ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2001 ของขวัญและการช่วยเหลือ?
บทที่ 2001 ของขวัญและการช่วยเหลือ?
ทุกคนมองไปที่ A1 แห่งหย่งเซิงเทคโนโลยี ด้วยความสงสัย เจ้า A1 นี่คิดจะทำอะไรกันแน่?
แล้วจ้าวอู่เจียงมีฐานะอะไร? ทำไม A1 ถึงต้องอวยพรวันเกิดให้เขา แถมยังเอาของขวัญมามอบให้อีก?
ในใจของจ้าวอู่เจียงเองก็เต็มไปด้วยความสับสน แต่ที่มากกว่านั้นคือความระแวง ตั้งแต่วินาทีที่ A1 ปรากฏตัว สัญชาตญาณบอกเขาว่า ต้นตอของความไม่สบายใจทั้งหมดมาจากคนคนนี้นี่เอง!
เขาไม่ได้ยื่นมือไปรับกล่องกลไกนั้น แต่กล่องกลับเปิดออกเอง เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
มันคือขวดแก้วใบเล็กที่มีคราบเลือดเกรอะกรัง ภายในขวดมีก๊าซสีม่วงทองไหลเวียนไปมาราวกับสิ่งมีชีวิต
“นี่คือสิ่งที่เธอตามหามาตลอด” A1 ยิ้ม “มันมีกลิ่นอายเดียวกับ เซวียนหยวนจิ้ง ของทางการ ตามศาสตร์โบราณนับว่าเป็นวิญญาณส่วนหนึ่ง”
‘วิญญาณของจิ้งเอ๋อร์เหรอ?’ จ้าวอู่เจียงรู้สึกเครียดหนักกว่าเดิม ถ้าเขาเป็นคนหามันเจอเองก็คงจะดีใจมาก แต่พอนึกได้ว่าเป็น A1 ที่เอามาให้ เขากลับรู้สึกถึงอันตรายและลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
‘ฉันไม่ได้โง่ถึงขนาดที่จะคิดว่าสิ่งที่เขาทำคือการช่วยเหลือ เพราะเห็นฉันเป็นลูกนอกสมรสอย่างจ้าวเจียงหรอก เขาต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่ ๆ’
“จริงสิ” รอยยิ้มของ A1 ยังคงดูอบอุ่นและเมตตา เขามองจ้าวอู่เจียงเหมือนมองลูกในไส้จริง ๆ “ฉันรู้ว่าเธอฆ่าสุ่ยเหลียงของตระกูลสุ่ยในนั้น ซึ่งมันต้องทำให้เกิดความแค้นแน่ ๆ เพื่อไม่ให้ตระกูลสุ่ยมาล้างแค้นเธอ… ฉันเลยช่วยฆ่าล้างตระกูลสุ่ยให้เธอแล้ว วิญญาณส่วนนี้ก็ได้มาจากตัวสุ่ยปิงเอ๋อร์นั่นแหละ สบายใจได้แล้วนะ ฉันช่วยตัดปัญหาให้เธอแล้ว…”
จ้าวอู่เจียงจ้องขวดเปื้อนเลือดนั้นนิ่ง มือของเขาสั่น ใบหน้าหมองคล้ำลงพร้อมกับความโกรธที่เริ่มปะทุขึ้น
“นั่นไง” A1 ชี้นิ้วไปที่กลุ่มคน ทันใดนั้นสุ่ยตงผู้รอดชีวิตที่แอบซ่อนตัวอยู่ข้างหลัง ก็ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดทันที กลิ่นคาวเลือดรุนแรงกระจายไปทั่วจนคนรอบข้างพากันตกใจ
A1 พูดอย่างพอใจว่า “คราวนี้ ปัญหาเรื่องตระกูลสุ่ยก็หมดไปแล้ว”
“จ้าว… ฮ่าว!” จ้าวอู่เจียงคำรามด้วยความโกรธแค้น
“จ้าวฮ่าว?” เฉินมู่เสวี่ย และคนอื่น ๆ มอง A1 สลับกับจ้าวอู่เจียงด้วยความตกใจ
ไม่นานก็มีคนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ทุกคนพากันถอยห่างจากจ้าวอู่เจียง สายตาที่มองมาที่เขาก็เปลี่ยนไปทันที
“ฮึ ๆ เธอก็รู้นี่ว่าเป็นฉัน?” A1 พยักหน้า “สมกับเป็นเด็กดีของฉันจริง ๆ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยพอใจนะ ไม่เป็นไร ฉันจะช่วยเธอเอง”
A1 ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง คนสวมหน้ากากชุดดำที่จ้าวอู่เจียงเห็นว่ามีท่าทางพิรุธก่อนหน้านี้ ก็ลอยขึ้นไปบนอากาศทันที เหมือนถูกบีบคอจนต้องดิ้นรนอย่างหนัก
“โม่หลี แห่งตระกูลโม่ ก็มีวิญญาณของเซวียนหยวนจิ้งอยู่เหมือนกัน” A1 ปรายตามอง “เธอตามหาอยู่ไม่ใช่เหรอ? ฉันจะชิงมาให้เธอเอง!”
วินาทีต่อมา ร่างของคนสวมหน้ากากก็ระเบิดเป็นรู เลือดไหลนองพร้อมเสียงร้องอย่างเจ็บปวดซึ่งเป็นเสียงของผู้หญิง เธอคือโม่หลีแห่งตระกูลโม่ที่หลบซ่อนตัวและแอบใช้วิชากลืนนภา เพื่อดูดพลังคนอื่นมาสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
บาดแผลบนตัวโม่หลีมีพลังวิญญาณสีม่วงทองไหลออกมา และพุ่งไปหาจ้าวอู่เจียง A1 ไม่คิดจะแย่งมันเลย เขาทำตามที่พูดจริง ๆ คือการช่วยจ้าวอู่เจียง
ผ่านไปแค่ครู่เดียว วิญญาณในตัวโม่หลีก็ถูกสูบออกจนหมด และเธอกำลังจะถูกฆ่าทิ้ง
“หยุดนะ!” จ้าวอู่เจียงตะโกนเสียงดัง
A1 ยิ้มแล้วหยุดฆ่าจริง ๆ โม่หลีร่วงลงไปกองกับพื้นในสภาพร่อแร่ A1 พูดอย่างเมตตาว่า “เด็กดี… เธอช่างเป็นคนใจดีเหมือนฉันจริง ๆ”
“แกต้องการจะทำอะไรกันแน่? มีอะไรก็มาลงที่ฉันนี่!” จ้าวอู่เจียงรีบผลัจู๋เสี่ยวหยิน ชออกไป และพยายามปิดตาเธอไว้หลายครั้ง
ถ้าจู๋เสี่ยวหยินลืมตาขึ้นมา เขาพอจะเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันจะทำให้ A1 โกรธและสถานการณ์จะอันตรายขึ้นไปอีก จ้าวอู่เจียงไม่อยากให้คนอื่นต้องมาซวยไปด้วย เพราะเป้าหมายของ A1 คือตัวเขาชัด ๆ
“ความรักมักจะมาพร้อมความรู้สึกติดค้าง ฉันรู้สึกติดค้างเธอเสมอ” A1 ไม่สนใจความโกรธของจ้าวอู่เจียงและยิ้มต่อ “ฉันเลยสัญญากับตัวเองเอาไว้อย่างหนึ่ง! และฉันก็เพิ่งจะใช้ไปเมื่อกี้ที่ฉันยอมไม่ฆ่าแม่หนูคนนี้ไงล่ะ ลูกรัก”
จ้าวอู่เจียงหยิบขวดในกล่องกลไกและรับวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ที่มาจากตัวโม่หลี ‘ถ้าโชคชะตาเตรียมจะให้เราชดใช้ล่ะก็ เราก็จะรับของขวัญที่ตั้งราคาเอาไว้แล้วพวกนี้เอง’
เขาแสดงให้ A1 เห็นว่าเขารับไว้แล้ว และส่งสัญญาณว่าให้พุ่งเป้ามาที่เขาได้เลย ขณะเดียวกันเขาก็สงสัยว่า A1 รู้ได้ยังไงว่าเขาตามหาวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์อยู่? เรื่องอื่นอาจจะสืบได้ แต่เรื่องนี้ A1 ไปรู้มาจากไหน?
“แต่เธอไม่มีคำสัญญาที่สองแล้วนะ ต้องทำตัวให้น่ารักและเชื่อฟังล่ะ” A1 ยื่นมือไปคว้าเซวียนหยวนจิ้งที่ถูกตรึงอยู่ไม่ไกลแล้วค่อย ๆ กำมือ
เซวียนหยวนจิ้งตาเบิกกว้าง ร่างของเธอเริ่มเลือนลางและสลายกลายเป็นทรายวิญญาณสีม่วงทองลอยมาหาเขาช้า ๆ
“จิ้งเอ๋อร์!” สมองของจ้าวอู่เจียงว่างเปล่าไปชั่วขณะ เขารีบพุ่งเข้าไปหาอย่างบ้าคลั่งแต่กลับสัมผัสได้เพียงละอองทรายเท่านั้น
ท่ามกลางทรายวิญญาณนั้น มีเสียงสุดท้ายของจิ้งเอ๋อร์ดังแว่วมา เหมือนว่าในที่สุดเธอก็จดจำเขาได้ และเรียกชื่อเขาเพียงสั้น ๆ ว่า…
“อู่เจียง…”
“คราวนี้ก็เรียบร้อยแล้ว” A1 ยิ้มอย่างเมตตา
“สิ่งที่ต้องรวบรวมก็ได้ครบแล้ว ส่วนที่เหลือฉันจะช่วยเธอหาเอง เธอเป็นลูกของฉัน นี่คือสิ่งที่คนเป็นพ่อควรจะทำ”
วิญญาณหลักดวงหนึ่งของจิ้งเอ่อร์ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็ถูกทำให้แตกกระจายและกลับคืนสู่สภาพวิญญาณ กลายเป็นละอองทรายสีม่วงทองพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของจ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงตัวสั่นไปทั้งร่าง เขารวบรวมปราณกระบี่ไว้เต็มมือและปลดปล่อยพลังปีศาจออกมา ก่อนจะสะบัดดาบฟันใส่ A1 สุดแรง
A1 ไม่หลบและไม่ปัดป้อง ปล่อยให้ปราณกระบี่พุ่งเข้าใส่จนร่างถูกฟันแยกเป็นสองส่วน แต่แล้วร่างกายก็สมานกันอย่างรวดเร็ว เขายิ้มแล้วพูดว่า
“หันดาบใส่พ่อ ช่างเป็นลูกที่อกตัญญูจริง ๆ เลยนะ”
ทุกคนต่างมองการต่อสู้ของ ‘พ่อลูก’ คู่นี้ด้วยความตึงเครียด หลายคนยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทั้งคู่ใช้นามสกุลจ้าวเหมือนกัน หรือว่าจะเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ?
“ฉันไม่ใช่จ้าวเจียง!” จ้าวอู่เจียงพุ่งเข้าใส่พร้อมพลังปีศาจมหาศาล หมอกสีม่วงและสายฟ้าพันรอบตัวเขาจนดูเหมือนอสูรอสนีที่พุ่งเข้าจู่โจม A1 พร้อมสายฟ้าและพลังปีศาจที่ไร้ขอบเขต
แต่ในวินาทีต่อมา เขากลับเหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างทั้งร่างกระเด็นย้อนกลับไปกระแทกกับพื้นสีขาวโพลนอย่างแรง ทิ้งรอยเลือดสีแดงม่วงเป็นทางยาว เขาขดตัวอยู่บนพื้น ไอออกมาเป็นเลือดกองใหญ่ ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
“ใครจะเป็นลูกของฉันมันไม่สำคัญหรอก” A1 พูดกลั้วหัวเราะ เขาชี้นิ้วไปทางทายาทจู๋จิ่วหยินและเหล่าเทพทางเหนือ ที่เริ่มจะเคลื่อนไหวเพื่อกดดันพลังที่ต่อต้านเหล่านั้นให้สงบลง แล้วพูดเรียบๆ ว่า
“ที่สำคัญคือ ใครมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นลูกของฉันต่างหาก ซึ่งเธอมีคุณสมบัตินั้น และนั่นคือเกียรติยศสูงสุดของเธอ เธอได้รับของขวัญและคำสัญญาจากพ่อไปแล้ว ต่อไปก็ถึงตาที่เธอต้องแสดงความกตัญญูในฐานะลูกบ้าง ในวันข้างหน้า ไม่ว่าพ่อคนนี้จะต้องการอะไร… เธอห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!”