ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1743 การเสียสละคือสิ่งที่สมควร
บทที่ 1743 การเสียสละคือสิ่งที่สมควร
Trigger warning: การบรรยายฉากข่มขืน, การบรรยายฉากฆาตกรรมอย่างละเอียด, เนื้อหาทางเพศที่รุนแรง
โม่หรานหร่านไม่อยากใช้นามสกุลโม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนามสกุลโม่ของตระกูลนี้ในปัจจุบัน
เธอรู้สึกว่าแซ่โม่ (น้ำหมึก) ช่างน่าขยะแขยง สีที่มันเป็นตัวแทน ไม่ได้บริสุทธิ์เหมือนสีดำ ยิ่งไม่เหมือนสีขาวบริสุทธิ์ แต่เป็นสีความเน่าเหม็นของซากศพและความตาย
แสงสีม่วงอมเขียวที่แผ่ออกมาจากหมึก เหมือนรอยด่างและบาดแผลที่ไม่เคยหายบนร่างของศพ
หากใช้หมึกเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบันทึกชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเขม่าจากต้นสนหรือเขม่าน้ำมัน ก็ล้วนทำมาจากซากศพของต้นสนหรือซากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
การใช้แซ่ของตระกูลโม่นี้เพื่อบันทึกชีวิตของเธอ ทำให้เธอรู้สึกชีวิตว่าตัวเองเต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นของซากศพ ร่างกายของเธอมีกลิ่นเหมือนกับกลิ่นที่บรรยายไม่ได้ ตั้งแต่ตอนที่แม่ของเธอถูกฝังเมื่อหลายปีก่อน
รอยช้ำ สีม่วง สีดำ สิ่งเหล่านั้น เธอจะไม่มีวันลืม!
‘ตึง!’
แขกสองคนกระโดดขึ้นสูง แล้วใช้ศอกกระแทกลงบนกระดูกสันหลังของโม่ชุนอย่างแรง เสียงกระดูกแตกดังมา โม่ชุนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
“ฉันชื่อเซี่ยหร่านชิว” โม่หรานหร่านกล่าว
แขกทั้งหมดที่อยู่ในที่นั้นต่างมีสีหน้าหวาดกลัว พวกเขาไม่เข้าใจว่าตัวเองทำไมถึงต้านทานไม่ได้ แต่กลับถูกควบคุมให้โจมตีโม่ชุน
“หอมไหม?”
โม่หรานหร่านโบกนิ้วมือเรียวงามเบา ๆ ตรงหน้าหวังเฉวียน กลิ่นหอมแทรกซึมเข้าสู่จิตใจ หวังเฉวียนได้กลิ่นหอมนั้น ในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมถึงใช้พลังไม่ได้
โม่หรานหร่านไม่ได้ใส่ยาพิษในเหล้า แต่ใส่ยาพิษในกลิ่น เมื่อกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้องที่ปิดสนิท ทุกคนค่อย ๆ หมดเรี่ยวแรง และโม่หรานหร่านก็ใช้พลังประหลาดควบคุมทุกคน
“นี่เรียกว่าน้ำหอมคนตาย” โม่หรานหร่านใช้นิ้วงอเบา ๆ ชี้ไปที่หวังเฉวียน ร่างของหวังเฉวียนเริ่มสั่นขึ้นมา
“น้ำหอมที่กลั่นจากกลิ่นกายของหญิงสาวที่ตายไปมากมาย”
“พวกเธอทั้งหมดล้วนถูกพวกแกย่ำยี…”
“ขะ… ขอโทษ…” หวังเฉวียนถือเศษแก้วด้วยมือที่สั่นเทา แล้วขยับมือไปที่ลำคอตัวเอง เขาวิงวอนด้วยความหวาดกลัว
“ขอโทษ… ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ…”
เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เศษแก้วแทงเข้าที่ลำคอแล้วกรีดอย่างรุนแรง
‘พรวด!’ เลือดพุ่งกระเซ็น ร่างของเขาล้มฟุบลงกับพื้น
โม่หรานหร่านมองภาพตรงหน้านิ่ง ๆ ส่วนโม่ชุนพูดอะไรไม่ออก เพราะมีคนกดศีรษะของเขาไว้
คนที่กดศีรษะโม่ชุนเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เขาเอาสิ่งที่เคยเข้าออกในร่างกายผู้หญิงคนอื่น ยัดเข้าไปในปากของโม่ชุน ใบหน้าแสดงความหวาดกลัวอย่างที่สุด ร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้กระแทกปากของโม่ชุนไม่หยุด
“ชอบไหม?” โม่หรานหร่านยิ้มมุมปาก รอยยิ้มดูคลุ้มคลั่งเล็กน้อย
“ดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยชอบเท่าไรนะ…”
“ไม่เป็นไร ฉันจะปรนนิบัติคุณเอง”
สีหน้าของโม่ชุนยิ่งดูหวาดกลัว ดวงตาเบิกกว้าง ม่านตาหดเกร็ง มีคนกดก้นของเขาไว้แล้ว
ในวินาทีถัดมา ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นปราดไปทั่วร่าง เขาดิ้นรนอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่อาจขยับตัวได้
โม่หรานหร่านยกมือปิดปาก กลั้นเสียงหัวเราะคิกคัก นิ้วมือสั่นเบา ๆ ควบคุมพลังของคนอื่น ๆ ส่งผ่านไปยังโม่ชุน
รอยยิ้มของเธอค่อย ๆ จางหาย เธอกลับมาสำรวมอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงเข้ม
“ฆ่ามันซะ!”
แขกเหรื่อที่ถูกควบคุมต่างคลุ้มคลั่งโจมตีโม่ชุนอย่างไร้การควบคุม ทั้งปาก ด้านหลัง…
พร้อมกันนั้นยังใช้เศษกระจกกรีดข้อมือและข้อเท้าของโม่ชุน ตัดเส้นเอ็นมือเท้า ทำให้โม่ชุนไม่อาจต่อต้านได้
โม่ชุนอยากจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสุดหัวใจ แต่ก็ไม่อาจส่งเสียงออกมาได้ เขาถูกอุดปากแน่น ได้ยินเพียงเสียงครางอู้อี้
สีหน้าของโม่หรานหร่านซีดเผือดลงเรื่อย ๆ แต่แววตาเย็นชากลับแน่วแน่มั่นคง เธอมองดูจนโม่ชุนตาเหลือกและมีเลือดไหลออกจากช่องทางด้านหน้าและด้านหลัง
โม่ชุนหมดเรี่ยวแรง ล้มลงในแอ่งเลือด
“ตระกูลโม่จะเจริญรุ่งเรือง ทุกคนต้องเสียสละโดยไม่มีเงื่อนไข นั่นคือสิ่งที่คุณพูดไว้…”
โม่หรานหร่านถือเศษกระจกลอยอยู่ในมือ ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้
“เพราะความชั่วร้ายที่พวกคุณก่อไว้หลายปีมานี้ ทำให้คนบริสุทธิ์ในตระกูลโม่ต้องพลอยเดือดร้อน… ตระกูลโม่กำลังจะล่มสลาย…”
“เพื่อตระกูลโม่ การเสียสละของคุณ เป็นสิ่งที่สมควรแล้ว”
ตอนนี้โม่ชุนพูดไม่ออกและขยับตัวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
โม่หรานหร่านควบคุมเศษกระจก แล้วฟันสิ่งที่อ่อนปวกเปียกใต้ร่างของโม่ชุนออก
“อ๊ากก!” โม่ชุนในที่สุดก็สะดุ้งตื่นจากความเจ็บปวดรุนแรง เขาร้องครวญครางด้วยความทรมาน
“กินมันซะ ไอ้สัตว์แก่…” โม่หรานหร่านสะบัดนิ้ว ยัดความทรามที่เต็มไปด้วยเลือดเข้าไปในปากของโม่ชุน
ส่วนแขกคนอื่น ๆ พวกเขาต่างก็หายใจรวยริน ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด
โม่หรานหร่านค่อย ๆ เดินไปที่ประตูห้องลับ ค่อย ๆ เปิดประตู มองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจุดไฟ
เผาสิ่งสกปรกทั้งหมดให้สะอาด
ตอนนี้เธอจะไปฆ่าคนอื่น ๆ ไม่ให้ใครหนีรอดไปได้สักคน
เธอพูดกับตัวเองในใจเช่นนั้น ก่อนจะปิดประตูห้อง แล้วเดินเข้าไปในความมืด