ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1749 ใช้ความชั่วร้ายเพื่อปกปิดความชั่วร้ายอีกอย่าง
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 1749 ใช้ความชั่วร้ายเพื่อปกปิดความชั่วร้ายอีกอย่าง
บทที่ 1749 ใช้ความชั่วร้ายเพื่อปกปิดความชั่วร้ายอีกอย่าง
“นายฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?”
ทั้งสามคนเข้ามาใกล้และใช้กำลังบังคับทันที
คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา ปลายนิ้วเปล่งลำแสงออกมา กวาดไปที่คนของตระกูลโม่
“หยุดนะ!”
โม่หรานหร่านเห็นเหตุการณ์แล้วรีบวิ่งเข้ามา ตั้งใจถ่วงเวลาให้ช้าลงเล็กน้อย ปล่อยให้คนในตระกูลถูกโจมตี
เธอรีบเข้าไปช่วยพยุงคนที่ถูกโจมตี ขณะกำลังเก็บหนังสือที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ก็อาศัยกระแสพลังซ่อนหนังสือแปลก ๆ สองเล่มเข้าไปในแขนเสื้อ โดยใช้ร่างของคนในตระกูลบังไว้
“ถ้าคุณกล้าลงมือฆ่าพวกเขา อย่าหวังว่าฉันจะช่วยคุณหาของ!” โม่หรานหร่านพูดด้วยความโกรธ
“ไม่ต้องตื่นตระหนก ผมรู้ขีดจำกัดในการลงมือดี” คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างแค่นเสียงอย่างดูถูก
หากไม่ใช่เพราะยังหาของไม่เจอ เขาคงลงมือกำจัดโม่หรานหร่านและคนตระกูลโม่ที่ขัดขวางการค้นหาไปนานแล้ว
แค่ได้ของมาอยู่ในมือ เขาก็จะลงมือกับตระกูลโม่ทันที ถึงจะฆ่าไม่หมดทั้งตระกูล แต่ก็จะทำให้บาดเจ็บสาหัส จากนั้นกลับไปรายงาน แล้วค่อยพาคนมาสังหารตระกูลโม่ให้สิ้นซาก
“ปล่อยให้เขาค้นไป!” โม่หรานหร่านดูเหมือนจะยอมอ่อนข้อ ตะโกนสั่งด้วยความโกรธ ให้สัญญาณคนในตระกูลออกไปก่อน เธอก็พยุงคนเจ็บเดินออกจากห้องหนังสือไปด้วย
คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างชายตามองเล็กน้อย แล้วค้นห้องหนังสือต่อ โดยเฉพาะบริเวณที่น่าจะซ่อนของได้มากที่สุด อย่างมุมห้องทั้งสี่หรือบนชั้นหนังสือ เขาเคาะตรวจไม่หยุด
โม่หรานหร่านออกจากห้องหนังสือ เดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และสั่งการว่า “เรียกคนมา แล้วปิดล้อมเขาไว้ จับตัวให้ได้”
“ได้ ไม่ต้องห่วง พวกที่กล้าล่วงเกินตระกูลโม่ต้องไม่รอดแน่” สมาชิกตระกูลที่บาดเจ็บกล่าวด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง
ในขณะเดียวกัน คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างที่กำลังเคาะค้นหากลไกในห้องหนังสือ มองสำรวจรอบห้องแล้วพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงหันไปมองหนังสือบนโต๊ะทันที
ความสูงไม่ถูกต้อง… มีบางอย่างขาดหายไป
เขาเหยียบพื้นเบา ๆ แล้วพุ่งตัวไปทางโม่หรานหร่านและคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ทันเดินไปไกล
โม่หรานหร่านรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวด้านหลังจึงไม่รอช้า ทิ้งสมาชิกตระกูลที่ยังอยู่ในอาการงุนงงไว้เบื้องหลังแล้วรีบหนีไป
เหตุผลที่เธอตกลงช่วยชายจากศาสนจักรแห่งแสงสว่างค้นหาของ ก็เพราะเธอรู้ว่าพลังของตัวเองในตอนนี้ยังไม่พอที่จะต่อกรกับคนผู้นี้
ขณะที่วิ่งหนี เธอรีบพลิกอ่านหนังสือในแขนเสื้อ ช่วงแรกดูธรรมดา แต่พอพลิกอ่านต่อ ลมหายใจของเธอก็เริ่มถี่ขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ทั้งหมดนี้คือหลักฐานที่โม่ชุนรวบรวมมาหลายปี รวมถึงความลับที่ค่อย ๆ ค้นพบจากการสืบสวน
ไม่ว่าจะเป็นการหายตัวไปของผู้คน การค้าอวัยวะ หรือการผลิตน้ำยาวิวัฒนาการระดับต่ำ สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ช่างน่าขนลุก
เรื่องค้าอวัยวะที่ถูกเปิดโปงตอนนี้เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง เป็นวิธีใช้ความชั่วร้ายอย่างหนึ่งบังหน้าความชั่วร้ายอีกอย่าง
แย่แล้ว! การประลองยุทธ์พันดารา
ตอนนี้เธอต้องรีบบอกเสี่ยวหลีอย่าไปร่วมการประลองยุทธ์พันดารา…
โม่หรานหร่านจำได้ว่าเสี่ยวหลีเคยสนใจจะเข้าร่วมการประลองยุทธ์พันดารา เพราะที่นั่นเขาจะได้ใช้พลังดูดกลืนได้อย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มพูนวิชา
เธอวิ่งพลางเปิดเครื่องสื่อสารเพื่อติดต่อโม่หลี
แต่เธอต้องชะงักฝีเท้าทันที เพราะพื้นดินสั่นสะเทือน เธอได้ยินเสียงตะโกนโกรธเกรี้ยวของชายจากศาสนจักรแห่งแสงสว่าง
“เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง โปรดประทานพลังให้ข้า!”
เธอรับรู้ถึงอันตรายจึงหันกลับไปมอง
ไม่ไกลนัก ชายจากศาสนจักรแห่งแสงสว่างถูกคนจากตระกูลโม่ล้อมเอาไว้ เขาประคองคัมภีร์แห่งแสงสว่างไว้ในมือ ร่างลอยอยู่กลางอากาศ หน้ากระดาษในคัมภีร์พลิกไปมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของชายผู้นั้นลุกวาบขึ้นด้วยแสงสว่าง
ในชั่วขณะถัดมา ลำแสงสองสายพุ่งออกมาจากดวงตาของชายผู้นั้น พาดผ่านท้องฟ้ายามราตรี
แสงสว่างผลิบานขึ้นตรงหน้าเธอ ร่างของเธอถูกแสงขาวโอบล้อมในชั่วพริบตา!