ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1736 ห้ามทำอะไรไม่ดีนะ
บทที่ 1736 ห้ามทำอะไรไม่ดีนะ
เหตุที่เขารู้สึกถึงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ก็ต่อเมื่อเข้าใกล้โม่หลีเป็นเพราะความสงบนิ่งและความระแวดระวังต่อผู้อื่นที่อยู่ในตัวจิ้งเอ๋อร์ในตอนนั้น และเป็นสิ่งที่จะรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปใกล้ ๆ เท่านั้น
ตอนนี้ความน่ารักใสซื่อของสาวน้อยที่อยู่ในตัวสุ่ยปิงเอ๋อร์ ความร้อนแรงที่เปลี่ยนมาจากความเย็นชาเมื่อตกหลุมรัก และหัวใจที่เปิดรับเขา ก็เหมือนกับจิ้งเอ๋อร์ในตอนนั้นเช่นกัน… ต้องมีเพียงการตกอยู่ในห้วงรักเท่านั้นที่จะรู้สึกได้
นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขารู้ตัว ‘ช้า’ ในการค้นพบร่องรอยวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์
อืม… เป็นอย่างนี้นี่เอง
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงสั่นไหว ร่างที่กระโดดโลดเต้นของสุ่ยปิงเอ๋อร์เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาคิดไปมากมาย ถ้าการคาดเดาของเขาเป็นความจริง นั่นหมายความว่าวิญญาณส่วนอื่น ๆ ของจิ้งเอ๋อร์อาจปรากฏตัวมานานแล้ว เพียงแต่เขาไม่เคยสังเกตเห็น?
เช่นนั้นแล้วเขาพลาดอะไรไปบ้าง?
หรือว่าวิญญาณส่วนอื่น ๆ ของจิ้งเอ๋อร์ยังไม่ได้พบกับเขา แต่ถึงแม้จะพบกันในอนาคต เขาก็อาจสังเกตได้ยาก
จำเป็นต้องทำความรู้จักทุกคน ต้องเข้าไปสัมผัสพวกเธอให้ลึกซึ้งกว่านี้อย่างนั้นเหรอ?
“เป็นอะไรไป ฉันไม่สวยเหรอ?” สุ่ยปิงเอ๋อร์เห็นจ้าวอู่เจียงมีสายตาเหม่อลอยจึงค่อย ๆ หยุดฝีเท้า
ใบหน้างามแนบชิด ดวงตาสบกับดวงตาของจ้าวอู่เจียงปลายจมูกแตะเบา ๆ กับปลายจมูกของจ้าวอู่เจียงท่าทางซุกซน
จ้าวอู่เจียงจ้องมองดวงตาเป็นประกายของสุ่ยปิงเอ๋อร์ ม่านตาสีน้ำตาล เขานึกถึงเนื้อเพลงบทหนึ่งขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
ตอนที่กอดเธอจากด้านหลัง เขากลับคาดหวังที่จะเห็นใบหน้าของเธอคนนั้น
เขาจ้องมองดวงตาของสุ่ยปิงเอ๋อร์ ราวกับเห็นความรู้สึกอันร้อนแรงในยามที่จิ้งเอ๋อร์เคยจ้องมองเขา
“หอมไหม?” สุ่ยปิงเอ๋อร์เอียงใบหน้าน้อย ๆ แนบแก้มข้างซ้ายเข้าใกล้ริมฝีปากของจ้าวอู่เจียง
“ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ…”
สุ่ยปิงเอ๋อร์เปลี่ยนชุดใหม่ สวมชุดกระโปรงยาวลายดอกไม้สีฟ้าอ่อน ผมยาวสีฟ้าน้ำรวบเป็นหางม้าอย่างเรียบง่าย ปล่อยสยายยาวถึงสะโพก
ตอนนี้เมื่อเธอเอียงใบหน้าจูบริมฝีปากของจ้าวอู่เจียงเส้นผมก็แกว่งไหวตาม ส่งกลิ่นอายแห่งความบริสุทธิ์และร่าเริง
“ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ?”
เห็นจ้าวอู่เจียงยังไม่ตอบ สุ่ยปิงเอ๋อร์ทำปากบึ้ง เอาหน้าผากแนบชนกับหน้าผากของจ้าวอู่เจียงดันเบา ๆ แสดงท่าทางเหมือนสาวน้อยที่ทั้งน่ารักและซุกซน
“ฉันอยากมองดูเธอเงียบ ๆ” จ้าวอู่เจียงมองด้วยแววตาอ่อนโยน กลิ่นหอมชื้น ๆ จากตัวสุ่ยปิงเอ๋อร์โชยมาเตะจมูกเขา เขาโอบเอวบางของเธออย่างเบามือ
พูดไม่ได้ว่ารัก แค่รู้สึกผิดบางอย่าง แต่พูดไม่ได้ว่ารู้สึกผิด ราวกับว่าเริ่มชอบเธอขึ้นมานิดหน่อย
สุ่ยปิงเอ๋อร์นั่งลงบนตักของจ้าวอู่เจียง แขนเรียวที่หอมกรุ่นโอบรอบคอเขา แล้วแนบหน้าผากชนกับหน้าผากของเขา ดวงตาเป็นประกายดั่งสายน้ำจ้องมองเขาอย่างลึกซึ้ง
“งั้นฉันก็จะมองดูคุณแบบนี้เหมือนกัน”
ในห้องที่แสงไฟไม่สว่างนัก ทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันเงียบ ๆ ผมหน้าม้าที่ระอยู่บนหน้าผากของสุ่ยปิงเอ๋อร์ไหวเบา ๆ ในเงาระหว่างใบหน้าของทั้งคู่
ใต้แสงไฟมองเห็นดวงตาของสุ่ยปิงเอ๋อร์ไม่ชัดนัก ขนตายาวของเธอสั่นไหว
เวลานี้ราวกับยามเย็นวันหนึ่งในอดีตอันแสนไกล ในช่วงเวลาที่หลายสิ่งกำลังจะจบลง ที่หน้าต่างบานหนึ่งในตำหนักหย่างซิน เซวียนหยวนจิ้งแนบหน้าผากชนกับจ้าวอู่เจียงแบบนี้ ทั้งสองคุยกันเบา ๆ เสียงนุ่มนวลและแผ่วเบา
แสงอัสดงทาบทับร่างทั้งสอง ราวกับอาภรณ์สีแดงที่ไม่ทันได้สวมใส่
จ้าวอู่เจียงจูบลงบนแก้มของเซวียนหยวนจิ้ง เซวียนหยวนจิ้งเขินอายพลางเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อย แต่จ้าวอู่เจียงก็ตามไปจูบที่ริมฝีปากของนาง
ความทรงจำในอดีตทำให้สายตาของจ้าวอู่เจียงพร่าเลือน เขาถูกสุ่ยปิงเอ๋อร์จูบที่แก้ม เขาเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อย พลางเอ่ยคำขอโทษออกมาจากใจจริง
“ทำไมคุณถึงขอโทษฉันอีกแล้วล่ะ?” สุ่ยปิงเอ๋อร์ตามไปจูบที่ริมฝีปากของจ้าวอู่เจียง เธอจูบลึกซึ้งหนึ่งครั้ง
เมื่อผละริมฝีปากออก เธอยิ้มอย่างอ่อนหวาน
“อย่าบอกนะว่าฉันจูบคุณแล้ว แต่ในใจคุณยังคิดถึงผู้หญิงคนอื่นอยู่?”
จ้าวอู่เจียงเงียบไม่พูดอะไร
“นี่คุณคิดถึงผู้หญิงคนอื่นจริง ๆ เหรอ?” สุ่ยปิงเอ๋อร์ยกมุมปากขึ้น ยิ้มพลางแกล้งโกรธ
“ฉันจะโกรธแล้วนะ”
“ฉันโกรธแล้วนะ…”
เธอย้ำอีกครั้ง กอดจ้าวอู่เจียงแน่นขึ้น แนบชิดข้างหูของจ้าวอู่เจียงปล่อยลมหายใจอุ่น ๆ เข้าไปในหูของเขา
“ฉันโกรธจริง ๆ แล้วนะ…”
น้ำเสียงของเธอช่างนุ่มนวล อ่อนโยน และเย้ายวนใจ แม้จะบอกว่าโกรธ แต่น้ำเสียงและแววตากลับไม่มีแววโกรธเจือปนอยู่เลย
“คุณมีอดีตที่ไม่อาจบอกใคร…” สุ่ยปิงเอ๋อร์วางศีรษะพิงบนไหล่ของจ้าวอู่เจียงดวงตาพร่าเลือน
“แล้วยังกล้าคิดถึงผู้หญิงคนอื่นตอนอยู่กับฉันอีก”
“ทำฉันโกรธจนแทบบ้า”
น้ำเสียงของสุ่ยปิงเอ๋อร์อ่อนหวานเย้ายวนใจ ลมหายใจของเธอค่อย ๆ หนักขึ้น เธอหยุดชั่วครู่ แล้วน้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็นเอาแต่ใจอย่างที่สุด
“ไม่สนหรอกว่าจะจริงหรือเปล่า ตอนนี้ ณ เวลานี้ คุณเป็นของฉัน…”
“คุณจ้าวอู่เจียงในตอนนี้ คุณเป็นของสุ่ยปิงเอ๋อร์คนนี้!”
“คุณเป็นของฉัน!”
สุ่ยปิงเอ๋อร์กัดติ่งหูของจ้าวอู่เจียงโดยใช้แรง แต่ก็ไม่ได้แรงเกินไป ราวกับแมวน้อยป่า ทิ้งรอยฟันไว้ พลางพูดอย่างดุดัน
“ฉันอยากให้คุณจดจำฉันในตอนนี้ไว้ตลอดไป”
พอพูดจบ เธอก็กดไหล่ของจ้าวอู่เจียงลงอย่างแรง แล้วกดเขาลงบนเตียง
เธอมองลงมาที่จ้าวอู่เจียงจากด้านบน รอยยิ้มของเธอดูเย้ายวน ท่าทางทะนงตัว เธอห่อปาก สีหน้าหลากหลาย ทั้งยิ้มทั้งบึ้ง ทั้งน้อยใจทั้งโกรธ จากนั้นเธอค่อย ๆ เลิกชายกระโปรงของตัวเองขึ้น
ดวงตาโค้งเป็นรอยยิ้ม ในจังหวะที่ความงามกำลังจะเผยโฉม เธอก็ปล่อยมือทั้งสองข้าง ปล่อยให้ชายกระโปรงไหลกลับลงมา
เธอครางเบา ๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นมองดูจ้าวอู่เจียงอย่างดูแคลน จากนั้นจึงค่อย ๆ นั่งลงบนเอวของจ้าวอู่เจียง เมื่อโน้มตัวลงแล้ว เธอก็จ้องมองจ้าวอู่เจียงอย่างลึกซึ้ง อ่อนโยนดั่งสายน้ำ กัดริมฝีปากด้วยฟันขาว แต่น้ำเสียงกลับมีการเตือน
“ฉันกำลังอยู่ในช่วงปลอดภัย…”
“ฉันเตือนคุณแล้วนะ… ห้าม… ทำ… อะไร… ไม่ดี… นะ”