ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1748 ความจริงที่ถูกซ่อนไว้
บทที่ 1748 ความจริงที่ถูกซ่อนไว้
ดาวโม่แห่งตระกูลโม่
อาคารแห่งหนึ่งของตระกูลโม่ถูกไฟไหม้ลุกโชน ชาวตระกูลโม่ต่างรีบวิ่งเข้าไปช่วยดับไฟ
โม่หรานหร่านผู้จุดไฟในครั้งนี้ กำลังค้นหาอะไรบางอย่างในห้องทำงานของโม่ชุนอย่างไม่หยุดหย่อน
เธอกำลังพยายามหากลไกลับต่าง ๆ
“สิ่งที่คุณต้องการมันคืออะไรกันแน่?” โม่หรานหร่านที่หาของไม่เจอสักที จึงถามอีกครั้ง
“ถ้าคุณไม่บอก ฉันจะหายังไงล่ะ?”
คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงทุ้ม
“อาจจะเป็นแผ่นข้อมูล อาจจะเป็นสมุดจดกระดาษ หรืออาจจะเป็นอย่างอื่น…”
“พูดแบบนี้เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลย”
โม่หรานหร่านแค่นเสียงเย็นชา แต่ในใจกลับยิ่งระแวดระวังมากขึ้น
ตอนนี้ภายนอกเธอยอมอ่อนข้อให้กับคนของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ตกลงที่จะช่วยหาสิ่งที่พวกเขาต้องการ แต่ความจริงแล้วเธอกำลังครุ่นคิดว่าอะไรกันที่ทำให้ศาสนจักรแห่งแสงสว่างถึงต้องส่งคนมาเอาด้วยตัวเอง
เธออยู่ในตระกูลโม่มาตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา ค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูง ได้รับความไว้วางใจจากผู้อาวุโสในตระกูลโม่ เรื่องสำคัญ ๆ เกือบทั้งหมดล้วนผ่านมือเธอ
แต่ครั้งนี้ศาสนจักรแห่งแสงสว่างส่งคนมาเรียกร้องของด้วยตัวเอง ทำให้เธอเข้าใจว่า โม่ชุนไม่เคยไว้ใจเธออย่างสมบูรณ์ ยังมีหลายสิ่งที่เขาปิดบังเธอไว้
แล้วสิ่งที่ถูกปิดบังไว้จากเธอมันคืออะไรกันแน่?
เธอรู้มาตลอดว่า สิ่งที่ทำให้ตระกูลโม่ผงาดขึ้นมาไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจรูหนอนและการค้าน้ำยาวิวัฒนาการระดับต่ำ แต่เป็นการค้าอวัยวะและการทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมให้กับคนระดับสูง
ทว่าตอนนี้ เธอรู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
มันเงียบเกินไป ทั้งที่มีข่าวรั่วไหลออกมาว่าหลายกระแสพลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้คนและการค้าอวัยวะ แต่เหตุการณ์กลับไม่ได้รุนแรงอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ แต่กลับค่อย ๆ เงียบหายไป ราวกับว่าไม่มีใครสนใจ
แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะกระแสการประลองยุทธ์พันดารา แต่ต้องมีเหตุผลสำคัญอื่น ๆ อีกแน่นอน
โม่หรานหร่านค้นหาแผ่นข้อมูลและสมุดบันทึก พร้อมกับระวังการโจมตีจากคนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างและครุ่นคิดไปด้วย
ทันใดนั้นเองมือที่กำลังค้นหาของเธอก็ชะงักกึก สิ่งที่โม่ชุนซ่อนไว้ จะเป็นหลักฐานการกระทำผิดของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ตระกูลอวี้ และกระแสพลังอื่น ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหรือเปล่า?
โม่ชุนอาจเก็บหลักฐานไว้ เพื่อใช้เป็นต่อรองปกป้องตัวเองหรือตระกูลโม่ แล้วเรื่องนี้ดันถูกศาสนจักรแห่งแสงสว่างรู้เข้า พวกเขาถึงได้มาตามหาหลักฐาน?
โม่หรานหร่านค้นหาทุกที่ที่อาจเป็นที่ซ่อน แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยใด ๆ
เธอครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเริ่มย้อนกลับไปหาในที่ที่เห็นได้ชัดที่สุด
ยิ่งเห็นได้ชัด คนก็ยิ่งมองข้าม
ขณะที่กำลังค้นหาต่อ เธอก็ถามว่า “คุณรู้ไหมว่าตระกูลโม่มีคนกี่คน?”
“หืม?” คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างชำเลืองมองมาแวบหนึ่ง
“คุณหรานหร่าน เจอแล้วเหรอครับ?”
“ยังค่ะ” โม่หรานหร่านหยุดการเคลื่อนไหวในมือ คำถามของเธอไม่ได้รับคำตอบ ทำให้เธอตระหนักถึงอันตรายที่ใหญ่กว่า
ความหมายของคำพูดก่อนหน้านี้ของเธอ เป็นการเตือนว่าที่นี่คือตระกูลโม่ และยังเป็นการหยั่งเชิงปฏิกิริยาของอีกฝ่ายด้วย
“ฉันไม่อยากหาแล้ว” ผมสีเทาทะมึนของเธอพลิ้วไหวแม้ไร้สายลม ใบหน้าเย็นชาเริ่มดูเย็นชามากขึ้น จนค่อย ๆ กลายเป็นน้ำค้างแข็ง
“คุณหรานหร่านหมายความว่ายังไงครับ?”
คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างกางคัมภีร์แห่งแสงสว่างด้วยมือขวา ส่วนนิ้วกลางมือซ้ายมีจุดแสงสว่างปรากฏขึ้น
โม่หรานหร่านเอ่ยด้วยเสียงต่ำ พลางถามคำถามที่เคยถามก่อนหน้านี้ซ้ำอีกครั้ง
“สิ่งที่คุณต้องการหา มันคืออะไรกันแน่?”
“ผมก็บอกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างเย็นชาลงทั้งตัว แผ่รังสีสังหารออกมาอย่างแผ่วเบา
“เนื้อหาคืออะไร?” โม่หรานหร่านซักถามต่อ
คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“คุณไม่ควรรู้”
“งั้นก็หาเองซะสิ!” โม่หรานหร่านโกรธจัด เธอพลิกมือตบหนังสือกองใหญ่บนโต๊ะจนกระจาย
เธอแอบช้อนสายตามองอย่างแนบเนียน พบว่ารอยบนหนังสือบางเล่มเป็นไปตามที่เธอคาดการณ์ไว้ หนังสือสองเล่มตรงกลางมีร่องรอยการเปิดอ่านที่ไม่เข้ากับเล่มอื่น ๆ ที่อยู่ด้านบนและด้านล่าง
จากความรู้ของเธอ นี่ไม่ใช่นิสัยการอ่านหนังสือของโม่ชุน
แต่กระนั้นเธอก็ไม่แสดงอาการใด ๆ เพียงจ้องมองคนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างด้วยสายตาเย็นชา
คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างสีหน้าเย็นชา กวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องหนังสือ
“คุณหรานหร่านครับ หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือด้วยดี ไม่อย่างนั้น ผมคงต้องไม่สุภาพแล้วล่ะ”
“ตามสบาย!” โม่หรานหร่านเดินออกไปนอกห้องหนังสือ ด้านนอกวุ่นวายอลหม่าน คนตระกูลโม่กำลังช่วยกันดับไฟ
เธอไม่ได้หันกลับไปมองหนังสือสองเล่มที่ผิดปกตินั้น แต่กลับพูดเสียงเย็น
“คุณไม่ควรอยู่ในห้องหนังสือนะ เดี๋ยวคนตระกูลโม่เห็นเข้า พวกเขาจะเชิญคุณออกไปเอง”
คนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างขมวดคิ้ว เริ่มค้นหาด้วยตัวเอง พลิกค้นตู้ลิ้นชัก และใช้พลังพิเศษตรวจสอบกลไกที่อาจซ่อนอยู่ในห้อง
คนตระกูลโม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว หลายคนพุ่งมาที่ห้องหนังสือ สมาชิกตระกูลที่ไม่รู้ความจริงทักทายโม่หรานหร่าน
“หรานหร่าน”
“ใครน่ะ? ออกมา!” คนตระกูลโม่เห็นคนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างที่กำลังค้นตู้ลิ้นชักในห้องหนังสือ
“บอกให้ออกมา ไม่ได้ยินหรือไง?”
คนในตระกูลโม่เห็นคนแปลกหน้ากำลังค้นตู้และชั้นวางของในห้องหนังสือ ภายในห้องรกระเกะระกะ และโม่หรานหร่านก็ยังคงทำหน้านิ่งเฉย
พวกเขาสังเกตได้ว่าคนแปลกหน้าคนนี้ไม่น่าจะเป็นแขกของตระกูลโม่ แต่โม่หรานหร่านดูเหมือนจะติดขัดเรื่องบางอย่างจึงไม่สะดวกที่จะไล่ออกไป
แต่พวกเขาไม่กลัว ที่โม่หรานหร่านไม่พูดอะไร อาจเป็นเพราะต้องการให้พวกเขาช่วยไล่คนแปลกหน้าคนนี้ออกไป พวกเขายังพอมีไหวพริบเรื่องนี้อยู่
ชาวตระกูลโม่ห้าคนรีบพุ่งเข้าไปในห้องหนังสือทันที สองคนเดินไปเก็บของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น อีกสามคนพุ่งเข้าหาคนของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง