ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1918 ไป ตีกันไปเลย
บทที่ 1918 ไป ตีกันไปเลย
“ต่อไปอีกตา”
ทุกคนเริ่มคนไพ่เซวียนหยวนซวิ่นผลักกำแพงไพ่ล้ม แล้วถามว่า
“เขาคือคนนั้นใช่ไหม?”
“ไม่รู้” จูกัดเสี่ยวไป๋ยังคงส่ายหัว เซวียนหยวนซวิ่นกำลังถามว่าจ้าวอู่เจียงคือผู้ที่จะช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตในยุคที่แปดหรือไม่
แต่เขาก็ไม่รู้จริง ๆ เขาเพียงแค่รู้ว่าในช่วงปลายยุคที่แปด เหล่าเทพได้ต่อสู้กันอย่างรุนแรง และรู้ว่ายุคที่เก้าใกล้จะถึงช่วงเวลาสุดท้ายแล้ว แต่ไม่มีบันทึกใด ๆ เกี่ยวกับจ้าวอู่เจียงในยุคที่เก้าเลย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของ จ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงไม่ได้มีชีวิตอยู่จนถึงยุคที่เก้าหรือ? หรือว่าไปที่ไหนแล้ว?
บางทีนอกจากจางมู่โจวแล้ว คงไม่มีใครรู้ว่าจ้าวอู่เจียงไปไหน
อาจจะเป็นไปได้ว่าจ้าวอู่เจียงตายในช่วงสุดท้ายและไม่ได้ผ่านความโกลาหลของจักรวาลไปได้
“ทำไมนายถึงไม่รู้อะไรเลย?” เซวียนหยวนซวิ่นขมวดคิ้ว
จูกัดเสี่ยวไป๋เริ่มเรียงไพ่
“บอกไปก็ตายต่อหน้าพวกนายนั่นแหละ”
“ก็ไม่เป็นไร ฉันเก็บศพได้เป็นอย่างดีนะ” เซวียนหยวนซวิ่นพยักหน้าและยิ้ม
“พวกคนแก่ในโรงพยาบาลจิตเวชตายกันหมดแล้ว ทั้งหมดเป็นศพที่ฉันเก็บด้วยตัวเอง พวกคนแก่เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ ไม่ได้เก็บศพมานานแล้ว มือเริ่มคัน”
“ถ้าหากครั้งนี้ชื่อมู่จื่อช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ล่ะ?” จูกัดเสี่ยวไป๋เริ่มทอยลูกเต๋า
“นั่นก็หมายความว่าสายทางฝั่งตะวันออกของเราถูกลิขิตให้เสื่อมถอยแล้ว” ประธานฝั่งตะวันออกส่ายหัว
“ประวัติศาสตร์ในท้ายที่สุด ก็จะไม่เหลือร่องรอยของพวกเรา มันจะถูกเขียนขึ้นโดยสายทางฝั่งตะวันตก”
“พวกเขาก็คงไม่ได้เขียนอะไรดี ๆ บางทีอาจจะเต็มไปด้วยคำด่าพวกเรา” เซวียนหยวนซวิ่นจัดไพ่ของตัวเอง
“จะมีคนตายมากเกินไป มากมายหลายคน มากมาย หมื่น แสน ล้าน สิบล้าน สามสิบล้าน เก้าสิบล้าน มีเก้าล้านกี่อันกัน…
กั้ง ฮิฮิ ขอปล่อยฝนใส่พวกนายก่อนนะ
อ้อ เหล่าไป๋ ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ยังไงนะ?”
“ไม่รู้สิ” จูกัดเสี่ยวไป๋จั่วไพ่หลังจากที่เซวียนหยวนซวิ่นเล่นไพ่ปาถ่งออกไป เขายังคงไม่ยอมเปิดเผยอะไร
“รอบนี้นายอย่าชนะนะ!” เซวียนหยวนซวิ่นพูดอย่างไม่พอใจ
“ถ้านายชนะ ฉันจะเอาเรื่องกับนาย!”
“เรื่องมันมาถึงจุดนี้แล้ว…” เฉินหัวจากสำนักงานปราบปีศาจมองไพ่ห่วยในมือตัวเองแล้วส่ายหัว
ประธานฝั่งตะวันออกแน่ใจว่าตัวเองรอได้ไวแล้ว รอยยิ้มของเขายิ่งดูเมตตามากขึ้น “เล่นเกมนี้ให้จบก่อน”
“ไม่เล่นแล้ว” จูกัดเสี่ยวไป๋ผลักกำแพงไพ่ และยังกวน ๆ ผลักกำแพงไพ่ของคนอื่นล้มไปด้วย แล้วสั่งให้สับไพ่ใหม่
“ฉันนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ก่อนหน้านี้ สับปะรดที่สี่นั่น เขาช่วยลูกหลานของเขาหนีไป แสดงว่าเขาน่าจะรู้แล้วว่าเป้าหมายของพวกเราคือการช่วยชีวิตชื่อมู่จื่อ”
“เขาชื่ออะพอลโล” ประธานตะวันออกพูดอย่างเจ็บปวด เม้มปากแล้วแก้ไข
“เหมือนกันนั่นแหละ อะพอลโลก็คือสับปะรด” จูกัดเสี่ยวไป๋ขมวดคิ้ว
“พวกเขารู้เรื่องแล้ว แน่นอนว่าต้องพยายามหยุดพวกเรา เราไม่สามารถเสี่ยงได้ เรื่องนี้เสี่ยงไม่ได้ เราต้องจัดการด้วยตัวเอง”
“โลกเล็ก ๆ ในร่างของท่านชื่อมู่จื่อถูกปิดไปแล้ว” เหลยหลิงเฟิงพูดเสียงหนักแน่น
“มีกุญแจไม่ใช่หรือ?” จูกัดเสี่ยวไป๋มองไปที่ประธานตะวันออก
ประธานตะวันออกอธิบาย
“ตอนที่ปิดผนึก มีประธานคนอื่นอีกสองคนร่วมด้วย พวกเขาถือกุญแจส่วนหนึ่งไว้”
“จะให้จบแบบนี้ไม่ได้!” เซวียนหยวนซวิ่นหน้าเครียด นึกถึงไพ่เก้าหมื่นที่เขาเก็บไว้ เขาพูดเสียงทุ้มว่า “โจมตีเลย!
เอากุญแจมาเดี๋ยวนี้ เปิดมันใหม่ ต้องให้แน่ใจว่าผู้อาวุโสชื่อมู่จื่อจะฟื้นขึ้นมาได้ ที่บอกให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ ปล่อยให้เป็นไปตามวิถีธรรมอะไรนั่น ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่กันแล้ว!”
เฉินหัว ประมุขแห่งสำนักงานปราบปีศาจเหลือบมองไปที่เซวียนหยวนซวิ่น รู้ว่าไอ้แก่คนนี้กำลังแซะเขาอยู่ ก็เพราะเขาเคยทำนายลิขิตฟ้าไว้ว่าให้เป็นไปตามวิถีธรรม ไม่ควรเข้าไปยุ่ง
“ฉันจะติดต่อพวกเขา” ประธานตะวันออกเริ่มกดที่สายรัดข้อมือ
“ไม่ต้อง!” จูกัดเสี่ยวไป๋ลุกขึ้น
“ไม่ต้องเสียเวลาคุยกับพวกเขา ไม่ให้ก็ต้องใช้กำลัง ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย พวกเขาอยู่แถว ๆ สถานที่จัดงานใช่ไหม?”
“อืม” ประธานตะวันออกพยักหน้า
“ฉันก็จะไปด้วย!” เซวียนหยวนซวิ่นพับแขนเสื้อคนไข้ขึ้น ลุกขึ้นเดินพรวดพราดออกไปข้างนอก
“ฉันก็จะไปดูหน่อย” เฉินหัวลูบเคราของตน
“สหายเต๋าทั้งสองไม่รู้จักกฎระเบียบ มันไม่ค่อยดีนัก…”
“งั้นนาย…จะไป…” ประธานตะวันออกรู้สึกประหลาดใจ ประมุขสำนักงานปราบปีศาจที่ใจเย็นเสมอต้นเสมอปลาย หนึ่งในผู้แข็งแกร่งระดับดาวฤกษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ กำลังจะทำอะไร? จะไปห้ามไม่ให้เซวียนหยวนซวิ่นกับจูกัดเสี่ยวไป๋ก่อเรื่องงั้นเหรอ?
“สองคนมันน้อยเกินไป” เฉินหัวจัดกระชับชุดคลุม
“หลิงเฟิง ไปกัน”