ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1812 นายยกมันขึ้นมาได้ยังไง!
บทที่ 1812 นายยกมันขึ้นมาได้ยังไง!
เมื่อผู้คนที่มุงดูรู้ว่าสุนัขที่สวมเสื้อคลุมสีแดงเลือดและถือค้อนเงินตัวนี้คือเทพสายฟ้า และค้อนเทพของเทพสายฟ้าถูกจ้าวอู่เจียงจับรับเอาไว้ได้ พวกเขาต่างตกตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อ สงสัยว่าตัวเองเห็นผิดไปหรือเกิดภาพหลอน
จ้าวอู่เจียงจะสามารถรับมยอลเนียร์ได้อย่างไร?
ตามตำนาน มยอลเนียร์สามารถวางอยู่บนวัตถุที่ไม่มีชีวิตได้ แต่สิ่งมีชีวิตที่จะยกหรือรับมยอลเนียร์ได้นั้น นอกจากเทพสายฟ้าและเทพเจ้าทางเหนือบางองค์แล้ว ไม่เคยได้ยินว่ามีใครทำได้เลย
ตอนนี้มีความเป็นไปได้แค่สี่กรณี
หนึ่ง พวกเขาเกิดภาพหลอน เพราะทรายพัดรบกวนการมองเห็น
สอง จ้าวอู่เจียงพิเศษมาก ๆ พิเศษถึงขนาดละเมิดกฎของมยอลเนียร์ได้
สาม จ้าวอู่เจียงไม่ได้รับค้อนจริง เขาบาดเจ็บภายในอย่างหนัก แต่ใช้กลลวงตาหลอกทุกคน
สี่ เทพสายฟ้าองค์นี้เป็นของปลอม และค้อนเทพก็เป็นของปลอม
เฉาถงถง ทายาทเทพเพลิงคนหนึ่งจ้องตาโตด้วยความไม่อยากเชื่อ เธอเดินเข้าไปบีบแขนของจ้าวอู่เจียงและยังอยากจะลองหยิบมยอลเนียร์ดูด้วย
ต่งอวี๋เกอขมวดคิ้วเล็กน้อย หนังสือในมือเขาเปลี่ยนรูปกะทันหันเป็นหนังสือปกสีแดงเพลิง จากนั้นเขาพลิกสองหน้า หนังสือก็เปลี่ยนรูปอีกครั้งเป็นหนังสือหนังเก่าขาดวิ่น เขาต้องการค้นหาในตำราโบราณว่ามีบันทึกเรื่องคล้าย ๆ แบบนี้หรือไม่
“เฮ้ย จ้าวอู่เจียง จริงหรือเปล่าวะ?” หมี่รื่อจับข้อมือของจ้าวอู่เจียงเพื่อขยับมยอลเนียร์ตาเป็นประกาย พินิจพิเคราะห์ลวดลายบนมยอลเนียร์อย่างละเอียด
“นายทำได้ยังไง? พี่น้อง นายเจ๋งเกินไปแล้ว
“นี่มัน… มยอลเนียร์จะไม่ใช่ของปลอมใช่ไหม?”
“กรร…” เทพสายฟ้าธอร์ขยับหูหนึ่งที เมื่อได้ยินคำพูดของหมี่รื่อ มันก็โกรธจนส่งเสียงคำรามต่ำ ราวกับจะบอกว่าค้อนของมันจะเป็นของปลอมได้ยังไง
สุ่ยเหลียงและสุ่ยตงแห่งตระกูลสุ่ยต่างจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยความตกตะลึง
สีหน้าของสุ่ยเหลียงเปลี่ยนไปมา เดิมทีเขากำลังโกรธและแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ต้องการคำตอบจากจ้าวอู่เจียงและอยากจะสั่งสอนจ้าวอู่เจียงสักหน่อย แต่ความโกรธของเขาถูกขัดจังหวะด้วยการปรากฏตัวของคนทั้งสามคน โดยเฉพาะคนที่ชื่อหมี่รื่อ ที่ไม่ให้เกียรติเขาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นคนทั้งสามคุยกับจ้าวอู่เจียง เขายิ่งโกรธมากขึ้น เพราะทั้งสามคนรวมถึงจ้าวอู่เจียงมีท่าทีไม่สนใจเขาเลย
แต่เมื่อเขากำลังจะระเบิดอารมณ์อีกครั้ง ก็ถูกขัดจังหวะด้วยหมาตัวหนึ่งที่โจมตีจ้าวอู่เจียงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย อีกทั้งเขายังได้รู้ว่าทายาทแห่งศาสนจักรแห่งแสงสว่างแอสคลีเพียสรู้จักกับต่งอวี๋เกอ เพื่อนของหมี่รื่อ ยิ่งทำให้เขาไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองอย่างไร
ยังไม่จบแค่นั้น มยอลเนียร์ที่เทพสายฟ้าธอร์ขว้างใส่จ้าวอู่เจียงกลับถูกจ้าวอู่เจียงรับไว้ได้!
สุ่ยเหลียงรู้ว่าโลกนี้แปลกประหลาดมาก มีทั้งผู้บำเพ็ญโบราณ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีกลไก มีเทพเจ้า แต่เรื่องราวประหลาด ๆ ที่เจอวันนี้ก็ยังทำให้เขารู้สึกงงงวย ไม่รู้จะระบายความโกรธที่ไหน
ทายาทเทพแอสคลีเพียสปรากฏตัว? ต่งอวี๋เกอก็เป็นคนระดับเดียวกับทายาทเทพ? เทพสายฟ้าที่ถือค้อนเป็นหมา? แล้วจ้าวอู่เจียงที่รับมยอลเนียร์ได้คือใครกันแน่?
โลกนี้เป็นอะไรไป? หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่?
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปมาไม่หยุด ไม่รู้ว่าควรจะโกรธต่อหรือควรพูดอะไร
จ้าวอู่เจียงเห็นพฤติกรรมของคนรอบข้าง รวมถึงสีหน้าประหลาดและความตกตะลึงที่ไม่ปิดบังของผู้ชมที่อยู่ไกลออกไป เขางงเล็กน้อย เกิดอะไรขึ้น?
เขาแค่ทำตามหลักการ อยากให้หมาขอโทษเขา ถึงอย่างไรเขาก็โดนค้อนสองครั้งติด แม้ว่าเขาจะดูไม่เป็นไร แต่ก็ยังรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวกอยู่บ้าง
มีปัญหาอะไรที่ขอให้หมาขอโทษด้วยเหรอ? นี่ไม่ใช่หมาธรรมดานะ ไม่มีใครคิดว่าเขารังแกสัตว์เล็ก ๆ น้อย ๆ หรอก ใช่ไหม? จะไม่มีคนรักหมามาประณามเขาใช่ไหม?
และที่สำคัญกว่านั้น เทพสายฟ้านี่มันเรื่องอะไรกันแน่? จะบอกว่ามีผู้เข้าแข่งขันที่เป็นหมาจริง ๆ เหรอ? ตอนแรกเขาคิดว่านี่เป็นการแสดงของผู้เข้าแข่งขันคนไหนสักคน
ทายาทเทพ? ลูกหลานของจู้หรง? เทพสายฟ้า?
หา?
ทุกอย่างที่เจอวันนี้คืออะไรกันแน่ โลกนี้มันเปลี่ยนไปจนเขาไม่รู้จักแล้วเหรอ?
‘ตึง!’ เสียงดังสนั่น เหมือนมีของหนักตกลงพื้น
พร้อมกับเสียงสบถด้วยความโกรธ
“อ๊าก! บ้าเอ๊ย! บ้า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!”
จ้าวอู่เจียงเหลียวมองไป เพิ่งสังเกตว่ามยอลเนียร์ในมือของเขาถูกหมี่รื่อแย่งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ตอนนี้หมี่รื่อล้มลงกับพื้น มือกำด้ามมยอลเนียร์ไว้ ปากเต็มไปด้วยทรายสีเหลือง หน้าแดงก่ำ ยิ่งดูน่ากลัว มือทั้งสองพยายามออกแรงยกมยอลเนียร์สุดกำลัง
“อ๊าก!
บ้าเอ๊ยจ้าวอู่เจียง นายยกมันขึ้นมาได้ยังไง!”