ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1766 สารลึกลับที่ทำลายล้างทั้งฟ้าและดิน
บทที่ 1766 สารลึกลับที่ทำลายล้างทั้งฟ้าและดิน
ร่างของอวี้ปิ่งเอินสั่นสะท้านทั้งตัว สัญชาตญาณบอกว่าเขาต้องรีบวิ่งหนี ไม่เช่นนั้นจะหนีไม่ทันแล้ว!
มือที่กดลงบนหน้าผากของเขาไม่ได้มีเพียงแสงสีม่วงบาง ๆ อีกต่อไป แต่กลับเป็นชั้นสีเทาจาง ๆ ที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน
‘แครก!’ เสียงแตกร้าวดังขึ้น ทำให้อวี้ปิ่งเอินรู้สึกเจ็บปวดรุนแรง เปลวไฟของเทพเพลิงที่ลุกโชนบนศีรษะของเขาหายวับไปในพริบตา กะโหลกศีรษะเริ่มมีรอยแตกร้าว
‘แครก!’ แม้เสียงแตกร้าวจะเบามาก แต่กลับดังชัดเจนในหูของเขาเป็นพิเศษ ตอนนี้ถึงขั้นกลบเสียงโห่ร้องของผู้ชมที่ดังสนั่นหวั่นไหว
“ความแข็งแกร่งของร่างกายไม่เลว มีพรสวรรค์ในการฝึกร่างกายมาก น่าเสียดายที่กฎของอาณาเขตพันดาราได้ฝังกลบนายไว้” เขาได้ยินเสียงนุ่มนวลของจ้าวอู่เจียงดังมาจากกองเพลิง
“นายควรจะหาวิธีอื่นในการหลอมสร้างพลังร่างกายเพื่อสืบทอดเส้นทางการฝึกร่างกายของนาย เช่น ไฟนี้”
มือที่ขาวดั่งหยกดึงเบา ๆ กระชากตัวอวี้ปิ่งเอินเข้าไปในกองเพลิง
เสียงอุทานดังขึ้นจากที่นั่งผู้ชมสนั่นราวกับฟ้าคะนอง
อวี้ปิ่งเอินดิ้นไม่หลุด เขารู้สึกเพียงว่าว่ามีบางสิ่งในกะโหลกศีรษะที่แตกร้าวกำลังถูกแรงดูดจากมือนี้กลืนกิน
“น่าเสียดาย ไม่เป็นตะวันออก ไม่เป็นตะวันตก นายเอาพลังนี้มาใช้เลย โดยไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นพลังที่แท้จริงของตัวเอง สำหรับนายแล้ว มันเป็นเพียงวัตถุวิเศษชิ้นหนึ่งเท่านั้น
อาวุธ… สุดท้ายก็เป็นเพียงของภายนอก”
อวี้ปิ่งเอินล้มลงในกองเพลิง เขาได้ยินคำประเมินอันอ่อนโยนของจ้าวอู่เจียงและยังได้เห็นภาพที่ทำให้เขาตกตะลึงจนแทบขาดใจ
เปลวเพลิงสีดำของเทพเพลิงพุ่งเข้าสู่ร่างของจ้าวอู่เจียงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่ามันกำลังไหลเข้าสู่ร่างกายของจ้าวอู่เจียง แต่เขากลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ได้พลิกความเข้าใจทั้งหมดของเขาโดยสิ้นเชิง
นี่คือแขนขวาของเทพเพลิงฮิฟีสตัส ด้วยความช่วยเหลือจากตระกูลอวี้ เขาถึงค่อย ๆ รับพลังเพลิงและพลังเทพที่แฝงอยู่ในนั้นได้ คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถแตะต้องเปลวเพลิงชนิดนี้ได้เลย
แม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับสูงสุดของสามภพก็ยังไม่สามารถแตะต้องได้ ทำได้เพียงใช้พลังของตัวเองต่อต้านมันเท่านั้น
ทำไมจ้าวอู่เจียงถึงสามารถดูดซึมพลังเพลิงนี้ได้?
หรือว่าจ้าวอู่เจียงจะเป็นทายาทของเทพเพลิงฮิฟีสตัส?
แต่จ้าวอู่เจียงเป็นคนจากสายศาสตร์ตะวันออก จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเป็นทายาทเทพเพลิง?
อวี้ปิ่งเอินรู้สึกปั่นป่วนในใจ ไม่สามารถเข้าใจทุกสิ่งตรงหน้าได้ ไฟบรรลัยกัลป์ของเทพเพลิงเหล่านี้ ตอนนี้กลับว่านอนสอนง่ายอย่างที่สุด พุ่งเข้าสู่ร่างของจ้าวอู่เจียงอย่างต่อเนื่อง
และพลังในร่างของเขาก็กำลังไหลเข้าสู่มือของจ้าวอู่เจียงที่กดอยู่บนศีรษะของเขาเช่นเดียวกัน
“จ้าวอู่เจียง!” เขาตะโกนขึ้น พยายามซ่อนความเป็นศัตรู
“หยุดแค่นี้เถอะ นายไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกับสำนักเทียนอีและตระกูลอวี้!”
“อาวุธเป็นของภายนอก…” จ้าวอู่เจียงไม่สนใจอวี้ปิ่งเอิน เหมือนเขาจะได้รับการรู้แจ้งบางอย่างจากคำพูดที่เพิ่งประเมินอวี้ปิ่งเอินเมื่อครู่
“อาวุธ เป็นของภายนอก?”
“อุปกรณ์เป็นสิ่งภายนอกหรือ?”
เขารู้สึกว่าตัวเองได้จับประเด็นสำคัญของการเติมเต็มส่วนที่ขาดไปได้อย่างเลือนราง และเข้าใจจุดสำคัญระหว่างวิถีของผู้บำเพ็ญโบราณกับเส้นทางของผู้วิวัฒนาการและผู้ใช้กลไกในปัจจุบัน
“จ้าวอู่เจียง!” เมื่ออวี้ปิ่งเอินเห็นว่าจ้าวอู่เจียงไม่สนใจตน แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความแค้นเคืองมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ตอนนี้เขาจะถูกจ้าวอู่เจียงกดดันอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่มีกำลังต่อสู้เลย เพียงแต่เขาไม่อยากเปิดเผยออกมาเท่านั้น
บางเรื่องเมื่อเขาทำลงไปแล้วและแสดงจุดอ่อนออกมา ก็จะไม่มีทางย้อนกลับได้อีก
“หืม?” จ้าวอู่เจียงถูกเสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความโกรธและความอาฆาตของอวี้ปิ่งเอินรบกวน ทำให้สายความคิดในสมองขาดสะบั้นไปหลายเส้น เขามองอวี้ปิ่งเอินด้วยสายตาเย็นชา
“ก่อนหน้านี้นายมีความคิดและการกระทำที่จะฆ่าฉัน ฉันไม่มีทางปล่อยนายไปแน่นอน!
และตอนนี้ฉันยิ่งไม่มีทางจะปล่อยนายไปเด็ดขาด!”