ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1717 ฟ้าและน้ำค้าง
บทที่ 1717 ฟ้าและน้ำค้าง
โลกใบนี้เป็นดั่งสระน้ำในฤดูใบไม้ร่วง
น้ำในสระไม่มีที่สิ้นสุด ผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาล
ดอกบัวจำนวนมากเบ่งบานอยู่บนผิวน้ำ บานชูช่อปกคลุมท้องฟ้าจนมืดครึ้ม
บนผิวน้ำมีใบบัวแผ่นหนึ่งลอยอยู่ และบนใบบัวนั้นมีจิ้งจอกนอนอยู่
ขนของจิ้งจอกมีสีม่วงเข้มแซมด้วยสีแดง ส่วนขนที่ขาทั้งสี่และข้อเท้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว ดูราวกับเมฆสีม่วงที่เหยียบย่ำบนหิมะ
จิ้งจอกหลับสนิท ดวงตาปิดสนิท ไม่ขยับเขยื้อน พลังปีศาจสีม่วงแดงราวกับหมอกลอยวนเวียนเข้าหาร่างของมัน
เสียงน้ำดังซู่ซ่า เงาสีขาวผุดขึ้นจากผิวน้ำแล้วดำดิ่งลงไปอีกครั้ง คล้ายดั่งมังกรล่องลอย
จู่ ๆ มีเสียงดังสวบ เมื่อเงาขาวโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง กลับเป็นหัวของหมาป่า
ขนของหมาป่าขาวเปียกชุ่มแนบติดลำตัว เส้นสายบนใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยกาลเวลา มันเป็นหมาป่าชรา
หมาป่าชราส่งเสียงครางเบา ๆ เสียงเพิ่งจะแผ่ออกไปแค่สามฉื่อรอบตัว มันก็รีบตีน้ำอย่างลนลานเพื่อกลบเสียงนั้น
มันไม่อยากรบกวนจิ้งจอกที่กำลังหลับสบาย
น้ำกระเพื่อมเบา ๆ เขี้ยวของหมาป่าแหวกผ่านสายน้ำ ระลอกคลื่นแผ่กระจาย หมาป่าชราว่ายน้ำมาถึงข้างใบบัวที่จิ้งจอกนอนอยู่
มันก้มศีรษะด้วยความเคารพ พึมพำคำสวดที่ฟังไม่ชัดเจนออกมาเบา ๆ
คำสวดเหล่านี้มาจากสองกระโจมที่ตั้งอยู่เชิงเทือกเขาเทียนซานตั้งแต่มันยังเล็ก มันได้ยินชนเผ่าเผ่าจินจางและเผ่าอวี้จางสวดมนต์อยู่บ่อย ๆ จนนานวันเข้ามันก็สามารถส่งเสียงหอนสวดได้สองสามประโยค
มันหวังว่าบุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางที่หลับใหลอยู่ในยามนี้จะฟื้นขึ้นมาเร็ว ๆ และอยู่เคียงข้างจ้าวอู่เจียง
เมื่อได้พบกับจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง มันสงบนิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
ไม่ใช่เพราะโลหิตร้อนที่กลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้ความรู้สึกจืดจางไป แต่เป็นเพราะมันแก่แล้ว ทุกการเคลื่อนไหวล้วนเต็มไปด้วยร่องรอยกาลเวลา ราวกับว่าความรู้สึกถูกบดบังไว้ จนดูไม่ชัดเจนดังเดิม
วันเวลาที่ร่างกายแข็งแรงและมีอายุยืนยาวได้ผ่านพ้นไปแล้ว สหายเก่าแก่ก็แยกย้ายกระจัดกระจาย และตายจากไป คงเหลือเพียงจ้าวอู่เจียง
ชายผู้นี้ที่มันถือว่าเป็นครอบครัว และเป็นคนที่สนิทที่สุด
หลังจากพบกันอีกครั้ง มันสังเกตเห็นได้โดยพลันว่าจ้าวอู่เจียงเปลี่ยนไป สภาพตอนนี้ซ่อนบาดแผลไว้ ดูเหนือธรรมชาติและตึงเครียดมากขึ้น
จ้าวอู่เจียงดูเหมือนจะไม่ใส่ใจอะไร แต่ภายใต้ท่าทางเบาสบายนั้น แท้จริงแล้วเขากลับตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา หากความตึงเครียดนี้ขาดสะบั้นลง ผลลัพธ์คงไม่อาจคาดเดาได้
บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดนี้ รวมถึงฮ่องเต้หญิงเซวียนหยวนจิ้งแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยด้วยเช่นกัน
แม้ในยามนี้มันจะไม่เห็นเซวียนหยวนจิ้งในโลกย่อยที่เกิดจากดอกบัวเต๋าของจ้าวอู่เจียง แต่มันรู้ว่านางคงประสบเคราะห์กรรมบางอย่าง
ก่อนที่มันจะเดินเข้าไปในพายุหิมะ หวังจะจบชีวิตในนั้น มันก็รู้สึกถึงบางอย่างแล้ว
ยามนี้เมื่อได้พบจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง แค่สัมผัสถึงสภาพของจ้าวอู่เจียง มันก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว
หากเซวียนหยวนจิ้งยังอยู่ในโลกนี้ จ้าวอู่เจียงคงไม่เป็นเช่นที่เป็นอยู่ในยามนี้
ยามที่อารมณ์พังทลาย การมีคนอยู่เคียงข้างกับการอยู่ตามลำพังนั้นเป็นสภาวะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
มันมีคำถามมากมายเหลือเกิน เหตุใดจ้าวอู่เจียงถึงกลายเป็นเช่นนี้ เขาไม่ได้วางแผนเอาไว้แล้วหรอกหรือ?
อนาคตไม่ควรจะตื่นขึ้นมาหรอกหรือ?
ทุกอย่างไม่ควรจะได้รับการแก้ไขแล้วหรอกหรือ?
หรือว่าจ้าวอู่เจียงแพ้แล้ว พ่ายแพ้ให้กับหายนะ?
แล้วเสี่ยวเนี่ยนเซี่ย ตู๋กูหมิงเยว่ พวกนางล่ะ?
ราชาผีและสตรีจากดินแดนลับเต๋อเหลียนล่ะ?
เวลานี้พวกเขาเหล่านั้นยังเป็นยุคโบราณอยู่หรือไม่?
ที่นี่คือที่ใดกันแน่ เหตุใดมันถึงมาปรากฏที่นี่ และเหตุใดจ้าวอู่เจียงก็มาปรากฏที่นี่ด้วยเช่นกัน คนพวกนั้นที่แต่งตัวประหลาด ๆ และถืออาวุธที่ทรงพลังมหาศาลคือใครกันบ้าง?
หมาป่าแก่ว่ายวนรอบใบบัว ขยับขาทั้งสี่ ในใจภาวนาว่าไม่ว่าจะอย่างไร ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแน่นอน
มันหวังเช่นนั้น มันเชื่อมั่นเช่นนั้น
ดังนั้นมันจึงเห่าหอนอย่างจริงใจอีกครั้ง หวังว่าบุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางจะดีขึ้น หวังว่าฮ่องเต้หญิงเซวียนหยวนจิ้งจะกลับมาอย่างราบรื่น
ฟองอากาศผุดขึ้นมาจากผิวน้ำ มันหัวเราะ
บางทีอาจเป็นเพราะมันแก่แล้ว ลืมไปว่าหลินหลางหาได้เป็นบุตรีแห่งสวรรค์แล้ว แต่ได้กลับมาเป็นหนึ่งในเทพธิดาของเผ่าจิ้งจอกชิงชิว และฮ่องเต้หญิงเซวียนหยวนจิ้งก็ไม่ได้เป็นฮ่องเต้หญิงอีกต่อไป ราชวงศ์ต้าเซี่ยได้ล่มสลายไปแล้ว
หรือมันอาจจะไม่ได้ลืม แต่กลับคิดถึงโลกใบเล็ก ๆ ในยามนั้น คิดถึงตัวมันเองที่เคยห้าวหาญ ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ควบม้าฝ่าสายลม คิดถึง…
จ้าวอู่เจียงที่เดินฝ่าพายุหิมะอันมืดมิด บุรุษผู็ที่แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนอิสระ ไม่มีใครสามารถรบกวนจิตใจได้
ท่ามกลางหิมะโปรยปรายอันกว้างใหญ่ไพศาล จ้าวอู่เจียงผู้ไร้คู่ต่อสู้ในโลกมนุษย์
แต่นั่นคือเมื่อวาน และเมื่อวานก็กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว…