ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1696 ไม่มีคุณสมบัติ
บทที่ 1696 ไม่มีคุณสมบัติ
“อะไรนะ? ทำไมเสี่ยวหลีถึงอยากไปดูดินแดนตรงนั้นกะทันหันล่ะ?” ผู้นำตระกูลโม่ได้รับรายงานจากโม่หรานหร่านรู้สึกกังวล
“ตอนนี้ดินแดนแถบนั้นมีคนพลุกพล่านปะปนกันไปหมด ทุกคนต่างอยากลองเข้าไปแสวงหาโชคลาภ แม้เสี่ยวหลีจะไม่เข้าไปข้างใน แต่ก็ไม่ปลอดภัยสำหรับเธออยู่ดี
หรานหร่าน ลูกควรรู้ว่าน้องสำคัญต่อตระกูลโม่แค่ไหน ลูกไม่ได้ห้ามน้องเหรอ?”
“ฉันพยายามห้ามแล้วค่ะ” โม่หรานหร่านพูดเสียงเครียด
“แต่เสี่ยวหลีอยากไปดู ฉันเองก็ลองคิดดูแล้ว มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย
เสี่ยวหลีเป็นรากฐานของตระกูลโม่ พวกเราต้องปกป้องเธอไว้ก็จริง
แต่เพราะเป็นรากฐาน ฉันคิดว่าถึงอย่างไรก็ควรต้องผ่านความเสี่ยงบ้าง
ไม่เช่นนั้นถ้าเธอทนความเสี่ยงไม่ได้เลย ก็คงไม่สามารถรองรับการพัฒนาของตระกูลโม่ได้
อีกอย่าง นี่เป็นโอกาสในการทดสอบคนนอกด้วย ทดสอบว่ามีคนนอกรู้ถึงความสำคัญของเสี่ยวหลีหรือไม่ และในขณะเดียวกันก็เป็นการตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากการกวาดล้างตระกูลโม่ว่ายังมีสายลับแฝงตัวอยู่ในตระกูลโม่ของเราหรือไม่”
“ถ้าเกิดมีเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา…” ผู้นำตระกูลโม่ขมวดคิ้ว
โม่หลีใช้กระแสพลังขัดจังหวะคำพูดของผู้นำตระกูลเป็นครั้งแรก
“ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น นั่นก็แสดงว่าการเตรียมการของตระกูลโม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีช่องโหว่มากเกินไป จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข
แค่การออกไปข้างนอกครั้งเดียวของเสี่ยวหลียังปกป้องไม่ได้ แล้วจะพิสูจน์อะไรได้อีก?
ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องเปลี่ยนแปลง
หากจะก้าวไปข้างหน้า ก็ต้องกล้าเผชิญความเสี่ยง ต้องค้นพบความเสี่ยงล่วงหน้า อย่ารอให้ความเสี่ยงมาถึงจนรับมือไม่ไหวแล้วพ่ายแพ้ยับเยิน”
“ฉันจะลองคิดดูอีกที แล้วจะปรึกษากับผู้มีอำนาจตัดสินใจคนอื่น ๆ” ผู้นำตระกูลโม่จมอยู่ในห้วงความคิด
“พ่อคะ!” โม่หรานหร่านเอ่ยเสียงหนักแน่น
“พึ่งภูเขา ภูเขาก็พังได้ พึ่งคน คนก็จากไปได้ ข่าวเช้านี้บ่งบอกแล้วว่าตระกูลอวี้และคนที่อยู่เบื้องหลังตระกูลอวี้จะปรากฏตัวต่อสายตาทุกคนในอนาคต
ตระกูลโม่ของเราพึ่งพาตระกูลอวี้ไม่ไปตลอดไม่ได้ หลายเรื่องต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้า!
เสี่ยวหลีอยากไปยังดินแดนนั้น อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญ เราต้องกล้าเสี่ยง ต้องแสดงให้เห็นความสามารถในการปกป้องเธอ หลังจากประสบความสำเร็จ เราก็จะสามารถแยกตัวจากตระกูลอวี้และผงาดขึ้นมาได้โดยเร็ว!”
ผู้นำตระกูลโม่ถอนหายใจยาว ครุ่นคิดถึงคำพูดของโม่หรานหร่านอย่างจริงจัง
ผู้คนที่ต้องการจะไปยังบริเวณใกล้ดาวเทียนหลางและดาวเทียนหวังซึ่งเป็นพื้นที่ของดินแดนแห่งกาลเวลาที่กำลังวุ่นวายนั้นมีมากมายเหลือเกิน
จ้าวอู่เจียงขับยานอวกาศท่องไปในห้วงอวกาศ พบเจอยานอวกาศมากมายที่มุ่งหน้าไปทางเดียวกัน
ปัจจุบัน บริเวณรอบนอกของดินแดนแห่งกาลเวลาได้ถูกทางการอาณาเขตพันดาราส่งคนมาตั้งด่านสกัดกั้น เพื่อสกัดประชาชนทั่วไปและผู้ที่มีกระแสพลังที่ต้องการเข้าใกล้
แต่ถึงจะมีการสกัดกั้น ทางการก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ผู้คนเข้าใกล้เลยทีเดียว
เพียงแต่หากต้องการเข้าใกล้ จำเป็นต้องรายงานตัว ผ่านการตรวจร่างกาย และลงนามในเอกสารพิเศษบางอย่าง หากทั้งสามอย่างผ่านการรับรอง ทางการจะไม่ขัดขวาง
สถานที่ตรวจร่างกายและลงนามในเอกสารอยู่ที่สถานีอวกาศชั่วคราวแห่งหนึ่งในอวกาศไม่ไกลจากดาวเทียนหลาง
ปัจจุบัน ด้านนอกสถานีอวกาศชั่วคราวมียานอวกาศและเรือรบจอดอยู่ไม่น้อย
จ้าวอู่เจียงมีเป้าหมายชัดเจน หลังจากได้ใบอนุญาตผ่านเข้าดินแดนแห่งกาลเวลาแล้ว เขาจะเข้าไปค้นหาเสี่ยวไป๋ทันที
ตอนนี้แถวคนที่มารายงานตัวยาวมาก เพราะคนที่ต้องการเข้าดินแดนแห่งกาลเวลามีไม่น้อยเลย
เดิมทีจ้าวอู่เจียงตั้งใจจะรอ แต่ในใจก็เป็นห่วงเสี่ยวไป๋มาก เขาจึงจำต้องใช้เส้นสายความสัมพันธ์ ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยให้เขาแซงคิวไปรายงานตัวก่อน
หลังจากนั้นเขารีบไปยังจุดตรวจร่างกายทันที ใช้วิธีเดียวกันในการขอความช่วยเหลือ มอบผลประโยชน์บางอย่างให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ได้แซงคิวหลายตำแหน่งในการตรวจร่างกาย
หลังการตรวจร่างกาย จ้าวอู่เจียงอดทนรอผลตรวจ
พูดให้ถูกต้องคือ ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอดทนรอ เพราะมีเจ้าหน้าที่ทางการคอยขวางอยู่ เขาไม่สามารถบุกฝ่าเข้าไปได้
ไม่นานผลตรวจก็ออกมา ผลปรากฏว่าไม่ผ่าน หัวใจของจ้าวอู่เจียงจมดิ่ง เขาถามถึงสาเหตุ
เจ้าหน้าที่บอกเขาอย่างเรียบเฉยว่า หลังการตรวจสอบพบว่าสภาพร่างกายของเขา เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมพิเศษของดินแดนแห่งกาลเวลาจะได้รับความเสียหายร้ายแรงทันทีที่เข้าไป เขาจะตายทันที โดยที่อวัยวะภายในจะไม่ทันเสื่อมสภาพด้วยซ้ำ
สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ทางการไม่ได้ขัดขวางประชาชน แต่ก็จะไม่ปล่อยให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปตาย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีการตรวจร่างกาย แทนที่จะให้ทุกคนเพียงแค่เซ็นหนังสือสละสิทธิ์แล้วปล่อยให้เข้าไป