ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 185 เหมือนกับนายท่าน
บทที่ 185 เหมือนกับนายท่าน
ณ ห้องลับใต้ดิน
จ้าวอู่เจียงยืนอยู่หน้าประตูศิลา เจี๋ยเอ้อร์ซานยืนอยู่ด้านหลังเขา
ประตูศิลาค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ได้ยินเสียงคำรามดังสนั่น
ชายหนุุ่มกลับมาที่นี่เพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ของพวกอันผิงทั้งสามคน
เมื่อประตูศิลาเปิดออก แสงสีเงินก็พุ่งเข้ามา
“ตายซะเถอะ!”
เสียงคำรามที่ดังออกมาจากด้านหลังประตูศิลาเป็นเสียงของอันผิง
ผลั่ก!
เจี๋ยเอ้อร์ซานสะบัดแขนเสื้อ ปลดปล่อยพลังออกไปสลายการโจมตี ด้วยกระบี่จากอันผิงและระเบิดมวลพลังตอบโต้กลับไป ของเจี๋ยเอ้อร์ซาน ก็ส่งผลให้อันผิงลอยกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงหิน โลหิตสีแดงไหลทะลักออกมาจากปาก
จ้าวอู่เจียงมีสีหน้าไร้อารมณ์ ภายในห้องลับ มีศพสองศพนอนแน่นิ่ง ศพแรกเป็นศพของอู๋ฉินหยางผู้อาวุโสจากสำนักมังกรเงิน แน่นอนว่าอีกศพก็คือฉีเล่อผู้สวมใส่ชุดสีแดงเพลิง
อู๋ฉินหยางผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาเบิกค้าง ชุดเสื้อคลุมสีขาวเต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยขาดวิ่น สองมือมีแต่คราบเลือดแห้งกรัง
ส่วนศพของฉีเล่อ ชุดสีแดงของนางเต็มไปด้วยโลหิต บนหน้าอกปรากฏรูขนาดใหญ่จากการถูกใครบางคนโจมตีทางด้านหน้า และผู้ที่สังหารนางก็คืออู๋ฉินหยางนั่นเอง
…
เมื่อคืนนี้ คนทั้งสามถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินให้ฆ่ากันเองเหมือนสัตว์ป่า
อู๋ฉินหยางเปิดฉากโจมตีก่อนเป็นคนแรก เขามีฝีมือแข็งแกร่งที่สุด อีกเพียงนิดเดียวก็จะอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์แล้ว เขาต้องการจะฆ่าอันผิงกับฉีเล่อ เพื่อที่ตนเองจะได้กลายเป็นผู้รอดชีวิต
อันผิงย่อมไม่มีทางทำร้ายฉีเล่อ อีกทั้งเขายังได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากเซียวเหยาอ๋องโดยตรง ทำให้มีฝีมือสูงส่งมากกว่าขั้นพลัง เมื่อเขาร่วมมือกับฉีเล่อจึงสามารถต่อสู้กับอู๋ฉินหยางได้อย่างไม่เป็นรอง
แต่ถึงอย่างนั้น อันผิงกับฉีเล่อก็มีขั้นพลังต่ำต้อยกว่าอู๋ฉินหยางอยู่ดี เพียงไม่นานอู๋ฉินหยางก็สามารถทำให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บได้สำเร็จ
หลังจากฟื้นตัวขึ้นมา อู๋ฉินหยางก็ใช้ท่าไม้ตายโจมตีใส่อันผิง อันผิงไม่มีที่ใดให้หลบซ่อน แต่ในจังหวะวิกฤตนั้นเอง ฉีเล่อก็กระโดดเข้ามารับการโจมตีแทน
ความตายของฉีเล่อทำให้อันผิงเสียสติ ในที่สุด เขาก็สามารถสังหารอู๋ฉินหยางได้ด้วยความบ้าคลั่ง
เขานั่งอยู่ในห้องใต้ดินทั้งคืน สติเตลิดเปิดเปิงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เช้านี้ เมื่อประตูค่อย ๆ เลื่อนเปิดออก อันผิงก็เข้าใจทันทีว่า จ้าวอู่เจียงจะต้องกลับมาดูผลลัพธ์แน่
เขาจึงได้ซัดกระบี่โจมตีใส่ แต่ก็ถูกข้ารับใช้ของจ้าวอู่เจียงสกัดขัดขวางเอาไว้
ในขณะนี้ อันผิงทำได้เพียงจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยแววตาเกลียดชัง
ชายหนุ่มเดินช้า ๆ เข้าไปหาอันผิง เจี๋ยเอ้อร์ซานมีใบหน้าใจดี แต่แววตาทอประกายด้วยความดุดัน เขาต้องการจะคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่จ้าวอู่เจียง ป้องกันไม่ให้ข้ารับใช้ชุดน้ำเงินทำอันตรายได้
“เจ้าอยากฆ่าข้าหรือ?” จ้าวอู่เจียงยิ้มเย็น เขาต้องการจะเข้าใจถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตนเอง ก่อนจะเดินทางไปยังเมืองหวังโจว
“ข้าจะเปิดโอกาสให้เขาได้โจมตี เอ้อร์ซาน”
เจี๋ยเอ้อร์ซานเข้าใจความหมายทันที
จ้าวอู่เจียงกำลังสั่งให้เขาล่าถอยออกไป หัวใจของชายชราบีบตัวแน่น ก่อนพูดออกไปด้วยความเป็นกังวล
“ท่านเจ้าสำนัก หากท่านต้องการสังหารคนผู้นี้ ก็ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องมือเปื้อนเลือดเลย ให้ข้าน้อยทำแทนเถอะ…”
“ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงเยือกเย็น
“ฮ่า ๆๆๆ…” อันผิงยกมือกุมหัวใจ พลางหัวเราะออกมาอย่างเสียสติ
“จ้าวอู่เจียง คอยดูเถอะ! เจ้าอย่าให้สองคนนั้นสอดมือเข้ามายุ่งก็แล้วกัน!”
เจี๋ยเอ้อร์ซานล่าถอยไปอย่างช้า ๆ แต่ก็ถอยห่างออกไปไม่กี่ก้าวเท่านั้น เขากังวลว่าจ้าวอู่เจียงอาจจะพ่ายแพ้ และได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งนั่นจะกลายเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของตนเอง
เจี๋ยสือจิ่วเลิกคิ้วขึ้นสูง เขาปลดปล่อยพลังกดดันใส่อันผิงอยู่ตลอดเวลา ยอมรับแล้วว่าจ้าวอู่เจียงคู่ควรที่จะเป็นคนสนิทของฮ่องเต้จริง ๆ ชายคนนี้มีความฉลาดเฉลียว จิตใจกล้าหาญ แต่อย่างไรก็ตาม จ้าวอู่เจียงมีขั้นพลังต่ำต้อย ในสายตาของเขา การกระทำของคนผู้นี้ออกจะดูเป็นเรื่องที่โง่เขลาอยู่ไม่น้อย
เพียงแต่ว่าพวกเขาเป็นเพียงข้ารับใช้ เมื่อจ้าวอู่เจียงออกคำสั่งไม่ให้เข้าไปยุ่ง พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
“ข้าจะให้เวลาเจ้าได้ปรับพลังเจ็ดลมหายใจ” จ้าวอู่เจียงพูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย ดวงตาที่เดิมทีเป็นเพียงสีขาวดำเริ่มมีประกายสีทองเรืองรองออกมาอย่างต่อเนื่อง
ความหล่อเหลาของเขายิ่งเพิ่มพูนสูงส่งมากขึ้นเป็นเท่าตัว
แววตาของอันผิงเป็นประกายด้วยความเกลียดชัง เริ่มต้นปรับระดับพลังลมปราณของตนเอง ผ่านไปได้สี่ลมหายใจ เขาก็โคจรพลังลมปราณลงไปที่ฝ่ามือ พลันก็กระแทกใส่หน้าอกของจ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงมีดวงตาเป็นเหมือนดวงดาวสีทอง เขายืดหน้าอกขึ้น กระแทกฝ่ามือของตนเองสวนรับการโจมตี
เจี๋ยเอ้อร์ซานขมวดคิ้ว และเตรียมเข้าไปช่วยเหลือ ฝ่ามือของอันผิงมีความรุนแรงมากพอจะเอาชนะยอดฝีมือในขั้นสี่ระดับแรกได้ แล้วจ้าวอู่เจียงจะสามารถต้านทานได้อย่างไร?
ตูม!
ฝ่ามือของทั้งคู่ปะทะกัน จ้าวอู่เจียงเซถอยหลัง เช่นเดียวกับอันผิง เพียงแต่ว่าฝ่ายหลังมีสีหน้าตื่นตระหนกมากกว่า
อันผิงไม่อยากเชื่อเลยว่า อีกฝ่ายจะพัฒนาความแข็งแกร่งได้รวดเร็วถึงขั้นนี้ แม้การโจมตีอย่างเต็มอัตราเมื่อครู่จะเป็นเพียงเจ็ดส่วนของที่เคยทำได้ตอนร่างกายยังแข็งแรงดีก็ตาม แต่อย่างไรอันผิงก็มั่นใจว่า มันรุนแรงมากพอที่จะสังหารจ้าวอู่เจียงได้โดยไม่มีปัญหา
อันผิงคิดไม่ถึงว่า ฝ่ามือของจ้าวอู่เจียงจะสามารถต้านทานพลังฝ่ามือของตนได้ และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมองสีหน้าสงบเยือกเย็นของอีกฝ่าย อันผิงก็ไม่เห็นท่าทีเจ็บปวดของอีกฝ่ายเลย หรือกระทั่งเหงื่อสักเม็ดก็ไม่มีให้เห็น
เจี๋ยเอ้อร์ซานกับเจี๋ยสือจิ่วยืนตกตะลึง ความกังวลสลายหายไปสิ้น ใต้เท้าจ้าวมีความแข็งแกร่งถึงระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมพวกเขาถึงไม่ทันสังเกตเห็น?
จ้าวอู่เจียงสามารถปกปิดเป็นความลับได้อย่างไร? เจี๋ยสือจิ่วรู้สึกตื่นตระหนก ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นพลังและความสามารถของอีกฝ่ายใหม่ทั้งหมดแล้ว
“เจ้าทำให้ข้าผิดหวัง” จ้าวอู่เจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แม้ว่าอันผิงจะโจมตีออกมาได้อย่างรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย ในตอนนี้จ้าวอู่เจียงมีพลังใกล้เคียงกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสี่ อีกทั้งยังฝึกวิชาทองคำไร้พ่าย แม้ภายนอกจะดูเหมือนอ่อนแอ แต่เนื้อแท้นั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
“เป็นไปไม่ได้!” อันผิงยิ่งรู้สึกเหมือนโดนดูถูก อันผิงได้รับการยกย่องให้เป็นอัจฉริยะมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยถูกผู้ใดดูหมิ่นศักดิ์ศรีมาก่อน แต่บัดนี้ จ้าวอู่เจียงกลับบอกว่าผิดหวังในตัวเขา…
อีกทั้งยังใช้น้ำเสียงเหมือนเจ้านายกล่าวต่อข้ารับใช้
เช่นนั้นก็คงต้องใช้วิชามหาเทพดูดดาว!…อันผิงคำรามอยู่ในใจ แม้จะกระอักเลือดออกมาจากปากคำใหญ่ แต่ก็ยังคงรวบรวมพลังลมปราณในร่างกาย ยื่นมือออกไป และระเบิดพลังดูดซับอย่างรุนแรง เส้นผมปลิวไสว ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำ
ขวับ!
จ้าวอู่เจียงยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์ มือใหญ่เอื้อมไปจับที่ลำคอของอันผิง และค่อย ๆ เพิ่มแรงมือ จนปากและจมูกของอันผิงกลายเป็นสีม่วงคล้ำ เริ่มมีโลหิตไหลทะลักออกมาจากปากและจมูก ดวงตาจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยความสยองขวัญ
“สภาพศพของพี่ฉีกระดูกลำคอแตกละเอียด นี่คือวิธีการที่เซวียนหยวนอวี้เหิงฆ่าเขาใช่หรือไม่?” ดวงตาของจ้าวอู่เจียงทอประกายสีทองเต็มไปด้วยจิตสังหาร เขากัดฟันกรอด พลางเค้นเสียงพูดด้วยความเคียดแค้น
“เจ้ามันไร้ค่า!”
อันผิงดวงตาแดงก่ำโปนถลน ในขณะนี้ เขาสัมผัสได้ถึงรัศมีที่เหมือนกันระหว่างจ้าวอู่เจียงกับนายของตน เหมือนกับว่ามือที่กำลังบีบคอเขาอยู่ในตอนนี้เป็นมือของนายท่านอย่างไรอย่างนั้น
นายท่าน… ศัตรูของนายท่าน… อันผิงเบิกตาโตด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะส่งเสียงขลุกขลักออกมาจากลำคอ
ผ่านไปสองลมหายใจ จ้าวอู่เจียงก็ปล่อยมือ แล้วร่างของอันผิงก็ล้มลงไปทันที