ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2026 พลิกตายเป็นเป็น แสวงหาทางรอด
จ้าวอู่เจียงใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนัก พลางทบทวนถึง สถานการณ์ที่ตนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
ไปมรรคาตะวันตกจะอันตรายไหม?
‘อันตรายแน่!’
‘อย่างไม่ต้องสงสัยเลย! มรรคาตะวันตก โดยเฉพาะวิหารเทพ แห่งห้วงอวกาศเบื้องหลังของเจ้าเทวทูตนี้น่ะ ต้องวางแผนทำอะไรกับ เขาอยู่แน่นอน!’
ปกติแล้วเขาไม่ควรจะเสี่ยงเดินเข้าไปในกับดัก
แต่ตอนนี้สถานการณ์รอบตัวเขามันปกติดีอยู่อย่างนั้นเหรอ?
เขาน่ะ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติมานานแล้ว!
ตัวเขาในตอนนี้กำลังถูก A1 แห่งหย่งเซิงเทคโนโลยีหมายตาอยู่ และอีกฝ่ายก็กำลังมีแผนบางอย่างกับตัวเขาเหมือนกัน!
ถ้าหากว่าเขาเอาตัวเข้าไปเสี่ยงภัยในพื้นที่ที่มีสองอันตราย พร้อมกัน บางทีอันตรายพวกนั้นอาจจะหักล้างกันเองก็ได้ไม่ใช่หรือ?
หาก A1 มีแผนกับเขาจริง และยอมละเว้นไม่ฆ่าเขาทั้งที่ลงมือฆ่า คนมามากมายขนาดนั้น อีกฝ่ายจะยอมนั่งดูเขาถูกฆ่าในมรรคา ตะวันตกงั้นหรือ? แน่นอนว่าต้องไม่ยอมแน่ ในทำนองเดียวกัน ทาง
มรรคาตะวันตกที่พยายามดึงเขาเข้าร่วมทดสอบ เมื่อเห็น A1 เข้ามา ยุ่ง ย่อมไม่อยู่นิ่งดูดายเป็นแน่?
หากคิดตามเหตุผลนี้ บางทีนี่อาจจะเป็นวิธี ‘รักษากาย’ ที่แท้จริง ก็ได้ การเลือกใช้เส้นทางอื่นเพื่อหาทางรอด พยายามวางแผนแบบ “ขี่เสือเขมือบหมาป่า” หรือ “นั่งบนภูดูเสือกัดกัน” แล้วตัวเขาจ้าวอู่ เจียงรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อยู่ข้างสนามเพียงผู้เดียว
เขาไม่ใช่คนที่ไม่นึกเอะใจ เขารู้ดีว่ามีโอกาสที่แผนการชวนไป ทดสอบครั้งนี้จะเป็นเพียงหมากหนึ่งในเกมของ A1 หรือความจริงแล้ว A1 อาจจะจับมือกับมรรคาตะวันตกอยู่ก็ได้
ทว่าความคิดนี้ถูกปัดทิ้งจากสมองของเขาอย่างรวดเร็ว
เขาจำได้ว่า A2 เคยพูดถึงหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือน ้ายา วิวัฒนาการในปัจจุบัน บริษัทหย่งเซิงเทคโนโลยีได้แอบพัฒนาเซรุ่ม ที่จงใจเล่นงานจุดบกพร่องทางยีนของมรรคาตะวันตกไว้แล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยหลุดออกมาสู่ภายนอกเท่านั้น
จากจุดนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่ A1 จะร่วมมือกับทางฝั่งตะวันตก หรือต่อให้มีการร่วมงานกันจริง ก็คงเข้าไม่ถึงเรื่องในระดับความลับ แห่งสวรรค์อย่างเรื่องเทวฐานะแน่นอน เพราะนั่นคือหัวใจและรากฐาน ที่สำคัญที่สุดของมรรคาตะวันออกและตะวันตก เป็นสิ่งที่พวกเทพ ย่อมไม่มีทางยอมให้ A1 เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
ถ้าอย่างนั้น… ตอนนี้เขาควรตอบรับเทวทูตแปดปีกนี่ไปเลยดี ไหม?
ก้าวพาตนเองเข้าไปสู่อันตรายอีกขั้นหนึ่ง เพื่อจะแสวงหาความ รอดพ้นท่ามกลางความตายน่ะหรือ!
นี่คือนิยามที่แท้จริงของ ‘เทียนซานตุ้น’ ในตอนนี้งั้นหรือ?
จ้าวอู่เจียงรับเหรียญเงินมาจากมือจู๋เสี่ยวหยิน ลวดลายที่แสดง ถึงเทียนซานตุ้นที่เขาเห็นในตอนนี้นั้นดูเหมือนเหรียญก่อนหน้านี้ไม่ ผิดเพี้ยน
แต่ทว่าอีกด้านหนึ่งของเหรียญ กลับไม่ได้สลักสัญลักษณ์ความ ปั่นป่วนของซานเฟิงกู่อีกต่อไป แต่มันกลับเป็นลวดลายคำทำนายที่ดู พร่ามัว คล้ายกับถูกของมีคมลบร่องรอยลวดลายเดิมทิ้งไปจนไม่ หลงเหลือเค้าเดิมจนเขาไม่อาจมองออกเลยว่าความหมายที่แท้จริง คืออะไรกันแน่
“จำสิ่งที่คุณพูดไว้ให้ดี” จ้าวอู่เจียงถือเหรียญเงินในมือพลางหรี่
ตาลงเล็กน้อยแล้วตอบกลับเทวทูตแปดปีก
“ผมจะกลับไปคิดว่าจะเรียกร้องอะไรบ้าง”
“ถ้าอย่างนั้น… คุณ… ตกลงแล้วใช่ไหมครับ?” ดวงตาทั้งสาม ของเทวทูตแปดปีกเป็นประกายวาบ รีบกล่าวด้วยรอยยิ้มทันที
“คุณจ้าวครับ ผมดูคนไม่ผิดจริง ๆ คุณคือชาวตะวันออกที่มี เหตุผลและยอดเยี่ยมที่สุดเลย อยากจะเรียกร้องอะไรก็บอกมาได้ เต็มที่เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า “ผมต้องการผลแห่งมรรคาหนึ่งผล”
ใบหน้าของเทวทูตแปดปีกสลดวูบลงทันควัน มันพยายามปั้นยิ้ม อย่างยากลำบาก
“คุณจ้าวครับ ข้อเรียกร้องที่… ที่มันสมเหตุสมผลกว่านี้ล่ะครับ… ผลแห่งมรรคามันล ้าค่าเกินไป เอาไว้ตอนที่คุณเข้าร่วมการทดสอบ คุณลองไปปรึกษาท่านเซราฟิมแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์เรื่องนี้ดูนะ บางทีใน คลังสมบัติอาจจะมีผลแห่งมรรคาของผู้ฝึกยุทธ์ศาสตร์โบราณ หลงเหลืออยู่ก็ได้”
จ้าวอู่เจียงเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ “ผมอาจจะตกอยู่ในอันตราย ผม ต้องการคุ้มครอง”
“ย่อมได้ ย่อมได้ครับ!” เทวทูตแปดปีกรีบพยักหน้ารัว ๆ
“เรื่องนี้วางใจได้เลย วิหารเทพแห่งห้วงอวกาศได้ส่งเหล่าเทวทูต และผู้รับใช้แห่งเทพจำนวนไม่น้อยเดินทางมายังดาวเทียนซื่อแล้ว เพื่อรับผิดชอบความปลอดภัยของคุณโดยเฉพาะ”
เรื่องนี้ท่านเซราฟิมแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้จัดแจงมาเอง ตอนนี้
เทวทูตแปดปีกเริ่มจับสังเกตบางอย่างได้ แม้ตัวมันจะยังไม่รู้เรื่องราว ทั้งหมดอย่างชัดแจ้ง แต่มันรู้สึกได้ว่าท่านเซราฟิมแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ดู
จะให้ความสำคัญและ ‘ต้องการ’ ตัวจ้าวอู่เจียงเป็นอย่างมาก มากกว่า ผู้เข้าร่วมบททดสอบการสืบทอดเทวฐานะคนอื่น ๆ เสียอีก
จ้าวอู่เจียงมองจ้องเทวทูตแปดปีกอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกของเขา กลายเป็นจริง ขุมอำนาจเบื้องหลังเจ้าตัวนี้นับว่ามีแผนการใหญ่ เกี่ยวกับตัวเขาอยู่จริง ๆ ถึงขั้นมีการวางกำลังคุ้มครองเขาเอาไว้ ล่วงหน้าเสียด้วยซ ้า
เขาจึงแกล้งเสนอเงื่อนไขประหลาด ๆ ออกไปอีก “ปีกของคุณดู สวยดีนะ ขอให้ผมสักครึ่งหนึ่งได้ไหม?”
“คุณ… คุณจ้าว…” เทวทูตแปดปีกอึ้งไปเลย มันเริ่มมีน ้าโหกับ เงื่อนไขที่ไร้สาระนี้ ทว่ามันก็ยังพยายามข่มอารมณ์และปั้นยิ้มอธิบาย ว่า
“นี่คือปีกของเทวทูตครับ มนุษย์อย่างคุณน่ะเอาไปก็ใช้ประโยชน์ อะไรไม่ได้หรอก”
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย “พอดีผมมีเพื่อนเป็นสุนัขตัวหนึ่ง ผมว่าเขาน่าจะชอบไอ้ของอย่างปีกนี่มากเลยล่ะ…”
“สุนัขเนี่ยนะ?” เทวทูตแปดปีกเบิกตาโต สุนัขใส่ปีกงั้นเหรอ? แล้วนั่นมันยังเป็นเทวทูตได้อยู่อีกไหม? มันจะกลายเป็น ‘ทูตสุนัข’ ไปน่ะสิ?
มันรู้สึกได้เลยว่าจ้าวอู่เจียงจงใจเหยียดหยามศักดิ์ศรีของมัน และมันก็มีหลักฐานที่ชัดเจนคาตาด้วย
มันจึงพูดเสียงเข้มออกมาว่า
“สุนัขก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน! ปีกของเทวทูตไม่สามารถหักทิ้งได้!”
“ก็เมื่อกี้…” จ้าวอู่เจียงชี้ไปยังรูโหว่บนกระจกตรงโถงทางเข้า
“นั่นแค่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้หักขาดออกจากตัว!” เทวทูตแปดปีก สูดลมหายใจเข้าลึกพลางหันตัวหนีเพื่อกดความโกรธ
“คุณจ้าวครับ ถ้าคุณนึกเงื่อนไขอะไรได้เพิ่มเติม เมื่อคุณ ตัดสินใจแน่นอนแล้วค่อยบอกผมทีหลังก็ได้ บททดสอบการสืบทอด เทวฐานะจะเริ่มขึ้นภายในเดือนนี้ เมื่อถึงเวลา ม้วนหนังแกะในมือคุณ จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้ทราบเอง หรือไม่คุณจะส่งเสียงเรียกผม โดยตรงเลยก็ได้ครับ ตอนนี้ผมขอตัวไม่รบกวนคุณแล้ว”
พอพูดจบ เทวทูตแปดปีกก็ไม่ได้บอกแม้แต่ชื่อของตัวเอง มันรีบ เดินจ ้าอ้าวออกไปทันทีเพื่อไม่ให้จ้าวอู่เจียงมีโอกาสได้เสนอเงื่อนไข พิลึกพิลั่นอะไรออกมาแกล้งมันได้อีก
เมื่อเทวทูตแปดปีกหายลับไปจากสายตา ลิลิธก็เอ่ยถามด้วย ความเป็นห่วงว่า
“นายจะไปร่วมจริง ๆ งั้นเหรอ?”
“ต้องรอดูก่อน… แต่ก็น่าจะต้องไปแหละ…” จ้าวอู่เจียงยังไม่ได้ ตัดสินใจเต็มร้อย “ยังมีเวลาตั้งหนึ่งเดือน รอดูตามสถานการณ์ไป ก่อนแล้วกัน…”
“ทางที่ดีอย่าไปเลยนะคะ…” เอลิซาเองก็พูดแทรกขึ้นมา “บท ทดสอบแบบนี้ของสิบสองเทวสถานน่ะมันอันตรายมาก”
“บททดสอบเพื่อค้นหาผู้สืบทอดขั้นสุดท้ายแบบนี้ นอกจากผู้ ชนะแล้ว คนที่ล้มเหลวคนอื่น ๆ ล้วนจบไม่สวยกันสักราย” นัยน์ตาสี แดงของลิลิธเป็นประกายวาบ
“ผู้ล้มเหลวมักจะถูกตอกหน้าด้วยชื่อเรียกที่ว่าเป็น ‘ปีศาจ’ ชื่อเสียงของคนเหล่านั้นจะพินาศย่อยยับจนกู้คืนไม่ได้ ชื่อเรียกของ ปีศาจที่คนทั้งโลกเล่าขานกันอยู่เนี่ย หลายคนก็มีจุดกำเนิดมาจาก เรื่องนี้แหละ…”
จู๋เสี่ยวหยินดูเหมือนจะไม่ค่อยห่วงอะไร เธอยังคงหลับตาพริ้ม พลางยิ้มอย่างร่าเริงอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม
“ก็แค่ชนะให้ได้ก็พอแล้วนี่นา…”
“นี่พวกเธอ… มีอะไรก็ค่อยกลับไปมุดผ้าห่มคุยกันที่บ้านคืนนี้
โน่นไป๊…” นางพยาบาลตัวน้อยคนหนึ่งเดินถือแฟ้มบันทึกเดินเข้ามา หาพร้อมกับปั้นหน้าบึ้ง
“จ้าวอู่เจียงใช่ไหม? ท่านหมอเฟิงต้องการพบคุณ ให้ไปหาเขา หน่อย”
เอลิซาถึงกับใบหน้าแดงก ่าขึ้นมาทันที ลิลิธหันไปชายตามอง พยาบาลน้อยคนนั้นแวบหนึ่ง ส่วนจู๋เสี่ยวหยินกลับเถียงออกมาอย่าง จริงจังว่า
“ท่านพ่อของฉันเคยบอกว่า ‘กินไม่พูด นอนไม่พูด’ เวลาอยู่ใน ผ้าห่มน่ะจะมาคุยกันได้ยังไงกันคะ?”
จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นยืน เตรียมจะพาจู๋เสี่ยวหยินและลิลิธที่กำลังจะ เกาะแขนตามเขาไปด้วยกัน
แต่นางพยาบาลตัวน้อยกลับปั้นหน้าตึงและพูดตัดบทด้วย น ้าเสียงรำคาญใจว่า
“เขาเรียกแค่ ‘จ้าวอู่เจียง’ คนเดียวเท่านั้น!”