ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2015 การขอโทษ
ความจริงแล้ว หนทางการรักษาวิธีกายจักรกลทะยานฟ้านั้นถูก นำเสนอมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เมื่อพิจารณาจากอาการปัจจุบันของ มารดาเจี่ยงเสี่ยวหาว แม้จะใช้กายจักรกลทะยานฟ้า แต่โอกาสที่จะ ล้มเหลวและนำไปสู่ความตายอย่างถาวรนั้นมีสูงมาก
หรืออาจจะพูดได้ว่า ไม่ใช่แค่มีโอกาสสูง แต่คือ ‘ต้องล้มเหลว อย่างแน่นอน!’
ความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิตมีอยู่เพียงแค่ในทางทฤษฎีเท่านั้น ซึ่งก็แค่เศษเสี้ยวที่เล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
ยิ่งไปกว่านั้น เจี่ยงเสี่ยวหาวในตอนนี้ก็แทบจะแบกรับภาระจาก สิทธิพิเศษที่โรงพยาบาลมอบให้ไม่ไหวแล้ว เขาไม่มีทางที่จะมีปัญญา จ่ายค่าธรรมเนียมมหาศาลสำหรับกายจักรกลทะยานฟ้าได้เลย ซึ่ง นั่นเท่ากับเป็นการตัดความเป็นไปได้ทางทฤษฎีที่มีเพียงน้อยนิดนั้น ทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง
โรงพยาบาลไม่ใช่สถานสงเคราะห์ การที่ยอมรับตัวแม่ลูกเจี่ยง เสี่ยวหาวเอาไว้นั้นก็นับเป็นความเมตตาอันสูงสุดแล้ว ย่อมไม่มีทาง เป็นไปได้ที่ทางโรงพยาบาลจะอาสาออกค่าใช้จ่ายในการทำกาย จักรกลทะยานฟ้าให้เด็ดขาด
“จำคำที่คุณพูดเอาไว้ให้ดี” จ้าวอู่เจียงพยักหน้า เขาค่อย ๆ ปล่อยมือจากการจับชีพจร แล้วหลับตาลงเพื่อทบทวนแผนผังจุดชีพ จรต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์อีกครั้ง
อาการของคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวนั้น มีความแตกต่างจากที่เขา คาดการณ์ไว้ในตอนแรกอยู่เล็กน้อย
เดิมทีเขาคาดเดาว่า คุณแม่ของเจี่ยงเสี่ยวหาวน่าจะถูกฉีดน ้ายา วิวัฒนาการรุ่นแรก ๆ เข้าไป จนส่งผลให้พลังชีวิตถูกปิดกั้น
แต่จากการพูดคุยกับ A2 แห่งหย่งเซิงเทคโนโลยี ซึ่งก็คือเจี่ยงฟู จิ้นผู้เป็นพ่อของเจี่ยงเสี่ยวหาว ประกอบกับการวินิจฉัยด้วยตนเอง ในตอนนี้ เขาพบว่าสาเหตุที่พลังชีวิตถูกปิดกั้นนั้นมาจากน ้ายา วิวัฒนาการจริง ๆ แต่รายละเอียดกลับแตกต่างออกไป
น ้ายาวิวัฒนาการนั้นไม่ได้กัดกินร่างของเธอไปเสียทั้งหมด สาเหตุที่คุณแม่ของเจี่ยงเสี่ยวหาวกลายเป็นมนุษย์ผักนั้น เป็นเพราะ อิทธิพลจากพลังอีกอย่างหนึ่งในเวลาเดียวกันด้วย
อิทธิพลนั้นดูเหมือนจะเป็นการปกป้องรูปแบบหนึ่ง
‘เขาสันนิษฐานอย่างกล้าหาญว่า เป็นไปได้มากที่ A2 ไม่เพียงแต่ จะใช้ร่างกายของเจี่ยงเสี่ยวหาวในการทดลองปลูกถ่ายยีนต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังได้ทำการทดลองบางอย่างกับภรรยาของตัวเองด้วย’
‘การทดลองนั้นก็คือการค้นหาตัวยาแก้พิษที่แท้จริงของน ้ายา วิวัฒนาการ’
นั่นหมายความว่า ก่อนที่คุณแม่ของเจี่ยงเสี่ยวหาวจะโดนพิษ จากน ้ายาวิวัฒนาการเข้าสู่ร่างกาย เธอได้รับ ‘ตัวยาแก้พิษ’ ชนิด หนึ่งเข้าไปก่อนแล้ว ซึ่งตัวยานี้มีความสามารถในการต่อต้านและ ป้องกัน โดยจะเปิดระบบป้องกันขึ้นมาเองก่อนที่น ้ายาวิวัฒนาการจะ กัดกินร่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างของคุณแม่ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น
ทว่ากระบวนการป้องกันนี้ กลับทำให้สภาวะร่างกายของคุณแม่ เจี่ยงเสี่ยวหาวถูกตัดขาดออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งถูกน ้ายา วิวัฒนาการกัดกิน แต่อีกส่วนที่ลึกซึ้งกว่านั้นถูกปกป้องเอาไว้ ใน ขณะเดียวกันส่วนที่ถูกปกป้องนี้ก็โดนกักขังไปด้วย
พลังชีวิตจึงถูกปิดกั้น ไม่สามารถหมุนเวียนไปทั่วร่างกายได้ และ สติสัมปชัญญะก็ถูกขังอยู่ในกระบวนการป้องกันนั้นเอง
ในเมื่อกระบวนการป้องกันนั้นถูกเปิดจากภายใน ดังนั้นขอเพียง แค่ขับเอาน ้ายาวิวัฒนาการส่วนที่ยังยึดร่างไม่เสร็จสมบูรณ์ออกมาได้ ระบบป้องกันก็จะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ และพลังชีวิตก็จะกลับมา หมุนเวียนได้คล่องตัวดังเดิม
และถ้าเป็นเรื่องการขับพิษพวกนี้ออก จ้าวอู่เจียงถือว่าถนัดที่สุด!
เพราะเขามีเข็มลึกลับไท่อี่ สารพัดอาการป่วยที่ยากลำบากหรือ แม้แต่พวกกู่พิษต่าง ๆ ในอดีต เขาก็ล้มล้วนใช้เข็มลึกลับไท่อี่ในการ คลี่คลายทั้งสิ้น
ทุกวิชาชีพย่อมมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข็มลึกลับไท่อี่นั้น คือกรรมวิธีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังยิ่งนัก เพียงเข็มเดียวก็สยบความ ชั่วร้ายได้หมื่นทิศ
“ดูให้ดีล่ะ!” จ้าวอู่เจียงหงายฝ่ามือซ้ายขึ้น ทันใดนั้นเข็มเงินที่
คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นมาลอยวนอยู่เหนือฝ่ามือของเขา
เขางอนิ้วชี้สะบัดเล็กน้อย เข็มเงินหนึ่งเล่มก็พุ่งขึ้นมาและร่ายรำ ไปมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกปักลงที่ตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างหัวคิ้ว ของคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวเป็นอันดับแรก จากนั้นเขาจึงใช้มือขวา หมุนปลายนิ้วเข้าหาเข็มเงินเพื่อแทงลึกลงไปอีกหนึ่งส่วน
ตามมาด้วยนิ้วมือซ้ายที่คอยขยับปลายนิ้วรัว ๆ คอยบังคับเข็ม เงินให้พุ่งผ่านอากาศไปมา ราวกับกำลังบังคับกระบี่บินเล่มจิ๋วนับร้อย ไอสังหารจากปราณกระบี่แผ่ซ่านออกมาจนดูงดงามละลานตายิ่งนัก
หมออาวุโสทั้งสองคนถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะกับกระบวนท่าที่
จ้าวอู่เจียงแสดงออกมาอย่างกะทันหันนี้
หมออาวุโสฮาวเวิร์ดหวนนึกขึ้นมาได้ว่า ในมรรคาตะวันออกอัน เก่าแก่ มีกรรมวิธีการรักษาดั้งเดิมรูปแบบหนึ่ง นั่นคือการใช้เข็มเงิน ช่วยชีวิต
ดวงตาที่ฝ้าฟางของหมอผางสั่นไหวเล็กน้อย ทีแรกเขารู้สึก ตระหนก แต่ความรู้สึกที่ตามมาติด ๆ จนเต็มเปี่ยมในห้วงใจคือ ความปิติ
มันคือความตื่นเต้นและยินดี
เขาไม่ได้เห็นหมอที่ใช้วิชาการแพทย์ดั้งเดิมแสดงการใช้เข็มเงิน ช่วยชีวิตมานานหลายปีดีดักแล้ว
วิชาการแพทย์ดั้งเดิมของมรรคาตะวันออกนั้นศึกษายากมาก หากเทียบกับวิชาการแพทย์สมัยใหม่ที่กระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย และ มุ่งเน้นไปที่ทฤษฎีต่าง ๆ สิ่งนี้จึงกลายเป็นจุดบอดที่ทำให้วิชาการ แพทย์ดั้งเดิมของมรรคาตะวันออกเสื่อมถอยลงอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าวิชาการแพทย์ดั้งเดิมของมรรคาตะวันออกนั้นมีความ สอดคล้องกับวิถีแห่งเต๋าและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมากกว่า ซึ่งมัน เป็นพลังที่ลึกลับซับซ้อน และในขณะเดียวกันมันก็เป็นพลังที่เต็มไป ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์อย่างถึงที่สุด ไม่ใช่เรื่องงมงาย หัวโบราณอย่างที่ใครบางคนที่ถูกการชี้นำที่ผิด ๆ ล้างสมองเข้าใจ กัน
มรรคาแห่งการแพทย์ดั้งเดิมของมรรคาตะวันออก คือสิ่งที่บรรพ บุรุษนับไม่ถ้วนสรุปออกมาจากการลองผิดลองถูกและปฏิบัติซ ้าแล้ว ซ ้าเล่าผ่านช่วงเวลาที่ยาวนาน จนกลายเป็นวิชาการแพทย์ที่
ผสมผสานระหว่าง ‘วิธีการ มรรคา กฎ’ เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นวิชาที่
ยึดถือคนเป็นหลักและมุ่งเน้นการรักษาทั้งที่เหตุและผล ด้วยความที่
มันมีความลึกซึ้งมากเกินไป บางครั้งจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้ผู้คน รู้สึกว่ามันสลับซับซ้อนและยุ่งเหยิง
ส่วนการแพทย์สมัยใหม่ในปัจจุบันที่ผู้คนส่วนใหญ่เรียกว่า มรรคาตะวันตกนั้น ความจริงแล้วก็เป็นอย่างที่เขาเคยเถียงเอาไว้ ก่อนหน้านี้ว่า มันเกิดจากความร่วมมือกันของเหล่ายอดฝีมือทาง การแพทย์จากทั้งมรรคาตะวันออกและมรรคาเหนือ จนเกิดเป็น ตรรกะทางการแพทย์ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และ ชีวภาพในปัจจุบัน
เพราะมันสร้างขึ้นจากตรรกะที่พิสูจน์ได้เป็นขั้นเป็นตอน มันจึง ดูง่ายและชัดเจน แต่กลับยากนักที่จะทำการรักษาทั้งที่เหตุและผลให้ ขาดสายไปพร้อมกันได้
ในยุคสมัยนี้ มีคนไม่น้อยที่รู้สึกสนใจในวิชาแพทย์มรรคา ตะวันออก แต่คนที่จะทุ่มเทศึกษามันจนถึงแก่นแท้นั้นกลับมีเพียง น้อยนิด
ดังนั้น เมื่อเขาได้เห็นจ้าวอู่เจียงที่มีทักษะการใช้เข็มเงินได้อย่าง ชำนาญเช่นนี้ มันจึงเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร เสียอีก
นอกจากความประหลาดใจแล้ว เขาจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เขารู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้เห็นว่า ในตัวของจ้าวอู่เจียงนั้นมีการ สืบทอดวิชาการแพทย์ดั้งเดิมของมรรคาตะวันออกเอาไว้
ตราบใดที่การสืบทอดนี้ไม่ขาดตอน นั่นคือวาสนาอันยิ่งใหญ่ ที่สุดสำหรับมรรคาตะวันออกแล้ว
ฮาวเวิร์ดมองดูจ้าวอู่เจียงที่คอยหยิบเข็มเงินขึ้นมาปักลงตามจุด ชีพจรต่าง ๆ ทั่วร่างกายของมารดาเจี่ยงเสี่ยวหาว ก่อนจะพูดแค่น เสียงออกมาว่า
“ทำมาเป็นวางท่าให้น่ากลัวไปอย่างนั้นแหละ ระวังเถอะ อย่าไป ปักลงจุดผิด ๆ เข้าล่ะ อย่าคิดว่าพอเห็นเธอเป็นมนุษย์ผักจนไม่ สามารถแสดงปฏิกิริยาเจ็บปวดออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว แก จะมาเล่นละครตบตาพวกเราได้นะ! เมื่อไรที่ฉันเข้าไปตรวจแล้วพบว่า มีความผิดปกติขึ้นมา แกจะไม่ได้แค่โดนโยนออกไปเฉย ๆ แน่ แต่แก จะต้องแบกรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไป!”
จ้าวอู่เจียงทำเหมือนหูทวนลม ตอนนี้สมาธิของเขาทั้งหมดจดจ่อ อยู่กับการฝังเข็มเท่านั้น