ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1742 ถึงเวลาแล้ว
บทที่ 1742 ถึงเวลาแล้ว
Trigger warning : อาการใคร่เด็ก (pedophilia), ความสัมพันธ์ร่วมสายเลือด (incest), การข่มขืน, การทำร้ายร่างกายในครอบครัว
ภายใต้แสงไฟสลัว เด็กหญิงวัยสามขวบครึ่งขดตัวอยู่ที่มุมเตียงเล็ก ๆ กอดตุ๊กตาผ้าที่แม่เย็บให้แนบอก
ตุ๊กตาผ้านี้ เธอมีหนึ่งตัว และพี่สาวก็มีหนึ่งตัวเช่นกัน
เสียงทะเลาะดังมาจากนอกห้อง ดูเหมือนว่าแม่กับพ่อกำลังทะเลาะกันอีกแล้ว
ที่บอกว่าทะเลาะ แท้จริงแล้วทุกครั้งเป็นการที่พ่อด่าทอและทุบตีแม่
แต่ครั้งนี้เธอได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธของแม่
“หรานหร่านเพิ่งหกขวบเท่านั้น!” เธอได้ยินแม่พูดแบบนั้น
จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงดังปัง ราวกับมีอะไรบางอย่างล้มลงอย่างแรง ตามมาด้วยเสียงสาปแช่งด้วยความโกรธของพ่อ และเสียงที่ค่อย ๆ อ่อนลง มันฟังดูเหมือนเสียงวิงวอน เสียงนั้นเหมือนกำลังบอกให้เธอกับพี่สาวรีบหนี
พี่สาวยืนอยู่ข้างประตูห้อง มองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มเล็กน้อย เฝ้าดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นข้างนอกอย่างเงียบ ๆ
“พี่คะ ๆ…” เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่ว่าในใจรู้สึกกังวลมาก เธอรู้สึกว่าควรจะออกไปดู
พี่สาวไม่ตอบ ผมสีเงินเข้มพลิ้วไหวหันกลับมา ยกนิ้วแตะริมฝีปาก ทำเสียง ‘ชู่’ เบา ๆ ให้เธอ
จากนั้นพี่สาวก็เปิดประตูเดินออกไป แล้วปิดประตูเบา ๆ
เธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดหัวใจของแม่ แล้วทุกอย่างข้างนอกก็เงียบลง
เวลาผ่านไปนานมาก พี่สาวก็ยังไม่กลับมา
เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ลุกขึ้นมาแล้ววิ่งเบา ๆ ไปที่ประตูห้อง เอาหัวแนบชิดประตูเพื่อฟังความเคลื่อนไหวด้านนอก
เงียบมาก แต่เธอได้ยินเสียงร้องไห้ของพี่สาวดังแว่ว ๆ
เธอค่อย ๆ เปิดประตูห้องอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นทุกอย่างนอกห้อง เธอก็ชะงักค้างอยู่กับที่
แม่นอนอยู่บนพื้น ใต้ร่างมีแต่แอ่งเลือด ตาเบิกกว้างจ้องเพดาน บนใบหน้ามีรอยบาดแผลเต็มไปหมด
ส่วนพี่สาว… เสื้อผ้าถูกถอดออกหมด ถูกพ่อบีบคอ กดร่างไว้ใต้ร่างของเขา
ตอนนั้นเธอรู้สึกกลัว
ตอนนี้เธอสะดุ้งตื่นจากความฝัน เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงอายุสามสี่ขวบอีกต่อไป เธออายุสิบเจ็ดแล้ว เธอฝันถึงเหตุการณ์ในวันนั้นอีกครั้ง เธอไม่ได้รู้สึกกลัว แต่รู้สึกขยะแขยง
ขยะแขยงพ่อ ขยะแขยงผู้ชาย รังเกียจ
ตอนเด็กเธอไม่เข้าใจ ทำไมพี่สาวถึงไม่หนี ถึงแม้จะหนียาก แต่ตอนนั้นก็ควรจะหนี ควรจะปิดประตูห้องไว้ไม่ใช่หรือ?
ทำไมถึงต้องเดินออกไป?
ภายหลัง เมื่อวิชาโบราณของเธอพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถหลบหนีเงื้อมมือปีศาจของพ่อได้ และถูกกักบริเวณอยู่ในตระกูลโม่เพื่อฝึกวิชา เธอถึงได้เข้าใจ
พี่สาวโม่หรานหร่านเดินออกไปเพื่อปกป้องเธอ
เธอไม่ได้เป็นอัจฉริยะที่ว่านั่นเลยสักนิด อัจฉริยะที่แท้จริงคือพี่สาว คือโม่หรานหร่านที่ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ตื่นพลังพิเศษที่มีแต่ผู้วิวัฒนาการระดับสูงเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง
พลังพิเศษนี้มีความสามารถในการถ่ายโอนและแลกเปลี่ยน
พี่สาวได้ถ่ายโอนพลังการฝึกฝนโบราณและพลังที่ได้มาจากที่อื่นให้กับเธอ โม่หลีถึงได้มีพัฒนาการด้านวรยุทธ์ที่รวดเร็ว กลายเป็นสาวน้อยผู้มีพรสวรรค์สูงส่งในสายตาของทุกคน
—
‘ผัวะ!’
หวังเฉวียนทุบแก้วเหล้าแตก กำเศษแก้วแน่น แล้วพุ่งแทงเข้าที่ด้านข้างลำคอของโม่ชุนอย่างรวดเร็ว
โม่ชุนถูกโม่หรานหร่านจับข้อมือขวาไว้ และยังถูกคำถามของโม่หรานหร่านทำให้จิตใจสั่นสะเทือน จึงไม่สามารถป้องกันการโจมตีครั้งนี้ของหวังเฉวียนได้ทัน
แต่เขาคิดไม่ออกว่าทำไมหวังเฉวียนถึงลงมือกับเขา
ไม่ใช่แค่โม่ชุนที่ไม่เข้าใจ แม้แต่หวังเฉวียนเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงแทงเศษแก้วเข้าไปในเนื้อของโม่ชุน
ใบหน้าของเขาแสดงความหวาดกลัว อยากจะปล่อยมือ แต่มือทั้งสองกลับกดเศษแก้วแน่น แล้วดันเข้าไปในลำคอของโม่ชุนอย่างสุดกำลัง ราวกับต้องการจะกรีดเส้นเลือดของโม่ชุน
โม่ชุนพยายามจะระดมพลัง แต่กลับพบว่าร่างกายของตัวเองอ่อนแรง ไม่สามารถระดมพลังได้เลยในตอนนี้เขาพลันตระหนักว่าตัวเองถูกวางยาพิษ
แขกเหรื่อคนอื่น ๆ ที่กำลังเริงสำราญอยู่ในที่นั้นต่างก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า บางคนพยายามจะหนีออกจากที่นี่ แต่บางคนกลับควบคุมตัวเองไม่ได้ วิ่งพุ่งเข้าหาโม่หรานหร่าน
โม่หรานหร่านค่อย ๆ ปล่อยมือขวาของโม่ชุน ยิ้มอย่างสดใสไร้เดียงสา แล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว
แขกเหรื่อที่เปลือยกายพุ่งเข้าใส่โม่ชุน เริ่มทั้งชก ทั้งเตะ
“ฉันรอวันนี้มานานแล้ว แต่ก่อนนี้พลังยังไม่พอ จังหวะยังไม่ใช่…”
โม่หรานหร่านมองดูโม่ชุนที่พยายามหลบหลีกไม่หยุด รอยยิ้มยิ่งดูงดงามน่าหลงใหล
“ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว”
“โม่หรานหร่าน!”
โม่ชุนพยายามหลบหลีกไม่หยุด แต่ก็ถูกแขกเหรื่อโจมตีไม่หยุด
เขาคิดไม่ออกว่าทำไมแขกพวกนี้ถึงได้ลงมือกับเขา และยิ่งคิดไม่ออกว่าตัวเองถูกวางยาได้อย่างไร
ความเป็นไปได้เดียวที่จะถูกวางยาก็คือในเครื่องดื่ม แต่เขาก็ระมัดระวังและตรวจสอบตอนดื่มแล้ว แล้วเขาถูกวางยาได้ยังไงกัน?
“ฉันไม่ได้ชื่อโม่หรานหร่าน…”
โม่หรานหร่านโบกนิ้วเบา ๆ ท่าทางสง่างาม ราวกับกำลังเล่นเปียโนในอากาศ บังคับให้แขกเหรื่อส่งผ่านพลังให้โม่ชุนอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่วิธีการส่งผ่านนั้นแปลกประหลาดอยู่บ้าง
เธอหยุดนิ้วชั่วครู่
“แม่ฉันชื่อเซี่ยเหอ ส่วนฉันชื่อ เซี่ย หร่าน ชิว”
‘ตึง!’
โม่ชุนถูกคนสองคนกระโดดขึ้นมาใช้ศอกฟาดลงที่กลางหลัง จนร่วงลงไปกองกับพื้นทันที