ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2014 การทะเลาะวิวาทและการให้เกียรติ
บทที่ 2014 การทะเลาะวิวาทและการให้เกียรติ
จ้าวอู่เจียงตั้งใจแน่วแน่กับการวินิจฉัยชีพจร สองหูของเขาปิดสนิทต่อเสียงทะเลาะเบาะแว้งของคุณหมออาวุโสทั้งสอง เมื่อเขาใช้ลมปราณแทรกซึมลึกเข้าไปเพื่อตรวจสอบ เขาก็เริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างที่เคยมองข้ามไปก่อนหน้านี้
“เลิกเถียงกันได้แล้ว” เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ที่นี่คือโรงพยาบาล และเป็นภายในห้องพักคนไข้”
หมอฮาวเวิร์ดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วตวัดสายตามองจ้าวอู่เจียง สำหรับหมอผางนั้นถึงแม้จะทำงานด้วยกันมาหลายปีจนเขม่นหน้ากันเป็นปกติด้วยความต่างทางวัฒนธรรมก็พอเข้าใจได้ แต่กับไอ้คนที่เป็นเพื่อนของเจี่ยงเสี่ยวหาวอย่างแกมันเป็นตัวอะไรกัน ถึงกล้ามาส่งเสียงห้ามเขา?
เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า
“ถ้ามองไม่ออกว่าคนไข้เป็นอะไรก็ถอยออกไป อย่ามาทำเป็นอวดรู้ ตอนนี้แม่ของเจี่ยงเสี่ยวหาวอยู่ในสภาวะมนุษย์ผัก เธอไม่มีวันตื่นขึ้นมาเพราะเสียงทะเลาะหรอก ถ้าเธอตื่นมาได้จริง ๆ มันก็ดีไปนานแล้ว”
จ้าวอู่เจียงไม่ได้หันหลังกลับมา แต่พูดอย่างเรียบเฉยว่า
“นอกเสียจากว่าจะจงใจกระตุ้นเพื่อให้คนไข้มีสติขึ้นมา ถึงจำเป็นต้องสร้างเสียงรบกวนบ้างเป็นครั้งคราว…
ไม่อย่างนั้นแล้ว การรักษาความเงียบสงบภายในโรงพยาบาลโดยเฉพาะในห้องพักคนไข้ ถือเป็นจรรยาบรรณพื้นฐานของความเป็นหมอ และถือเป็นการให้เกียรติคนไข้ด้วย…”
“คุณเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนผม?”
หมอฮาวเวิร์ดแสดงอาการเหลือเชื่อออกมาอย่างชัดเจน เขาไม่คาดคิดเลยว่าชายหนุ่มที่ตนเพิ่งตำหนิไปเมื่อครู่จะกล้าโต้ตอบเขากลับมาเช่นนี้
หมอผางหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาเริ่มตระหนักได้ว่าการที่ตนเถียงกับหมอฮาวเวิร์ดเมื่อครู่ดูเสียกิริยาไปไม่น้อย การส่งเสียงเอะอะโวยวายต่อหน้าคุณแม่ของเจี่ยงเสี่ยวหาวนั้นเป็นเรื่องไม่สมควร แม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ในสภาวะมนุษย์ผักก็ตาม
ในตอนนี้หมอผางไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่มองไปยังจ้าวอู่เจียงอย่างลึกซึ้ง ก่อนหน้านี้เขาแอบรู้สึกว่าจ้าวอู่เจียงมีราศีของปรมาจารย์แพทย์ซ่อนอยู่ พอมาถึงตอนนี้ ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งชัดเจนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
‘อายุยังน้อยก็จริง แต่ฝีมือน่ะไม่แน่หรอก โลกใบนี้มักมีอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์โดดเด่นล้ำหน้ากว่าความพยายามนับหมื่นเท่าของคนทั่วไปเสมอ และบางทีชายหนุ่มตรงหน้าอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น’
“ผมชื่อจ้าวอู่เจียง” น้ำเสียงของจ้าวอู่เจียงราบเรียบ แม้ไม่ดังแต่กลับฟังดูมั่นคงและหนักแน่น
“จ้าวอู่เจียงงั้นเหรอ?” หมออาวุโสฮาวเวิร์ดยิ้มออกมา ทว่าแววตาและรอยยิ้มนั้นดูมืดมนอย่างยิ่ง
“ฉันเองก็พอจะรู้จักมรรคาตะวันออกของพวกเธอมาบ้างนะ ฉันว่าเธอน่าจะชื่อจ้าวไร้คุณธรรมมากกว่ามั้ง? การเคารพผู้อาวุโสเมตตาเด็กน้อยไม่ใช่คุณธรรมดั้งเดิมที่มรรคาตะวันออกภาคภูมิใจหรอกหรือ?
นี่คือสิ่งที่เธอทำเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสในสายอาชีพเดียวกันอย่างนั้นเหรอ? จะยังไงก็ตาม ถึงแม้เธอจะเป็นหมอเหมือนกัน แต่ในวงการนี้ฉันคือรุ่นพี่ของเธอนะ!”
“การเคารพผู้อาวุโสและเมตตาต่อเด็กน้อยเป็นคุณธรรมดั้งเดิมของมรรคาตะวันออกจริง ๆ ครับ และจนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่เคยล้าสมัย” จ้าวอู่เจียงพยักหน้าพลางยิ้มตอบ
“ทว่าคุณธรรมเหล่านี้ล้วนมีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องมาก่อน นั่นคือความ ‘คู่ควร’ ครับ! เราเคารพผู้เฒ่าที่ควรค่าแก่การเคารพ และรักเด็กที่ควรค่าแก่การเอ็นดู แบบนั้นถึงจะเรียกว่าคุณธรรมกตัญญูและเมตตาอย่างแท้จริง! ไม่ใช่ว่าจะไปเคารพคนแก่ที่เอาแต่ทำตัวไร้เหตุผล หรือต้องไปเอ็นดูเด็กที่ถือดีว่าตนอายุน้อยแล้วกล้าทำเรื่องชั่วร้าย! และที่สำคัญ…”
จ้าวอู่เจียงปรับน้ำเสียงที่ราบเรียบให้แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม
“ในโลกของวิชาการ ผู้ที่เหนือกว่าคือครู และคุณก็ไม่ได้มีสถานะสูงพอจะเรียกว่ารุ่นพี่ของผมได้…”
“พูดได้ถูกต้อง!” จู๋เสี่ยวหยินดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่จ้าวอู่เจียงสื่อออกมาได้เกือบทั้งหมด เพราะท่านพ่อของเธอก็เคยกล่าววาจาคล้าย ๆ แบบนี้มาก่อน เธอจึงรีบทำหน้าดุหันไปทางจ้าวอู่เจียงด้วยท่าทางขึงขัง
ลิลิธเอื้อมมือมาหมุนศีรษะของจู๋เสี่ยวหยินให้หันไปหาหมอฮาวเวิร์ดแทน “ทางนี้ต่างหาก”
จู๋เสี่ยวหยินสะบัดหน้าใส่หมอฮาวเวิร์ดพลางส่งเสียงขึ้นจมูก “เหอะ!”
“ฮึ ๆ…” หมอฮาวเวิร์ดหัวเราะออกมาด้วยความโมโหที่โดนเด็ก ๆ รุมเล่นงาน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด:
“จ้าวอู่เจียง พวกแกเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน? เอามาจากวิชาการแพทย์ดั้งเดิมของฝั่งตะวันออกที่เสื่อมโทรมลงไปแล้วอย่างนั้นเหรอ? แกคิดว่าแกรู้สถานะที่แท้จริงในร่างกายของคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวหรือไง? แกคิดว่าจะรักษาให้หายได้เหรอ? คิดว่าตัวเองเก่งเหมือนเฟิงฉางอี้งั้นสิ? แล้วคิดว่าทำไมเฟิงฉางอี้ถึงให้เจี่ยงเสี่ยวหาวไปตามหาคนอย่างแกล่ะ? คงไม่ได้สำคัญตัวผิดไปจริง ๆ ใช่ไหมว่าจะทำสำเร็จน่ะ? เขารู้ตัวต่างหากว่าหน้าที่การรักษามันหนักเกินไปและทำไม่ได้จริง! แกมันก็แค่คนดวงซวยที่เฟิงฉางอี้ลากมาเป็นแพะรับบาปเท่านั้นแหละ ไอ้หนู!”
เมื่อต้องเผชิญกับการใส่ร้ายอย่างร้ายกาจจากหมอฮาวเวิร์ด จ้าวอู่เจียงเพียงแค่ตอบกลับไปเบา ๆ ว่า
“ดูเหมือนคุณจะชอบทำแบบนี้บ่อยนะครับ? การมองหาคนอื่นมาเป็นแพะรับบาปให้กับข้อผิดพลาดในการรักษาของตัวเองแบบนี้น่ะ?”
“แก!” หมอฮาวเวิร์ดถึงกับโกรธจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว ใบหน้าแดงก่ำ ผิวที่หย่อนยานขยายตัวออกราวกับผลไม้ที่บวมช้ำ เขาพุ่งตัวเข้าไปข้างหน้าหมายจะใช้กำลังลงไม้ลงมือ
ทว่าหมอผางเข้ามาขวางเอาไว้ก่อน
“คลินต์ ฮาวเวิร์ด ไหนว่าต้องกตัญญูผู้อาวุโสรักเด็กน้อยยังไงล่ะ ทำไมคุณถึงได้ไประเบิดอารมณ์ใส่คนรุ่นใหม่แบบนี้ล่ะ? แบบนี้ถือว่าคุณเป็นฝ่ายผิดนะ! ไม่มีสง่าราศีหรือความใจกว้างของผู้ใหญ่เลยสักนิด”
คำพูดที่สะท้อนกลับมาเป็นบูมเมอแรงนั้นทิ่มแทงเข้าใส่หมอฮาวเวิร์ดอย่างจังจนเขายืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดชายเสื้อแล้วชี้มือที่สั่นเทาไปยังจ้าวอู่เจียง
“จ้าวอู่เจียง ทางที่ดีแกควรรีบเสนอแนวทางการรักษาออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่เช่นนั้นฉันจะสั่งให้ทางโรงพยาบาลจัดการกวาดล้างบุคคลภายนอกอย่างแกออกไปทันที! ในเมื่อแกคิดว่าเก่งนักเก่งหนา ฉันก็จะคอยดูเหมือนกันว่าแกจะจบเรื่องนี้ยังไง!”
“ได้สิครับ” จ้าวอู่เจียงที่มีคำตอบอยู่ในใจแล้วยิ้มออกมาบาง ๆ “หากผมสามารถนำเสนอแผนการรักษาออกมาได้ คุณต้องเอ่ยปากขอโทษ คุณต้องขอโทษคุณแม่ท่านนี้ที่คุณส่งเสียงเอะอะรบกวนความสงบ และต้องขอโทษมรรคาตะวันออกที่คุณแสดงวาจาดูหมิ่นเหยียดหยามออกมาด้วย”
“ฮึ ๆ” คลินต์ ฮาวเวิร์ด ตีหน้าเข้ม สีหน้ามืดมนลง
“อย่ามาเล่นลิ้น! ไอ้หนู! สิ่งที่แกต้องเสนอออกมาไม่ใช่แผนการรักษามั่วซั่วที่ไร้ประโยชน์ แต่ต้องเป็นแผนที่เห็นผลจริง! เห็นผลจริง แกเข้าใจไหม?”
“ได้สิครับ” จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาบาง ๆ
“แล้วเรื่องที่ว่าคุณจะขอโทษล่ะ?”
คลินต์ ฮาวเวิร์ด จ้องเขม็งไปที่จ้าวอู่เจียง สำหรับเขานั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่คนรุ่นใหม่ที่ใช้เพียงวิชาการแพทย์ดั้งเดิมของตะวันออกจะสามารถนำเสนอแผนการรักษาที่เห็นผลจริงได้!
แม้แต่เฟิงฉางอี้ที่เป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการแพทย์มรรคาตะวันออก และมีฝีมือเหนือกว่าเขาไปก้าวหนึ่ง ก็ยังไม่สามารถหาแผนการรักษาที่ได้ผลออกมาได้ แล้วจ้าวอู่เจียงที่เป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืนคนนี้มีสิทธิ์อะไรถึงจะทำได้?
เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นใจ
“นอกจากหนทางการรักษาด้วยวิธีกายจักรกลทะยานฟ้าแล้ว หากแกเสนอแผนการรักษาอื่นใดที่เห็นผลและสามารถลงมือปฏิบัติได้จริง ข้า คลินต์ ฮาวเวิร์ด จะขอโทษต่อมารดาท่านนี้สำหรับการกระทำของข้าในวันนี้! และจะขอโทษมรรคาตะวันออกของพวกแกด้วย”