ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1708 จิตใจมนุษย์ มีไว้เพื่อการคำนวณ
บทที่ 1708 จิตใจมนุษย์ มีไว้เพื่อการคำนวณ
ทุกคนไม่คิดว่าสถานการณ์ที่ตึงเครียดจะคลี่คลายเร็วขนาดนี้ เพราะการมาถึงและการกระทำของจ้าวอู่เจียง
ในที่สุดพวกเขาก็จะได้รับพลังการกลืนกิน
“ตอนนี้รีบสร้างแนวป้องกันทันที เพื่อขัดขวางไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ และสร้างเวลาให้พวกเรา!” เทพปีศาจจ้าวอู่เจียงเริ่มยุยงปลุกปั่น อีกครั้ง แสดงท่าทางร้อนใจเป็นห่วงทุกคน พร้อมกับนำน้ำยาวิวัฒนาการทั้งหมดที่เขาเก็บรวบรวมมาตลอดระยะเวลานี้ออกมา
“โฮ่ง…”
เขาโยนกล่องกลไกสามกล่องลงตรงหน้าเสี่ยวไป๋
“คุณหมาป่าครับ นี่คือน้ำยาวิวัฒนาการที่ผมสะสมไว้ ขอแลกกับพลังการกลืนกินครับ”
หลายคนเริ่มใช้พลังของตัวเองสร้างตราผนึกให้กับพื้นที่ดินแดนแห่งนี้
จ้าวอู่เจียงสมัครใจมอบของของตนเอง เป็นตัวอย่างให้ทุกคนเห็น บ่งบอกว่าทุกคนสามารถแสดงความจริงใจได้แล้ว
ตอนนี้เขาหวังว่าจะมีใครสักคนออกมาคัดค้านเขา เพื่อที่เขาจะได้มีวิธีรับประกันว่าคนอื่น ๆ จะไม่ตระหนี่ถี่เหนียวของตัวเอง และพากันใจกว้างมอบของมาแลกกับพลังการกลืนกิน
เขาจะได้กำไรอย่างงามจากเรื่องนี้
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา จางเต้าเซิงก็เอ่ยเสียงเยาะหยันตามที่เขาคาดการณ์ไว้
“แค่น้ำยาวิวัฒนาการเท่านี้ นายก็คิดจะแลกพลังการกลืนกิน? นายรู้หรือเปล่าว่า…”
“หากคนหลายคนรวมพลังกัน เปลวไฟย่อมลุกโชน!!!” จ้าวอู่เจียงดูเหมือนจะโกรธมาก เขาพูดเสียงเย็นตัดบทคำพูดของจางเต้าเซิง แต่ในใจกลับยกนิ้วโป้งให้จางเต้าเซิง
การเยาะเย้ยของจางเต้าเซิง ทำให้แผนลับของเขาประสบความสำเร็จ
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“นายคิดจะทำอะไร? ปั่นราคา…”
จ้าวอู่เจียงยังพูดไม่จบว่าปั่นราคาอะไร แต่ทุกคนต่างเข้าใจความหมาย จางเต้าเซิงก็ชะงักค้าง จ้าวอู่เจียงทำให้เขาตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง
ทุกคนเข้าใจความหมายของจ้าวอู่เจียง แต่ต่างเก็บความเงียบอย่างรู้กัน
พลังกลืนกินไม่อาจถูกครอบครองโดยคนเพียงคนเดียว ในเมื่อทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนมีโอกาสได้รับ ทำไมไม่แบ่งมูลค่าของพลังกลืนกินให้ทุกคนล่ะ?
จำเป็นด้องให้แต่ละคนมอบของล้ำค่าที่มีค่าเท่ากับพลังกลืนกินด้วยหรือ?
แค่ทุกคนรวมของมีค่าที่มีมูลค่าเท่ากับหรือสูงกว่าพลังกลืนกิน ก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?
แบบนี้ทุกคนก็จะได้พลังกลืนกินที่มีค่ามหาศาลด้วยค่าใช้จ่ายไม่มาก นี่มันเรื่องดีมากเลยนะ!
กลยุทธ์ของจ้าวอู่เจียงที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกคนนี้ ช่างเป็นวิธีที่เข้าถึงจิตใจทุกคนจริง ๆ!
คงไม่มีใครไม่อยากได้ผลประโยชน์แบบนี้หรอกใช่ไหม?
ไม่มีแน่ ๆ ใช่ไหม?
หลังจากที่จ้าวอู่เจียงพูดจบ จางเต้าเซิงก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป เขาพยักหน้าและยอมรับความคิดของจ้าวอู่เจียงเป็นครั้งแรก
“พูดมาก็มีเหตุผล”
เขาที่ปกติหยิ่งทะนงนักหนา ครั้งนี้กลับถูกคนนอกทำให้ยอมจำนนเป็นครั้งแรก ถึงขนาดรู้สึกนับถือในความใจกว้างของจ้าวอู่เจียงที่สามารถคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกคนในสถานการณ์เช่นนี้
สุ่ยปิงเอ๋อร์จ้องมองจ้าวอู่เจียงนิ่ง ไม่ปิดบังความชื่นชมของตัวเอง เธอพบว่าในการพบปะอันสั้น ๆ นี้ จ้าวอู่เจียงสามารถทำให้จิตใจเธอไหววูบได้หลายครั้ง เขามีเสน่ห์ทางบุคลิกภาพที่โดดเด่น
ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาที่พอเหมาะพอดี หรือการจัดการเรื่องต่าง ๆ ล้วนแสดงถึงความเป็นผู้นำที่ไม่ธรรมดา
เธอชอบผู้ชายที่มีเสน่ห์ความเป็นผู้นำ ทั้งแข็งแกร่งและอ่อนโยนในคนเดียวกัน
จ้าวอู่เจียงนี่มันสุดยอดจริง ๆ ฉันจะร้องไห้ตายแล้ว! คนอื่น ๆ อีกไม่น้อยรู้สึกซาบซึ้ง อยากจะยกให้จ้าวอู่เจียงเป็นพ่อแม่คนที่สอง
รู้ว่าพวกเขามีทรัพยากรไม่มาก ก็ช่วยต่อรองโควตาพลังดูดกลืนให้ แถมยังคิดถึงพวกเขา ทำให้ได้พลังดูดกลืนด้วยการลงทุนที่น้อยลง
การกระทำแบบนี้ ทำให้พวกเขายิ่งเชื่อใจจ้าวอู่เจียงมากขึ้น
พวกเขาก็เคยคิดว่าจ้าวอู่เจียงอาจจะหลอกลวงพวกเขา แต่พอคิดแบบนั้นขึ้นมา ตัวเองก็รีบแก้ต่างให้จ้าวอู่เจียงทันที
จ้าวอู่เจียงไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อน จะหวังอะไรจากพวกเขาได้?
จะหวังความจนของพวกเขา? หวังกระแสพลังอันน้อยนิดของพวกเขา? หรือจะหวังร่างกายของพวกเขา?
จ้าวอู่เจียง “เยี่ยมมาก!”
พวกเขาเริ่มควักกระเป๋าอย่างใจกว้าง นำสมบัติล้ำค่าที่เก็บสะสมมาตลอดออกมามอบให้หมาป่าขาวใหญ่ เพื่อแสดงความจริงใจของตัวเอง
บางคนถึงกับรู้สึกเกรงใจ จึงหยิบของออกมาให้เพิ่มอีก
จ้าวอู่เจียงมองภาพตรงหน้าด้วยความปลื้มใจ เขาประสานมือไว้ด้านหลัง ทำท่าทางเหมือนผู้อาวุโสที่เมตตา
คนดีรักเงินทอง แต่ต้องได้มาอย่างถูกทำนองคลองธรรม
แม้เขาจะเคยพูดเล่นว่าตัวเองเป็นคนดี แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้เป็นคนดีอะไร เขาไม่จำเป็นต้องพูดถึงคุณธรรมใด ๆ
การที่เขาเรียกเก็บเงินจากทุกคนโดยตั้งใจลดจำนวนที่แต่ละคนต้องจ่าย ไม่ใช่เพราะความเมตตาในใจเขา
เมื่อคนพวกนี้ไล่ล่าเสี่ยวไป๋จนถึงขั้นทำร้ายเสี่ยวไป๋ เขาก็ไม่มีทางเมตตาพวกนี้มากเกินไปได้
ถ้ามีความเมตตา นั่นก็ไม่ใช่ความเมตตา แต่เป็นความโง่ ความเขลา ความจอมปลอม
เหตุผลที่เขาทำแบบนี้ ประการแรก เพื่อให้ทุกคนเต็มใจควักกระเป๋า โดยไม่รู้สึกเจ็บใจจนคิดมากไป
ประการที่สอง แต่ละคนจ่ายไม่มาก ไม่ถึงจุดที่ทนไม่ไหว หากความจริงถูกเปิดเผย คนส่วนใหญ่จะเลือกประนีประนอม ไม่ถึงขั้นต้องสู้ตายเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ทำให้เขาและเสี่ยวไป๋มีเรื่องยุ่งยากน้อยลง
ปรากฏการณ์แบบนี้ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่
วิธีการแบบนี้มักถูกคนไม่ดีนำไปใช้หลอกลวงคนซื่อ ๆ
การเสียเปรียบเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ปล่อยมันผ่านไป อยากจะยุติเรื่องราวให้สงบ ไม่อยากหาเรื่องยุ่งยาก ส่วนใหญ่ก็จะกลืนกินความขมขื่นเอาไว้
จ้าวอู่เจียงที่เจ้าเล่ห์เหมือนปีศาจ อีกครั้งที่เขาคำนวณจิตใจคนได้อย่างแม่นยำ โชคดีที่เขาผ่านโลกมามาก จิตใจจึงมีฝุ่นผงเกาะกำบังอยู่บ้าง
ไม่รู้สึกเจ็บปวด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อศัตรู