตั้งข้อจำกัด แต่ก็ไม่ได้ห้ามประชาชนเข้าไปเสียทีเดียว จริง ๆ แล้วคนที่ฉลาดหน่อยก็พอจะมองออกว่า ทางการกำลังจะใช้ประชาชนเป็น ‘หนูทดลอง’ เท่านั้นเอง
แต่จะใช้เลยก็ไม่ได้ ขั้นตอนด้านมนุษยธรรมก็ต้องมีไว้บ้าง
“ขอบคุณครับ”
จ้าวอู่เจียงกล่าวขอบคุณ เขามีเหตุผลที่ต้องเข้าไปให้ได้ ถึงจะอันตรายแค่ไหน เขาก็จะเข้าไปโดยไม่ลังเล
เรื่องราวในโลกนี้ แบ่งเป็นอยากทำหรือไม่อยากทำ และคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า
ในใจเขา ขอแค่เขาเต็มใจ นั่นก็คุ้มค่าแล้ว!
เขาเต็มใจที่จะเสี่ยงเพื่อคนสำคัญ นั่นก็คุ้มค่าในตัวมันเอง
ไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่า แต่เป็นคนที่คุ้มค่า!
อ๋อ เขาลืมไป เสี่ยวไป๋ไม่ใช่คน แต่เป็นหมาป่า…
มันเป็นเพื่อนที่เคยเดินผ่านช่วงเวลาแห่งการล่มสลายของราชวงศ์ต้าเซี่ย เคยผ่านสถานการณ์ที่ลึกลับน่าหวาดกลัว ผ่านภัยพิบัติที่โถมทับโลก เดินทางเข้าไปในยุคโบราณอันไกลโพ้นมาด้วยกัน ก่อนที่มันจะเดินเข้าสู่พายุหิมะ และไม่เคยได้เดินกลับออกมาอีกเลย
ตอนนี้เขาจะไปรับมันกลับ ‘บ้าน’